
เมืองน่าอยู่ผู้สูงวัย 1 (Agefriendly city)
เรื่อง : รศ.ดร.วิพรรณ ประจวบเหมาะ
ครั้งก่อนได้นำเสนอถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมกายภาพต่อสุขภาวะและการมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมทางสังคมของผู้สูงอายุ ครั้งนี้ได้เชิญ รศ.ไตรรัตน์ จารุทัศน์ ผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยวิจัย สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุและคนพิการ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาเป็นแขกรับเชิญเพื่อให้ข้อคิดเกี่ยวกับการจัดการสิ่งแวดล้อมในสถานที่สาธารณะให้เหมาะกับสังคมสูงวัยหรือให้เป็นเมืองน่าอยู่ของผู้สูงวัยด้วยนะคะ
แนวคิดเรื่อง
“เมืองน่าอยู่ผู้สูงวัย (AgeFriendly City)” นี้เริ่มจากการประชุมว่าด้วยพฤฒาวิทยา ครั้งที่ 18ที่นครรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิลในเดือน มิ.ย. ปี ค.ศ. 2005 มีเมืองพันธมิตร หรือเมืองหุ้นส่วน 33 เมืองทั่วโลก กลุ่มประเทศเอเชีย ประเทศอินเดียมี 2 เมือง ญี่ปุ่นมี 2 เมือง จีนมี 1 เมือง และออสเตรเลียมี 2 เมืององค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดกรอบการพิจารณาเมืองน่าอยู่สำหรับผู้สูงวัยไว้ 8 ประเด็น ดังนี้ คือ 1) ที่อยู่อาศัย 2) การเข้าไปมีส่วนร่วมในสังคม 3) การได้รับการยอมรับในสังคม 4) การมีส่วนร่วมของท้องถิ่นและการจ้างงาน 5) การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร 6) การสนับสนุนของชุมชนและการบริการด้านสุขภาพ 7) สภาพพื้นที่ภายนอกและตัวอาคาร และ 8) ระบบขนส่งมวลชน
สำหรับการออกแบบเพื่อให้ผู้สูงวัยสามารถเข้าถึงได้ หรือไม่มีอุปสรรคกีดขวาง ในทุกพื้นที่ที่ให้บริการสาธารณะ ระยะทางจากที่พักอาศัยไปยังสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ของเมืองที่มีความเหมาะสม สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ 1) สิ่งอำนวยความสะดวกปฐมภูมิ เช่น ร้านขายของชำ ธนาคาร ที่ทำการไปรษณีย์ ป้ายรถเมล์ และสถานีอนามัย ควรอยู่ในระยะทางรัศมีไม่เกิน 250 เมตร จากที่พักอาศัย โดยหากใช้เวลาเดินจะใช้เวลาประมาณ 23 นาที และ 2) สิ่งอำนวยความสะดวกทุติยภูมิ เช่น ป้าย รถเมล์สาธารณะ สวนสาธารณะ ศาสนสถาน โรงพยาบาล และสิ่งอำนวยความสะดวกระดับชุมชน ควรอยู่ในระยะทางรัศมีไม่เกิน 400 เมตร จากที่พักอาศัยหรือใช้เวลาเดินประมาณ 5 นาที ระยะทางที่เหมาะสมจากที่พักอาศัยไปยังสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ







