posttoday
ออฟฟิศคือ...บ้านหลังที่ 2

ออฟฟิศคือ...บ้านหลังที่ 2

19 เมษายน 2557

โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์

โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์

DTAC House เสมือนบ้านของพนักงานทุกคน

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา มีการจัดอันดับออฟฟิศที่น่าทำงานมากที่สุดในโลกโดยเว็บไซต์ชื่อดัง 2-3 แห่ง เช่น สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น และผลการสำรวจหนึ่งในนั้นคือ ออฟฟิศของบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค ซึ่งติดอันดับทั้งออฟฟิศน่าอยู่ และออฟฟิศที่เจ๋งที่สุดในโลก อะไรที่ทำให้ออฟฟิศของดีแทค ขึ้นทำเนียบเทียบชั้นระดับโลกได้ขนาดนี้ และจะมีผลต่อการทำงานของพนักงานมากน้อยแค่ไหน จากนี้คือคำบอกว่าของคนดีแทค ที่มีส่วนร่วมสร้างสรรค์สำนักงานใหญ่ ณ อาคารจามจุรีสแควร์จนกลายเป็น ดีแทค เฮ้าส์ หลังนี้

วัชรพงษ์ ศิริพากย์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายแบรนด์คอมมูนิเคชั่น ของดีแทค บอกกล่าวถึงความเป็นมาว่า การตัดสินใจย้ายจากตึกชัย สำนักงานใหญ่เดิมเพื่อยังจามจุรีย์สแควร์ เพราะต้องการได้สำนักงานที่มีพื้นที่ทำงานขนาดใหญ่รองรับพนักงาน 3,200 คน พร้อมกับการเติบโตของบริษัทไปได้อีกอย่างน้อย 10 ปี ผสานกับเป็นศูนย์รวมการทำงานที่ควบคุมระบบโทรคมนาคมของดีแทคทั่วประเทศไทย และที่สำคัญที่สุดต้องสร้างสรรค์วัฒนธรรมดีแทคให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

ออฟฟิศคือ...บ้านหลังที่ 2

ด้วยแนวคิดนี้ แสดงให้เห็นว่าดีแทคให้ความสำคัญกับคนมากที่สุด และสะท้อนออกมาที่การออกแบบออฟฟิศแห่งนี้ โดยสำรวจจากความต้องการของพนักงานทุกแผนก ทุกคน เสมือนหนึ่งทุกคนคือเจ้าของบ้าน นั่นทำให้ชื่อของสำนักงานใหญ่แห่งนี้คือ ดีแทค เฮ้าส์ ที่เป็นบ้านของพนักงานทุกคนอย่างแท้จริง ดังนั้นตั้งแต่ชั้น 22 – 41 ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับกับแผนกงานที่แตกต่างกันไป จึงไม่มีชั้นไหนที่เหมือนกันเลย เช่น แผนกไดเร็คเซล ไม่มีที่นั่งประจำ ทุกคนสามารถตรงไหนก็ได้ แผนกบัญชีมีพื้นที่สำหรับจัดเก็บเอกสาร แผนวิศวกรรม เน้นพื้นที่นั่งจับกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เป็นต้น และด้วยความที่ดีแทค เฮ้าส์ เป็นไวร์เลส ออฟฟิศ นั่นคือสามารถทำงานผ่านอินเทอร์เน็ต และติดต่อสื่อสารผ่านโทรศัพท์มือถือทั้งหมด ยิ่งสอดคล้องกับแนวคิดดังกล่าว

ส่วนสำคัญอีกประการคือ การให้สร้างพื้นที่ส่วนกลาง เพราะดีแทคเฮ้าส์ คือบ้านของพนักงาน การมีพื้นที่ส่วนกลางไว้ใช้ร่วมกันมีส่วนทำให้ทุกคนใกล้ชิด สนิทสนมกันมากขึ้น มีห้องคุณแม่สำหรับเลี้ยงลูกน้อย ห้องเด็กเล่น สำหรับลูกของพนักงาน รวมถึงห้องนั่งสมาธิและห้องละหมาด เป็นสิ่งที่อาจหาไม่ได้ หรือหาได้ยากในออฟฟิศปกติ นอกจากนี้ ยังมีห้องซ้อมดนตรี ห้องคาราโอเกะ ลู่วิ่ง สนามฟุตซอล แอโรบิค โยคะ ทั้งหมดอยู่บนดีแทคเฮ้าส์ ทุกคนสามารถจองคิวเข้าใช้บริการได้อย่างเท่าเทียมกัน

วัชรพงษ์ บอกว่า หัวใจสำคัญของดีแทคเฮ้าส์คือ ต้องเป็นที่เล่นและที่เรียนรู้ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้พนักงานมีความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน เป็นที่ทำงานที่ดูแลสุขภาพของพนักงาน และเป็นอาคารสิ่งแวดล้อม ใช้พลังงานต่ำ ใช้ไม้จากป่าปลูก ไม่ใช่ป่าธรรมชาติ

ออฟฟิศคือ...บ้านหลังที่ 2

ขณะที่ส่วนของศูนย์ควบคุมระบบโทรคมนาคม หรือ Service Operation Center (soc) ดีแทคลงทุนหลักร้อยล้านบาท เพื่อรวมศูนย์บริหารจัดการโครงข่ายทั่วประเทศมาไว้ที่นี่ เพื่อให้การบริหารจัดการทำได้อย่างสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด ตลอด 7 วัน 24 ชั่วโมง ตามโมเดลเดียวกับบริษัท เทเลนอร์ ในนอร์เวย์ นั่นคือผู้ใช้บริการของดีแทคทุกคนจะได้มั่นใจว่าได้รับบริการที่ดีที่สุด และหากมีอุปสรรคเกิดขึ้น ต้องสามารถแก้ไขให้ได้โดยเร็วที่สุด

กิติกัญญา สุทธสิทธิ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มพีเพิลของดีแทค บอกว่า ภายใต้บรรยากาศการทำงานในดีแทคเฮ้าส์ มีการสำรวจความพึงพอใจ ความต้องการใหม่ๆ เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงบ้านให้ดีขึ้น ล่าสุดความพึงพอใจของพนักงานดีแทคอยู่ที่ 80 พอยท์ ซึ่งค่าเฉลี่ยขององค์กรในไทยอยู่ที่ประมาณ 60 พอยท์ นั่นเป็นข้อพิสูจน์ว่าการออกแบบดีแทคเฮ้าส์สนองต่อความต้องการของพนักงานดีแทคได้เป็นอย่างดี และมีเป้าหมายที่จะเพิ่มความพึงพอใจและความสุขของพนักงานให้มากขึ้น

นอกจากนี้ ดีแทคยังมุ่งเน้นการสื่อสารภายในองค์กร เพราะรู้ว่านอกจากบรรยากาศในที่ทำงานต้องดีแล้ว บรรยากาศระหว่างพนักงานต้องดีด้วย ทุกคนต้องเข้าใจในทิศทางเดียวกัน จึงเกิดเป็นนโยบาย one Dtac หรือดีแทคเป็นหนึ่งเดียวกัน แม้ทุกคนจะมีแผนกประจำอยู่ แต่สามารถทำงานร่วมกันได้เพื่อลูกค้าคนเดียวกัน จนหลายๆ ครั้งจะเห็นพนักงานดีแทคออกไปทำตลาดร่วมกัน ไปรับฟังลูกค้าด้วยกัน เพื่อให้เข้าใจการทำงานที่แตกต่างกัน และจัดการการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นให้ได้ดีที่สุด เพื่อให้ดีแทคเป็น Best Place to Work

ออฟฟิศคือ...บ้านหลังที่ 2

“ดีแทคไม่ได้ดูแลพนักงานแค่เรื่องของสวัสดิการ แต่เราพยายามเข้าใจความสุขที่จะสร้างร่วมกัน เช่น งานสงกรานต์ที่ผ่านมาดีแทคเริ่มเล่นกันภายในก่อนสงกรานต์จริงจะเริ่มต้น ตั้งแต่ซีอีโอถึงพนักงานทุกคนปิดลานจอดรถเล่นน้ำด้วยกันอย่างสนุกสนาน และจะมีกิจกรรมลักษณะนี้ทุกเดือนเพื่อเชื่อมพนักงานดีแทคทุกคนเข้าไว้ด้วยกัน” กิติกัญญา กล่าว

สุดท้ายเมื่อถามถึงวัฒนธรรมของดีแทค คำตอบที่ได้ชัดเจนมากคือ ดีแทคต้องการสร้างคนดี ให้พนักงานทุกคนเป็นคนดี เพราะคนดีจะคิดดีและทำดี ให้ได้สิ่งดีๆ ให้กับลูกค้าทุกคน เหมือนวัฒนธรรมของบ้าน ที่ต้องการให้มีสิ่งดีๆ เกิดขึ้น และทั้งหมดจะสะท้อนออกมาเป็นการกระทำที่ทุกคนสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากภายนอก

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69