
บอกสาเหตุ‘ผมร่วง’
ฉบับนี้แนะนำให้รู้จักกับ ผศ.นพ.รัฐพล ตวงทอง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนัง
โดย...นพ.รัฐพล ตวงทอง
ฉบับนี้แนะนำให้รู้จักกับ ผศ.นพ.รัฐพล ตวงทอง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนัง โรงพยาบาลศิริราชและปฏิคมสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ที่จะมาบอกถึงกล่าวถึงปัญหาของโรคผมร่วงและผลิตภัณฑ์รักษาผมร่วง
คุณหมอรัฐพล บอกว่า ภาวะผมร่วงนั้น ถือเป็นกระจกสะท้อนว่าสุขภาพของคุณกำลังมีปัญหาหรือไม่ โดยหากผมร่วงมากๆ นั้นเป็นสัญญาณสำคัญของโรคประจำตัว เช่น โรคโลหิตจาง โรคตับ และโรคไต โรคโลหิตจาง หรือเป็นปัญหาเฉพาะที่เป็นโรคของเส้นผมและหนังศีรษะก็ได้ เช่น โรคผมบางจากพันธุกรรมและฮอร์โมน โรคผมร่วงเป็นหย่อม โรคเชื้อราที่หนังศีรษะ โรคหนังศีรษะอักเสบ ทั้งนี้ โดยปกติเส้นผมของมนุษย์ มีทั้งหมด 1 แสนเส้น โดยอัตราเฉลี่ยของผมร่วงในวันที่ไม่ได้สระผม จะอยู่ที่ไม่เกินวันละ 100 เส้น และมีผมร่วงไม่เกิน 200 เส้น ในวันที่สระผม
ทั้งนี้ การที่จะทราบว่ามีเส้นผมร่วงกี่เส้นต่อวันนั้น ให้เก็บเส้นผมที่ร่วง 5 ครั้งต่อวัน คือ ช่วง เช้า สาย บ่าย เย็น และก่อนนอน โดยการเก็บแต่ละครั้งใช้หวี หวีที่ศีรษะ 4 ด้าน แล้วเก็บรวบรวมผมใส่ถุงพลาสติกเป็นเวลา 1 อาทิตย์ แล้วนับหาค่าเฉลี่ยผมที่ร่วงต่อวัน โดยวันใดที่สระผมก็ควรจะสระผมแล้วล้างแชมพูในภาชนะรองรับ เพื่อนับเส้นผมที่ร่วงและจดปริมาณที่ร่วงในวันที่สระผม
“การที่มีผมร่วงผิดปกติก็เปรียบเสมือนสัญญาณเตือนให้พบแพทย์ผิวหนัง เพื่อทำการตรวจหาสาเหตุและทำการรักษาแต่เนิ่นๆ ในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์รักษาผมร่วงที่โฆษณาตามสื่อต่างๆ จำเป็นที่จะต้องมีหลายปัจจัยหลัก ในการเลือกตัดสินใจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ เช่น 1.ผลิตภัณฑ์นั้นได้มาตรฐาน มีการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือไม่ และ 2.การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์นั้นเลือกใช้ได้ถูกต้องกับโรคที่เป็นหรือไม่ เนื่องจากอาการผมร่วงนั้นมีมาได้จากหลายสาเหตุ เช่น หากผมร่วงจากหนังศีรษะอักเสบ แล้วเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่รักษาโรคผมบางจากพันธุกรรมและฮอร์โมนก็จะรักษาไม่ได้ผล” คุณหมอรัฐพล กล่าว
ส่วนข้อที่ 3 นั้น คุณหมอรัฐพลบอกว่า การใช้ผลิตภัณฑ์นั้นสม่ำเสมอและยาวนานเพียงพอหรือไม่ก็เป็นปัจจัยสำคัญ ตัวอย่างเช่น โรคผมบางจากพันธุกรรมและฮอร์โมนเป็นโรคที่ต้องอาศัยการทายารักษาที่สม่ำเสมอ และต่อเนื่องในระยะเวลาเป็นปีๆ ดังนั้น การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่รักษาผมร่วงนั้นสามารถทำได้ แต่ถ้าไม่ได้ผลในการรักษาอย่างที่ต้องการควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังเพื่อทำการตรวจรักษาต่อไป
เพียงเท่านี้ อาการผมร่วงก็จะคลี่คลายจากหนักเป็นเบา และอาจหายได้ในที่สุด







