
ณปรัชญ์ รัตนนิตย์ ว่าที่สถาปนิกหนุ่ม
เด็กหนุ่มจากคณะสถาปัตย์ขวัญใจสาวๆ เดินเข้ามาทักทายกับพี่ๆ อย่างเป็นกันเอง
โดย...โยธิน อยู่จงดี ภาพ ประกฤษณ์ จันทะวงษ์
เด็กหนุ่มจากคณะสถาปัตย์ขวัญใจสาวๆ เดินเข้ามาทักทายกับพี่ๆ อย่างเป็นกันเอง เขาคือ ปอนด์ ณปรัชญ์ รัตนนิตย์ นักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาการออกแบบอาคาร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ชั้นปีที่ 5 พระเอกเอ็มวีเพลง “ขอ” วงโลโมโซนิก คือเดือนมหาวิทยาลัยที่เราจะได้แนะนำให้รู้จักกันในวันนี้
หนุ่มปอนด์บอกกับพี่ๆ ว่าเขาค้นพบความชอบของตัวเองตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ม.2 ว่าเป็นคนที่ชอบวาดรูป แนวเส้นออกแบบ เพราะดูมีมิติ เอกลักษณ์ ก็ได้เริ่มศึกษารู้ว่าลายเส้นแบบนี้ส่วนใหญ่จะใช้ในการเรียนคณะสถาปัตย์ จึงตั้งใจเรียนเพื่อที่จะได้สอบเข้าคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์
“เป้าหมายแรกที่อยากสอบเข้าก็คือจุฬาฯ แต่พอดีได้มีโอกาสเดินทางมาที่พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มาดูละครเวทีของที่นี่ พอตอนสุดท้ายพี่ๆ เขาร้องเพลงประจำคณะ ผมตัดสินใจเลยว่าจะเรียนต่อที่นี่ ถึงแม้ว่าการเข้ามาเรียนที่นี่จะมาด้วยเพลง แต่ด้วยในเนื้อหาของเพลงนั้น มันบอกทั้งชีวิตของเด็กที่เรียนสถาปัตย์ เล่าถึงการทำงาน การอดนอน งานหนัก ความรักเพื่อน ความเป็นเพื่อนพ้อง พอได้เข้ามาเรียนจริงๆ ก็รู้สึกดีใจที่ตัดสินใจไม่ผิด เพราะเราได้ความรู้ความเข้าใจจากที่นี่ไปเยอะมาก” ปอนด์ เล่าถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญ เพราะไม่ใช่แค่เรื่องวิชาความรู้ บรรยากาศการเรียน สังคมเพื่อนพี่น้องในมหาวิทยาลัยล้วนมีส่วนสำคัญต่อแรงบันดาลใจในการทำงานในอนาคตของนักศึกษาทุกคน
หลังจากปอนด์ได้เข้าเรียนที่คณะสถาปัตย์แล้ว เขาก็เลือกสาขาการออกแบบอาคาร เพราะอยากออกแบบในภาพรวมใหญ่มากกว่า ปอนด์บอกกับพี่ๆ ว่าหัวใจของการเป็นนักสถาปัตย์ที่ดี ควรจะเข้าใจแก่นของงาน เพราะทุกงานก็จะมีกรอบของงานแต่ละชิ้นที่ไม่เหมือนกัน งานบางงานถูกปิดด้วยราคา บางงานถูกปิดด้วยจุดขาย รับงานมาชิ้นหนึ่งต้องมองไปที่จุดสำคัญของงานให้ถูก
ต้องออกแบบในส่วนที่สำคัญก่อน สิ่งอื่นๆ ก็จะเป็นในส่วนของการออกแบบประดับให้สวยงามตามมา เหมือนกับการใช้ชีวิต หากเทียบกับตอนนี้เป็นนักศึกษาก็คือการจัดระบบชีวิต จัดลำดับความสำคัญในการทำงาน
“มีหลายงานที่ออกแบบมาแล้วสวยดูโดดเด่น แต่ไม่ได้สนใจพื้นที่โดยรอบ เช่น ออกแบบอาคารมาหนึ่งที่ แต่ไม่ได้สื่อ ไม่ได้สนใจวัฒนธรรมของคนท้องถิ่น หลายคนอาจจะชอบให้สร้างสิ่งใหม่ๆ แต่ผมคิดว่าการออกแบบให้สวยและสนใจวัฒนธรรมของท้องที่สามารถควบรวมกันได้ แล้วทำได้จริง
การออกแบบที่ผมชอบมากที่สุดก็คือเน้นการใช้สัจจะวัสดุ หรือการใช้เนื้อแท้ของวัสดุ ไม้เป็นไม้ หินเป็นหิน ไม่มีการนำปูนมาปลอมเป็นไม้ หรือหากสร้างด้วยคอนกรีตจะไม่มีการนำสีมาทา หากพื้นผิวจะมีรอยแตก ก็จะต้องสวยอย่างธรรมชาติ ลวดลายที่ออกมาต้องไม่มีการแต่งเติม ดังนั้นสถาปนิกจะต้องออกแบบล่วงหน้าสำหรับอนาคตของสิ่งเหล่านี้ จะนับเป็นความสวยงามตั้งแต่ครั้งแรกที่ออกแบบ ทั้งแดดที่จะโดนผนังแล้วสีซีดแล้วจะต้องสวย เป็นสไตล์ที่ผมชอบมากที่สุด” ณปรัชญ์ เล่าถึงแนวการออกแบบที่ชื่นชอบและสถาปนิกรุ่นใหม่นิยมใช้
หลังจากที่เรียนจบ หนุ่มปอนด์ตั้งใจว่าจะทำงานเก็บประสบการณ์สักระยะและออกมาเปิดบริษัทรับงานของตัวเอง ซึ่งเมื่อเราถามว่าไม่กลัวความกดดันจากการเป็นเจ้าของกิจการหรือ ณปรัชญ์ตอบกลับมาว่า แม้ว่าวันข้างหน้าเวลาเจอปัญหา ทั้งความเครียด เวลา ความกดดัน เป็นเรื่องที่เราต้องเผชิญอยู่แล้ว แต่ถ้าเรามองอนาคตชีวิตในวันข้างหน้าให้ยาวขึ้น ปัญหาที่เจอมันไม่ใช่จุดสุดท้ายของชีวิต เราจะลดความเครียดลง พอความเครียดลดลง เราก็จะหาทางแก้ได้ตรงจุดง่ายขึ้นนั่นเอง







