
in my bag
โดย...อนุสรา ทองอุไร ภาพ กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร
โดย...อนุสรา ทองอุไร ภาพ กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร
แหล่งซื้ออาหาร
“ปัจจุบันนี้มีเวลาว่างเยอะก็จะทำอาหารเองบ่อย แหล่งที่ไปประจำขณะนี้ล้วนแต่เป็นกึ่งๆ ตลาดสด สถานที่ประจำมีอยู่ 3 แห่ง ก็คือ ศูนย์ส่งเสริมการเกษตร จ.ปทุมธานี เป็นหนึ่งในโครงการพระราชดำริมีเดือนละแค่ 1 ครั้ง ที่เกษตรกรที่เข้าร่วมในโครงการมาขายเอง โดยไม่ผ่านคนกลางจะเป็นสินค้าปลอดสารพิษ มีครบทุกอย่าง ทั้งผัก ผลไม้ หมู เนื้อ ไก่ ปลา ไข่ อาหารทะเล ข้าวสาร ราคาก็จะถูก ใหม่ สด สะอาด ลุงป้าที่มาขายล้วนแต่เป็นปราชญ์ชาวบ้านอย่างแท้จริง ซึ่งดำเนินแนวทางตามที่ในหลวงทรงสอน คือ เกษตรแบบพอเพียง ปลูกเอง กินเอง เหลือค่อยนำมาขาย พันธุ์พืชและผลไม้ก็มาจากโครงการพระราชดำริที่พัฒนาสายพันธุ์มาช่วยเกษตรกร
พ่อค้าแม่ค้าจะมาจากหลายจังหวัด มากันไกลๆ ก็มี ผักและผลไม้ก็ปลูกตามฤดูกาล ไปแต่ละครั้งจะซื้อไว้เยอะๆ เพื่อให้พอกินพอใช้ไปสัก 2 อาทิตย์ เพราะของเขาสดสะอาดก็จะเก็บไว้ได้นาน กล้วยน้ำว้าที่อื่นหวีละ 25 บาท ตลาดแห่งนี้หวีละ 15 บาท หวีใหญ่อวบอ้วน เวลาไปซื้อของที่นี่จะมีรถเข็นเล็กๆ ไปด้วย 1 คัน พร้อมถุงผ้าขนาดใหญ่ 2 ใบ สะดวกสบายไม่หนัก
อีกสถานที่ก็คือ ตลาด อ.ต.ก. จะไปซื้อปลา เป็นศูนย์เพาะพันธุ์ซึ่งเป็นโครงการที่พระราชินีท่านสนับสนุน เป็นปลาออร์แกนิก คือ ไม่เลี้ยงด้วยอาหารเม็ดที่อาจจะเป็นเชื้อราก็ได้ แต่ฟาร์มนี้เขาจะเลี้ยงด้วยขี้ไก่ ปลาจะสดไม่มีกลิ่นคาวเลย เวลาเอาไปนึ่งเนื้อปลาจะหวานมาก และมีแค่ 2 สายพันธุ์เท่านั้น คือ ปลานิลกับปลาทับทิม เขาจะคอดเกล็ดปลาเอาไส้ออกให้เรียบร้อย เวลาไปจะซื้อทีละ 10 ตัว เอาไปฝากบ้านแม่ แล้วทำเลี้ยงพนักงานที่สปาด้วย จะไปเดือนละ 12 ครั้ง
สุดท้ายตลาดที่ไปก็คือ ตลาดเช้าข้างๆ สวนลุมพินี จะมีแม่ค้าขาประจำเป็นชาวสวนจาก จ.นนทบุรี เขามาขายผักจากสวนเขาเอง จะมีผักแปลกๆ ที่เราไม่เจอในซูเปอร์มาร์เก็ต ชอบเดินตลาดสด บางทีก็ไปตลาดรถไฟ จะวนเวียนอยู่ 34 แห่งนี่ล่ะ ไปสัปดาห์ละครั้งแต่ละตลาด ก็เวียนครบ 1 เดือนพอดี แม้ผักจะไม่สวยดูแคระแกร็นไปบ้างก็ไม่เป็นไร แสดงว่ามันมาจากธรรมชาติไม่ถูกใส่ปุ๋ยใส่ยาจนเกินไป ถ้าทำอาหารไทยนี่จะไปเดินตลาดสดเป็นหลักเลย ซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อจ่ายกับข้าวนี่น้อยมาก อยากสนับสนุนเกษตรกร ลุงๆ ป้าๆ คนไทยเราเอง ที่ปลูกเองขายเอง ให้เงินถึงมือเขาจริงๆ ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ไม่เข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมมากเกินไป”
การเลือกซื้ออาหาร/หีบห่อ/บรรจุภัณฑ์
“อย่างที่บอกว่าส่วนใหญ่จะไปเดินตลาดสด ดังนั้น เรื่องบรรจุภัณฑ์หีบห่อต่างๆ ก็จะดูบ้านๆ สบายๆ ก็คือ ห่อใบตองสด ใบตองแห้ง หรือจะห่อกระดาษ แต่ส่วนใหญ่เราจะเอาถุงผ้าไปเอง ซื้ออะไรก็พยายามขมวดรวบเอาใส่รวมๆ กัน ที่เป็นพวกผักไม่ห่วงเรื่องแตกหรือหัก แต่ถ้าเป็นพวกเนื้อหรือไข่ ก็เลี่ยงไม่ได้อาจจะต้องใส่ถุงพลาสติกมาบ้าง แต่ก็พยายามเอาถุงพลาสติกให้น้อยที่สุด ไม่รู้จะเอามาเยอะๆ ทำไมให้รกบ้าน
แต่ถ้าจะทำอาหารฝรั่ง แน่นอนว่าอาจจะต้องไปซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้บ้าน เราก็จะเลือกที่ดูใหม่ ไม่ช้ำ ไม่แตก หัก บุบบี้ มีน้ำรั่วซึม ถ้าถุงพลาสติกดูเก่าๆ ยับๆ ย่นๆ ก็จะไม่หยิบ แสดงว่าเก็บไว้นานจนถุงเยินไปหมด แล้วก็ดูพวกวันหมดอายุ แต่จะดูอาหารที่อายุไม่ยาวมาก เพราะอาหารที่เก็บได้นานๆ แสดงว่าต้องใส่สารกันบูด มันถึงเก็บได้นาน เราก็จะดูวงจรอายุสัก 12 เดือนก็พอ ไม่ชอบเก็บไว้นานๆ”
ในถุงกับข้าววันนี้
“พออายุเริ่มเยอะก็พยายามจะลดเนื้อสัตว์ให้น้อยลง คือ ยังกินเนื้อสัตว์อยู่บ้างแต่ลดความถี่ลง ตอนนี้จึงเน้นผักสดมากขึ้น วันนี้ตั้งใจจะทำน้ำพริกอ่อง ก็เลยซื้อผักมา เพื่อทำน้ำพริกและเครื่องเคียงเป็นผักต่างๆ เช่น กระเทียม มะเขือเทศ พริกขี้หนูสด พริกขี้หนูแห้ง หอมแดง แล้วก็ผักต่างๆ ทั้งแครอต ฟักทอง แตงกวา ผักชีชอบมากจะเน้นเป็นพิเศษ คือ ชอบผักอะไรเราก็เลือกได้ตามใจ แล้วก็จะชอบกินน้ำพริกอ่องคู่กับแคบหมู แล้วปลาสลิดเล็กๆ ทอดกรอบกินได้ทั้งตัวและก้างก็กรอบกินได้ไม่ติดคอ
ถ้าผักเหลือก็จะทำสุกี้ซดน้ำให้คล่องๆ คอ แล้วก็ไม่อึดอัดท้องเพราะมีผักเป็นส่วนประกอบหลัก เนื้อสัตว์แทบจะไม่เน้นสำหรับมื้อนี้ พยายามอย่างยิ่งว่าแต่ละมื้อของอาหารต้องมีผักเป็นเครื่องเคียงอย่างน้อย 3 อย่าง ขึ้นไปบนโต๊ะอาหารจะต้องมีจานผักสดวางไว้เสมอ”







