
เวสปิอาริโอ รังตัวต่ออันรื่นรมย์
การกลับมาครั้งนี้ของบริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) ไม่ได้เพียงแค่เปลี่ยนโฉมของรถที่มี
โดย...พงศ์ พริบไหว ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข
การกลับมาครั้งนี้ของบริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) ไม่ได้เพียงแค่เปลี่ยนโฉมของรถที่มี แต่องค์กรขนาดเล็กที่กำลังเริ่มเติบโตในธุรกิจรถสกู๊ตเตอร์ กลับให้ความสำคัญในเรื่องการสร้างสรรค์กระบวนการคิด ด้วยการเนรมิตออฟฟิศให้ออกมาเต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา เพื่อสอดรับมาดที่ทั้งเท่และทันสมัย อีกทั้งยังตั้งใจให้เป็นเสมือนบ้านหลังที่สองของพนักงาน
ทางผู้บริหารสวยเก่งอย่าง คุณพรนฎา เตชะไพบูลย์ แมเนจิ้ง ไดเรกเตอร์ของ เวสปิอาริโอ ต้องการออกแบบให้ออฟฟิศเป็นที่ซึ่งสามารถอยู่แล้วไม่เบื่อหน่าย อีกทั้งยังให้พนักงานได้ใช้เวลาหลายชั่วโมงอย่างมีความสุข และปลายทางคือการให้อิสระพนักงานในการสร้างผลงานที่ดีออกมา โดยตั้งใจให้ทีมออกแบบที่ต้องรสนิยมกันทางด้านสไตล์อย่างบริษัท ซุปเปอร์แมชชีน เข้ามาเนรมิตออฟฟิศให้เป็นอย่างที่ตั้งใจโดยมีคอนเซปต์ไว้คร่าวๆ ว่าต้องออกแบบพื้นที่ออฟฟิศบนชั้น 20 อาคารอิตัลไทย ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอย 778.53 ตารางเมตร ออกมาให้ดูสนุกและน่าอยู่
ทางดีไซเนอร์เองเมื่อได้รับคอนเซปต์ก็นำเอาลักษณะของตู้คอนเทนเนอร์มาปรับใช้เป็นจุดเด่น เพื่อให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจผู้นำเข้า อีกทั้งลักษณะของตู้คอนเทนเนอร์สามารถช่วยทำให้พื้นที่ดูมีมิติ เป็นจุดนำสายตาไปตามเส้นขอบและเมื่อเดินเข้ามาที่ออฟฟิศก็จะเห็นรถเวสป้าทั้งรุ่นเก่าใหม่นำมาจัดวางโชว์ในมุมต่างๆ ทั่วบริเวณออฟฟิศ โดยวางแสงไฟสอดรับกับวัสดุ ทำให้รถเวสป้ายิ่งดูมีเสน่ห์
ออกแบบให้มีห้องประชุมใต้หลังคาที่แบ่งไว้อย่างกลมกลืนกับบริเวณพื้นที่ทางเดิน ทั้งยังแบ่งห้องประชุมเล็กที่สามารถหลบมานั่งทำงานหรือคุยงานกันแบบส่วนตัว ในมุมโต๊ะทำงานถูกแบ่งแยกไว้เป็นสัดส่วนบริเวณปีกซ้ายและปีกขวาของตัวอาคาร เพิ่มความเก๋ด้วยมุมส่วนตัวในการคุยโทรศัพท์ซึ่งถูกแบ่งเป็นกล่องๆ เมื่อพนักงานต้องการความเงียบในการคุยงานหรือเรื่องส่วนตัวก็สามารถเดินเข้าไปคุยในกล่องได้อย่างสะดวกใจ ซึ่งออกแบบให้เก็บเสียงโดยเฉพาะ ทั้งนี้ยังมีส่วนของบาร์กาแฟที่พนักงานสามารถแวะเข้ามานั่งดื่มกาแฟได้ตลอดวัน ซึ่งคุณพรนฎาได้อธิบายเพิ่มถึงการออกแบบออฟฟิศนี้ว่า
“ที่นี่พนักงานเราไม่เยอะมาก แต่เราทำงานกันค่อนข้างเยอะ เรารู้สึกว่าเราอยากทำสถานที่ทำงานให้มันดีแล้วเป็นที่ที่ทุกคนทำงานแล้วรู้สึกสนุกไปกับเรา คือเราคิดว่าการทำออฟฟิศแบบนี้คือสิ่งหนึ่งที่เราตอบแทนพนักงานได้ เหมือนเขาออกมาทำงานแล้วได้มาเจอกับบริษัทที่น่าอยู่ พนักงานเองอยู่ที่นี่เดือนหนึ่งพอๆ กับอยู่บ้านหรือมากกว่าด้วย แล้วทำไม่เราถึงไม่ทำให้ที่ทำงานของเราสวยงาม คือถ้าที่ทำงานมันเป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของพนักงานแล้ว เราก็อยากสร้างมันให้ดีแล้วก็เหมือนกับเวลาเราได้อยู่บ้านสวย เราก็มีความสุขใช่ไหม
แล้วนอกจากที่บอกมาเราหวังให้พนักงานมีปฏิสัมพันธ์กัน จะสังเกตว่าที่นี่มีห้องประชุมค่อนข้างเยอะ แล้วเวลาพนักงานทำงานจะทำงานนั่งติดกันหันหน้าชนกัน แม้แต่เเมเนเจอร์เองก็ไม่ได้มีห้องก็นั่งรวมกัน คือเราคิดว่าการทำงานด้วยกันแบบนี้มันทำงานได้ดีกว่า อีกอย่างพนักงานยังได้เดินไปมาหากัน ตรงห้องโถงก็จะเป็นเหมือนจุดนัดพบมีที่นั่งคุยกัน มีโต๊ะให้ประชุม อยากส่วนตัวหน่อยก็เลือกเข้าไปนั่งที่ห้องประชุมเล็กได้ คือเราคิดว่ามันดีกว่าให้พนักงานเราทำงานที่นี่ 5 ปีแล้ว เขาต้องมานั่งสิงสถิตอยู่ที่เดิมจนวันหนึ่งโต๊ะนั้นกลายเป็นบ้าน อย่างที่นี่เราก็จะมีมุมกาแฟเล็กซึ่งก็ขายในราคาถูก แก้วละ 20 บาท คือเราก็อยากให้พนักงานได้บริการที่ดีในราคาถูก ก็มีแม่บ้านคอยบริการเสิร์ฟให้เลย แล้วเมื่อมาใช้จริงเรารู้สึกได้เลยว่าพนักงานมีความสุขกับการทำงาน ทุกคนมีการปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้นจากเดิม”
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้พนักงานได้ใช้ชีวิตในการทำงานแต่ละวันอย่างไม่เบื่อหน่าย อีกทั้งยังสามารถลดความตึงเครียดและเพิ่มบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเองไปด้วยในตัว ซึ่งเป็นแนวคิดการออกแบบออฟฟิศที่น่านำไปปรับใช้
เพราะสุดท้ายคงไม่มีพนักงานคนไหนจะรื่นรมย์ได้ หากบรรยากาศในการใช้ความคิดไม่อำนวย







