
ผู้ใหญ่เปิดเทอม
ผมสีทองย้อมทับผมดำธรรมชาติที่เริ่มยาว เดปขายาวรัดรีดน่องจนสงสารกล้ามเนื้อ “อาจู”
โดย...แรมสองค่ำ
ผมสีทองย้อมทับผมดำธรรมชาติที่เริ่มยาว เดปขายาวรัดรีดน่องจนสงสารกล้ามเนื้อ “อาจู” แฟชั่นนิสต้าแห่งดอยตุง เกาะกระแสเกาหลีเหมือนวัยรุ่นคนอื่นๆ บนดอยที่ต่างมีชื่อเกาหลีของตัวเอง ไม่รู้ว่าอาจูเรียกตัวเองว่าอาจูม่าหรือไม่ แต่ก็ดูเป็นภาพลักษณ์ย้อนแย้งกับความคิดเหมารวมของคนเมืองที่ต้องให้ชาวเขาใส่ชุดชนเผ่า อาจูจึงกลายเป็น “วัยรุ่นสมัยนี้” อย่างที่คนโตกว่าชอบพูดกัน แต่วัยรุ่นคนนี้ไม่อยากโตขึ้นมาเป็นนักร้องเกาหลี อาจู อยากเป็นเจ้าของโรงคั่วกาแฟในป่า ความฝันของลูกไร่กาแฟที่อะไรก็เปลี่ยนไม่ได้
“ภายนอกเขา (อาจู) เป็นอย่างนั้น แต่ลึกๆ แล้วยังมีความฝันอยู่ ผู้ใหญ่ต้องดึงกลับมา” คุณพิมพรรณ ดิศกุล ณ อยุธยา ผู้อำนวยการฝ่ายศูนย์พัฒนาและเผยแพร่องค์ความรู้ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ เล่าเรื่องราวของอาจู เด็กคนหนึ่งในค่ายเยาวชนใฝ่ดีหอฝิ่นป้องกันยาเสพติดให้ฟังเป็นตัวอย่าง
ค่ายนี้จัดขึ้น 7 ครั้ง ครั้งละ 3 วัน ตั้งแต่เดือน มี.ค. ถึงวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยเปิดรับเด็กอายุ 9-12 ขวบ ที่ศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 36 ใน 8 โรงเรียนบนพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ ซึ่งเป็นวัยที่นักการศึกษาเรียกว่า “วัยก่อนเสี่ยง” และสามารถปลูกฝังได้ดีที่สุด เด็กๆ กว่า 400 คนบนดอยตุงใช้เวลาช่วงปิดเทอมมาเข้าค่ายป้องกันยาเสพติด สิ่งที่น่าตั้งคำถามคือช่วงปิดเทอมเด็กในเมืองทำอะไร
การให้ความรู้แก่เด็กไทยและพม่ายิ่งเป็นเรื่องดี เพราะดอยตุงเป็นพื้นที่เปราะบางทั้งในเรื่องยาเสพติด ความมั่นคง การพัฒนา แต่เราย้ายดอยตุงไปอยู่ที่อื่นไม่ได้ สิ่งที่จะสกัดกั้นสิ่งชั่วร้ายได้ดีที่สุดคือ “กำแพงใจ” อย่างอาจูอยากเป็นเจ้าของโรงคั่วกาแฟ ถ้าเขาใช้ความฝันเป็นสิ่งยึดเหนี่ยว ฟันฝ่าอุปสรรค ปฏิเสธสิ่งยั่วยุรอบตัวได้ เราจะได้เห็นโรงคั่วกาแฟในป่าจริงๆ
“เราจะตั้งคำถามว่าตอนอายุยี่สิบห้า พวกเขาจะทำอะไร จะอยู่ที่ไหน” คุณพิมพรรณกล่าว ความฝันของเด็กมีหลากหลายทั้งหมอ นางพยาบาล ตำรวจ นักปลูกต้นไม้ จนเจ้าของธุรกิจอย่างอาจู เมื่อทุกคนมีฝันแล้ว แล้วมีอะไรบ้างที่จะทำลายฝันของตน นี่คือสิ่งที่เด็กจะได้เรียนรู้จากค่าย
ฝิ่นคือตัวทำลายฝันและชีวิตของคนเฒ่าคนแก่บนดอยตุง สำหรับเด็กรุ่นปัจจุบันก็คือยาบ้าและยาไอซ์ที่ระบาดเร็วไม่แพ้ดอกฝิ่น
พวกเขาจะได้เห็นภาพและได้ฟังประสบการณ์ความชั่วร้ายของยาเสพติดจากปากผู้เฒ่าผู่แก่ที่เคยประสบมา จากนั้นไปเรียนรู้กันในหอฝิ่น สถานที่ไล่เรียงความชั่วร้ายของดอกไม้ชนิดนี้จนเกิดเป็นสงครามระหว่างจีนกับอังกฤษ รวมถึงสิ่งชั่วร้ายใกล้ตัวอย่างบุหรี่ เรียนรู้ผ่านบุหรี่หนึ่งมวนและปอดปลอมที่ทำมาจากขวดพลาสติก โดยจะจุดบุหรี่ให้ควันลอยโขมงในขวดใส รอให้ควันค่อยๆ จางไปจนเหลือน้ำมันดินเกาะขวดไว้ไม่ต่างจากปอดของสิงห์รมควัน
ตกเย็นเด็กๆ จะกลับมาตกผลึกความคิดเป็นรูปภาพตั้งแต่ดอยตุงในอดีต ปัจจุบัน อนาคตที่อยากให้เป็น และปิดท้ายด้วยภาพฉันตอนอายุ 25 เปิดปลายให้เด็กได้ฝันและยึดตัวเองเป็นหลัก พร้อมปฏิเสธสิ่งยั่วยุสารพัดที่พาไปผิดทาง
กลับไปคำถามเดิมที่ว่าช่วงปิดเทอมเด็กในเมืองทำอะไร คำถามนี้ต้องถามผู้ใหญ่ ซึ่งแน่ว่าการเข้าค่ายไม่ใช่คำตอบสุดท้าย แต่คือ “แค่พาเขาออกไปเห็นอะไรใหม่ๆ” ทำให้เขามีฝัน มีแรงบันดาลใจ อย่างที่อาจูและเพื่อนอีกสี่ร้อยกว่าคนค้นพบ และคำถามต่อไปคือ เด็กที่บ้านคุณเล่าอยากเป็นอะไร
ค่ายพลังเยาวชนใฝ่ดีหอฝิ่นป้องกันยาเสพติด เกิดขึ้นโดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้รับงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ริเริ่มโครงการขึ้นเป็นครั้งแรก โดยในปีต่อไปเป็นไปได้ว่าจะจัดขึ้นอีกโดยหวังให้ครอบคลุมทั้งภาคเหนือ







