posttoday
คู่หูคู่กัด อยู่อย่างไรให้เป็นสุข

คู่หูคู่กัด อยู่อย่างไรให้เป็นสุข

14 เมษายน 2557

พล็อตเรื่อง คู่หูคู่กัด พระเอกปากร้ายแต่ก็หลงรักนางเอก ไม่ได้มีเฉพาะในหนังในละครเท่านั้น

โดย...คุณหนูอี๊

พล็อตเรื่อง คู่หูคู่กัด พระเอกปากร้ายแต่ก็หลงรักนางเอก ไม่ได้มีเฉพาะในหนังในละครเท่านั้น แต่ใครจะเชื่อว่าในที่ทำงานก็มีสถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้ระหว่างเพื่อนร่วมงาน เพียงแต่บทลงเอยอาจไม่ใช่การแต่งงานหรือชีวิตคู่เหมือนคู่รักทั่วไป

สถานการณ์ อู๊ดพนักงานใหม่ของแผนก เพิ่งเข้ามาทำงานได้ 2 เดือน อู๊ดเป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ดีเข้ากับเพื่อนร่วมงานได้หมด แต่บางครั้งอู๊ดก็อดน้อยใจไม่ได้ ที่นัทพี่ใหญ่ของแผนกชอบจิกกัดแรง ปล่อยมุขใส่แรงๆ และชอบจี้ปมด้อย หรือสิ่งที่อู๊ดไม่อยากให้หยิบมาเป็นประเด็น นั่นคือ เรื่องรสนิยมทางเพศของเธอ ดังนั้น ด้วยนิสัยที่ไม่ยอมคน เวลานัทซัดมา อู๊ดก็ตอกกลับ จนทั้งคู่กลายเป็นคู่หูคู่กัดของแผนก เพราะแม้จะจิกกัดกันทุกวัน แต่ใครๆ ก็รู้ว่า ทั้งสองคนมีบางอย่างที่จูนกันติด ราวกับรู้จักกันมานาน

ทางออก ด้วยความที่มีความสนิทสนมกันในระดับหนึ่ง แต่อาจเพราะยังต้องใช้เวลาเรียนรู้กันให้ลึกซึ้งกว่าที่เป็นอยู่ ถ้าอยากสานต่อมิตรภาพนี้ต่อไปนานๆ ทางที่ดี อู๊ดอาจอาศัยจังหวะเหมาะๆ เปิดใจกับนัทตรงๆ ในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ เช่น ไม่อยากให้เอาเรื่องส่วนตัวไปพูดกับคนอื่น หรือเอาไปเป็นประเด็นในบทสนทนาตลกโปกฮา เพราะเรื่องบางเรื่องที่อู๊ดยอมรับให้ฟัง ก็หวังให้จบเพียงแค่สองคน อย่างน้อยการเปิดใจพูดตรงๆ ก็ดีกว่า อู๊ดเก็บความไม่ชอบใจนี้ไว้ จนกลายเป็นไม่ชอบขี้หน้าอู๊ด และกลายเป็นความบาดหมางในอนาคต จนไกลกว่าจะสร้างมิตรภาพกันได้อีกครั้ง

สถานการณ์ เอและบีสนิทกันมาก เวลาได้จับคู่ทำงานร่วมกันจะมีพลังในการทำงานมากเป็นพิเศษ แต่มีอยู่ครั้งหนึ่งทั้งคู่ต้องไปเข้าชั้นเรียนทำอาหาร เพื่อเก็บประสบการณ์มาต่อยอดทำโปรเจกต์ ปรากฏว่าด้วยความที่สนิทกันมาก เอเพื่อนสาวที่ชอบพูดตรงๆ โดยบางครั้งไม่ได้คิดว่าคนอื่นจะรู้สึกอย่างไร ไปพูดแซวบีต่อหน้ากลุ่มเพื่อนว่า ถ้าเข้าคอร์สทำอาหารบีก็คงเอาแต่กินอย่างเดียว ไม่ยอมลงมือทำ ปรากฏว่าบีรู้สึกไม่ถูกใจและไม่พูดกับเอไปเลย โดยที่เอไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด

ทางออก จากสถานการณ์นี้ กองเชียร์ฝั่งเออาจคิดว่าบีไร้เหตุผลมาก เรื่องแค่นี้งอนอะไร แต่ในฝั่งกองเชียร์บีอาจคิดต่างว่า บีไม่ชอบให้เพื่อนรักไปพูดดิสเครดิตตัวเองต่อหน้าใคร ทางที่ดีบีควรบอกเอตรงๆ ว่า ไม่ชอบอะไร งอนเรื่องอะไร อย่างน้อยเอจะได้รู้ตัว ได้คุยกันเชื่อว่าด้วยความซี้ของทั้งคู่ ถ้าบีเอ่ยปากแล้ว คราวหน้าเอจะไม่ทำอีก อย่างน้อยจะพูดอะไรคราวหน้า เอก็ต้องฉุกคิดนิดหนึ่ง แต่หากบีปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปเงียบๆ วันหนึ่งหายโกรธก็พูดกับเอปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เท่ากับว่าบียอมปล่อยให้เกิดรอยร้าวขึ้นในมิตรภาพระหว่างทั้งสอง ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ๆ

Ask the expert

Q. ที่ทำงานมีการแข่งขันกันสูงมาก บ่อยครั้งที่ดูเหมือนว่าจะช่วงชิงกันมากเกินปกติ เราจะปรับตัวอย่างไรให้อยู่ในบรรยากาศการทำงานแบบนี้ โดยไม่รู้สึกกดดันจนมากเกินไปครับ?

A.นพดล ตังวัชรินทร์ Success Coach MAX Potentials ขอให้ดูจาก 2 เรื่อง คือ (1) คนในบริษัทเขาทำหรือมีพฤติกรรมอะไรที่เราเรียกว่าการแข่งขัน และ (2) การแข่งขันนั้นมากดดันเรายังไง หากคำว่าการแข่งขันหมายถึงการที่คนอื่นเขาอยากถีบตัวให้สำเร็จให้ก้าวหน้า ทุ่มเททำงานหนัก เสนอไอเดียมากมาย และกล้าที่จะถกเถียงกัน แล้วเรารู้สึกอึดอัด ปัญหานี้จะไม่ได้อยู่ที่พฤติกรรมของคนในที่ทำงาน แต่อยู่ที่เราไม่อยากทำอย่างที่เขาทำมันเลยทำให้เรารู้สึกแตกต่างและอึดอัด การแข่งขันแบบนี้กลายเป็นวัฒนธรรมในหลายๆ องค์กรเพราะบริษัทเองก็สนับสนุนด้วย หากเราไม่อยากปรับพฤติกรรมเราก็ต้องถามตัวเองว่า เราเหมาะกับวัฒนธรรมองค์กรเช่นนี้หรือไม่ แต่ถ้าการแข่งขันหมายถึงพฤติกรรมหรือนิสัยที่ไม่ดี เอาเปรียบ หรือมาหาผลประโยชน์จากเรา อย่างนี้ก็ต้องคุยกับเขาตรงๆ และคุณต้องไม่ปล่อยให้พฤติกรรมนั้นมาทำร้ายหรือมากดดันเราครับ

He Said / She Said

ปานพนักงานบริษัท

“ผมจะรู้สึกดีกับสาวๆ ที่สวย น่ารัก หุ่นดี (หัวเราะ) แต่ถ้าจะให้เลือกก็แค่ขอเข้ากันได้ คุยกันรู้เรื่อง ถ้าสวยด้วยก็ยิ่งดีครับ”

พิมพนักงานบริษัท

“ชอบหนุ่มๆ ที่สะอาดสะอ้าน ดูสดใส น่ารัก ไม่ต้องถึงกับตี๋ แต่จะชอบหนุ่มขาวๆ ดูสดใสดีค่ะ”

“สำหรับฉัน การที่ต้องจากบ้านไปทำงานไกลๆ ถือเป็นอุปสรรคสำคัญในชีวิตและอาชีพ แบบว่า... ทำใจลำบากทุกทีเลย”

ไดแอน เลน นักแสดงสาวชาวอเมริกัน

ข่าวล่าสุด

ผลบอล เอฟเอคัพ ! แมนซิตี้ ชนะ เชลซี 1-0 ซิวแชมป์เอฟเอคัพ สมัย 8

ผลบอล เอฟเอคัพ ! แมนซิตี้ ชนะ เชลซี 1-0 ซิวแชมป์เอฟเอคัพ สมัย 8