
ลายแทงแห่งความสำเร็จ (ตอนจบ)
ด้วยพระปรีชาญาณอันแยบคายที่พระองค์ทรงฝึกหัดพัฒนาตนมาโดยตลอดจนเกิดการตกผลึกอย่างลึกซึ้งว่าสิ่งใดผิด
โดย...ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย
ด้วยพระปรีชาญาณอันแยบคายที่พระองค์ทรงฝึกหัดพัฒนาตนมาโดยตลอดจนเกิดการตกผลึกอย่างลึกซึ้งว่าสิ่งใดผิด สิ่งใดถูก สิ่งใดคือทางสุดโต่ง สิ่งใดคือทางสายกลาง
ผลจากการใช้ปัญญาอย่างแหลมคมจนสามารถแยกแยะวินิจฉัยทำให้จับหลักการสำคัญของจิตภาวนาได้อย่างถูกต้องถ่องแท้ ทั้งยังกล้าคิดในวิถีที่ต่างออกไปจากลัทธินิกายของบรรดาครูบาอาจารย์ในยุคนั้น
การคิดต่างอย่างแยบคายของพระองค์ขณะที่เป็นพระโพธิสัตว์นั้น เป็นสิ่งที่ทรงให้ความสำคัญมาก ดังจะเห็นว่า กลุ่มนักบวชที่เรียกว่าปัญจวัคคีย์ถึงกับรับไม่ได้เมื่อเห็นว่าพระองค์ทรงเลิกทรมานตน หันกลับมาเสวยพระกระยาหารตามปกติ ทั้งนี้ เพราะกลุ่มปัญจวัคคีย์ติดอยู่ในชุดความคิดแบบเดิมที่ว่า หนทางตรัสรู้มีอยู่ทางเดียวคือการทรมานตนเท่านั้น พอพระองค์ทรงคิดต่าง ทำต่างออกไป พวกเขาจึงเลิกติดตามพระองค์ทันที ลักษณะที่เป็นขบถต่อชุดความคิดแบบเดิมนี้ คือจุดเปลี่ยนและจุดต่างที่สำคัญที่สุดจุดหนึ่งที่ทำให้พระโพธิสัตว์ได้ค้นพบความสำเร็จ
อัจฉริยภาพในการคิดต่างอย่างนี้มีชื่อเรียกว่า “โยนิโสมนสิการ” หรือ “การคิดเป็น” ตัวการคิดเป็นนี้ พระพุทธองค์ทรงยกย่องไว้ว่า เป็นธรรมที่มีคุณค่ามากที่สุดประการหนึ่ง ใครก็ตามคิดเป็น ก็เหมือนกับคนคนนั้นมี “แสงเงินแสงทองของชีวิต” เพราะเมื่อคิดเป็น ก็จะแก้ปัญหาเป็น และใช้ชีวิตเป็น
ผลจากการคิดเป็น คิดต่าง คิดสร้างสรรค์ จึงทำให้ในที่สุด พระองค์ก็ทรงบรรลุถึงพระนิพพานอันเป็นปลายทางแห่งการแสวงหาทางจิตวิญญาณของพระองค์โดยสมบูรณ์ (=วิมังสา/วินิจวิจัย/คิดต่าง คิดอย่างสร้างสรรค์)
บุคคลสำคัญหรือไม่สำคัญของโลกที่ประสบความสำเร็จล้วนแล้วแต่ดำเนินอยู่บนวิถีแห่งอิทธิบาท 4 ประการทั้งนั้น ทั้งนี้ ไม่ว่าเขาจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม เป็นต้นว่า ครั้งหนึ่งเมื่อตอนอายุเพียง 18 ปี เลดี้กาก้าประกาศตัวว่าจะเป็นนักร้องป๊อปสตาร์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังล้นฟ้าให้ได้ จากนั้นเธอก็เพียรฝึกหัดพัฒนาตน มุ่งมั่นไล่ตามความฝัน และสามารถสร้างแนวทางที่เป็นเอกลักษณ์หรือจุดขายของตัวเองออกมา จนกลายเป็นนักร้องป๊อปสตาร์ระดับโลกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่งในปัจจุบัน
บิล เกตส์ หลงใหลในการเขียนโปรแกรม จนยอมตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเพื่อไล่ตามความฝัน ต่อมาจดทะเบียนตั้งบริษัท และผลิตนวัตกรรมออกมาสู่ตลาด ทุกวันนี้เขากลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก
วงดนตรีเดอะบีเทิลส์ เกิดจากเพื่อนนักเรียนตั้งแต่สมัยมัธยมปลายไม่กี่คนที่จริงจังคลั่งไคล้ใหลหลงในดนตรี รวมตัวกันตั้งวงดนตรีในบ้านเกิด รับเล่นตามผับ ตามร้านอาหาร หรือแม้แต่ไปเล่นฟรีในงานที่ไม่มีค่าจ้างแม้แต่บาทเดียวตลอดคืนยันรุ่งเช้าก็ยอม ขออย่างเดียว แค่ได้ทำในสิ่งที่รัก พวกเขาฝึกซ้อมวงไม่ต่ำกว่า 10,000 ชั่วโมง ต่อมาพวกเขาได้กลายเป็นตำนานของวงดนตรีที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลกตลอดกาล
สตีฟ จ็อบส์ หลงใหลในคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ยังเด็ก อายุเพียง 21 ปี ก็เริ่มตั้งบริษัทร่วมกันกับเพื่อนเพียงสองคนเพื่อผลิตคอมพิวเตอร์อย่างที่ตัวเองใฝ่ฝัน อายุครบ 30 ปี ถูกไล่ออกจากบริษัทที่ตั้งมาเองกับมือ แต่ก็ไม่เคยเบี่ยงเบนออกไปจากสิ่งที่ตัวเองรัก ยังคงออกไปตั้งบริษัทผลิตคอมพิวเตอร์อีกแห่งหนึ่ง อายุ 40 ปี กลับมาสู่บริษัทเดิมเพื่อกอบกู้สถานการณ์ที่ย่ำแย่ให้กลับมาสู่ความรุ่งโรจน์ โดยเริ่มสร้างสรรค์นวัตกรรมภายใต้แนวคิด “Think Different” หรือ “คิดต่าง” จนโลกมีนวัตกรรมเปลี่ยนโลกอย่างคอมพิวเตอร์แม็ค บุ๊ก แอร์, แม็ค บุ๊ก โปร, ไอพอด, ไอโฟน, ไอแพด เมื่อประสบความสำเร็จแล้ว เขาได้เล่าเส้นทางแห่งความสำเร็จเอาไว้ในสุนทรพจน์อันลือลั่น ซึ่งเขากล่าวไว้ในวันรับปริญญาเอกกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด รวมทั้งเล่าไว้ในหนังสืออัตชีวประวัติอีกว่า การที่เขาประสบความสำเร็จได้นั้นก็เพราะ
1.เขาได้ค้นพบสิ่งที่ตัวเองรักตั้งแต่อายุยังน้อย
2.เขามุ่งมั่นฝึกหัดพัฒนาตนเองไม่หยุดหย่อน ทุ่มเทพัฒนาผลงานร่วมกับทีมวิจัยและวิศวกรเพื่อให้ได้นวัตกรรมที่ดีที่สุด ผิดหวังนับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่เคยเลิกล้มความตั้งใจ มุ่งมั่นต่อไปจนถึงที่สุด
3.เขาไม่เคยหันเหความสนใจไปทำสิ่งที่เขาไม่รัก หรือไม่ถนัด
4.เขาคิดต่างออกไปจากความคิด ความเชื่อของคนทั่วไป เช่น เขากล่าวว่า เขาไม่สนใจการทำโฟกัส กรุ๊ป เพื่อสำรวจว่าผู้บริโภคต้องการอะไร แต่เขาจะใส่ใจว่า สิ่งที่เขาคิดจะเติมเต็มให้กับผู้บริโภคได้อย่างไรมากกว่า
นี่คือการแหวกธรรมเนียมทางการตลาดของบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย ที่มักเอาลูกค้าเป็นตัวตั้ง แต่เขากลับเอานวัตกรรมเป็นตัวตั้ง วันหนึ่งเมื่อเขาไปบรรยายที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด เขาประกาศว่า ในอนาคตเขาจะสร้างคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กเท่าฝ่ามือ วันนั้น นักศึกษาหลายคนถึงกับโห่ใส่หน้าเขา แต่แล้วทุกวันนี้โทรศัพท์นับวันมีแต่จะเล็กลงไปเรื่อยๆ
เมื่อตอนที่เขาจะเปิดร้านแอปเปิล สโตร์ เขาถูกที่ปรึกษาทางการตลาดการเงินหลายคนปรามาสไว้ว่าน่าจะล้มเหลวภายในเวลาอันรวดเร็วที่สุด แต่เขาไม่เชื่อ ยังคงคิดต่างออกไปว่าเขาทำได้ ผลสุดท้ายก็อย่างที่เห็น เขาประสบความสำเร็จตามที่วางแผนไว้ทุกประการ ร้านแอปเปิล สโตร์ กระจายไปทั่วโลกหลายพันสาขา
เบื้องหลังความสำเร็จของบุคคลสำคัญเพียงไม่กี่คนที่กล่าวมา คือสิ่งที่ยืนยันว่า ใครก็ตามดำเนินตามหลักอิทธิบาท 4 ไม่ว่าจะโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม ไม่ช้าไม่นาน เขาคนนั้นหรือเธอคนนั้นจะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน
การประสบความสำเร็จไม่ได้ถูกสงวนไว้ให้เป็นเอกสิทธิ์จำเพาะสำหรับใครบางคนหรือบางชนชั้นเท่านั้น แต่เราทุกคนมีสิทธิเอื้อมถึงบัลลังก์ทองของความสำเร็จด้วยกันแทบทุกคน ขอเพียงแต่เราเชื่อมั่นศรัทธาและดำเนินตามอิทธิบาท 4 ให้สมบูรณ์







