posttoday
คริส แม็คคอร์แม็ค แชมป์โลกไตรกีฬา 4 สมัย

คริส แม็คคอร์แม็ค แชมป์โลกไตรกีฬา 4 สมัย

06 เมษายน 2557

ถือเป็นโอกาสอันดีที่ ม.ล.กัลยกร เกษมศรี เจ้าของนิตยสารท่องเที่ยวออนไลน์ เวิลด์ ทราเวล จอย

โดย...ตุลย์ จตุรภัทรหยก อภิชชญา

ถือเป็นโอกาสอันดีที่ ม.ล.กัลยกร เกษมศรี เจ้าของนิตยสารท่องเที่ยวออนไลน์ เวิลด์ ทราเวล จอย ผู้จัดกิจกรรมทางกีฬาด้านต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งบริษัทในเครือเวิลด์ ทราเวล จอย พลัส ได้นำพาผมบินลัดฟ้าไปยังธัญญปุระ จ.ภูเก็ต ที่ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 149 ไร่ ห่างจากสนามบินนานาชานติภูเก็ตเพียง 15 นาที ท่ามกลางสภาพแวดลล้อมที่สวยงามและเป็นธรรมชาติ

ทำไมต้องมาที่นี่ นี่อาจเป็นคำถามที่หลายคนสงสัย เพราะที่นี่สถานที่ฝึกฝนด้านกีฬา จิตใจ เพื่อสุภาพที่ดีระดับโลกแล้ว ที่นี่ยังมีแชมป์ระดับโลกมาเป็นครูฝึกสอนทักษะและกลยุทธ์ในการเล่นกีฬาอีกด้วย

ดิ ไอดอล ของเราประจำวันนี้ จึงจะเป็นใครไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่ชาวออสเตรเลียที่มีชื่อว่า “คริส แม็คคอร์แม็ค” หรือที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันในนาม “แม็คก้า” แชมป์โลกไตรกีฬา 4 สมัยนั่นเอง

“ผมเริ่มมาเป็นนักกีฬามืออาชีพได้ยังไง ผมอยากเป็นนักกีฬามาตั้งแต่เด็กๆ ครับ แต่ที่บ้านไม่ค่อยให้การสนับสนุนเท่าไหร่ เพราะมีความคิดอยากให้ลูกเรียนหนังสือสูงๆ เมื่อได้เข้ามาทำงานในบริษัท ซึ่งความจริงผมไม่ชอบเลย แต่ผมก็ทำตามที่พ่อแม่ขอร้อง คือ เข้าเรียนจนจบมหาวิทยาลัย ระหว่างนี้ผมก็ฝึกซ้อมกีฬาตามความตั้งใจ จนในที่สุดผมก็ลาออกจากงานเพื่อมาเที่ยวรอบโลก แล้วก็มาเป็นนักกีฬามาจนถึงทุกวันนี้”

แม็คก้า เผยว่า นอกจากครอบครัวจะไม่เห็นด้วย เขายังมีอุปสรรคอื่นๆ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่เราต้องฝ่าฟันมันไปให้ได้ นั่นคือ คำพูดของคนอื่นที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของตัวเราเอง

คริส แม็คคอร์แม็ค แชมป์โลกไตรกีฬา 4 สมัย

 

“อย่างเดียวที่ผมทำไม่ได้ คือ การเป็นแชมป์โลก Ironman ผมชนะมาทุกอย่างแล้ว มีเพียงรายการนี้ที่ทุกคนทั้งนักวิทยาศาสตร์ทั้งโค้ชบอกว่าผมทำไม่ได้หรอก แต่มีผมคนเดียวในโลกที่เชื่อว่าผมทำได้ ซึ่งผมใช้เวลา 5 ปีในการชนะ หลังจากนั้นก็ยังชนะอีกหลายครั้ง ผมเชื่อว่า ถ้าคุณยอมปล่อยให้ใครมาบอกว่าคุณทำอะไรได้หรือไม่ได้ คุณจะไม่มีวันทำสำเร็จ ความสำเร็จของผมมาจากการที่ผมเชื่อมั่นในตัวเองครับ”

ถ้าจะให้คนทั่วไปหันมาสนใจไตรกีฬา แม็คก้า เผยว่า ควรต้องเริ่มจากกีฬาแต่ละชนิดก่อน “ไม่วิ่ง ก็ว่ายน้ำ ไม่ว่ายน้ำ ก็ขี่จักรยาน แล้วตอนหลังค่อยทำให้มันเกิดปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน จนกลายเป็นกีฬาไตรีกีฬา”

แม็คก้า เผยว่า นิยามคำว่าไตรกีฬาสำหรับเขา เขาคิดว่า มันคือชีวิต “ผมเล่นกีฬาอื่นๆ มาก่อน ก่อนจะมาเจอกีฬาชนิดนี้ พอได้ดูกีฬาชนิดนี้บ่อยครั้งเข้า ผมก็คิดว่า ผมก็ทำได้นี่นา จากนั้นก็ลองท้าทายความสามารถของตัวเองให้มากขึ้นเรื่อยๆ เช่น ผมว่ายน้ำไม่เก่งแต่ก็คิดว่าผมต้องทำให้ได้ พอได้เข้าไปในวงการได้เจอกับคนอื่นๆ ที่คิดเหมือนกัน ก็เลยรู้สึกว่าใช่เลย”

สำหรับตารางการซ้อมของเขา แม็คก้า เผยว่า เขาจะว่ายน้ำ 30 กม. ขี่จักรยาน 700 กม. และวิ่ง 100 กม. ทุกอาทิตย์ ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับนักกีฬามืออาชีพที่จะฝึกซ้อมแบบนี้

ที่สำคัญไปกว่านั้น แม็คก้ามักได้ฉายาจากคนรอบข้างว่า นักคิดกลยุทธ์ แม็คก้า เผยว่า ในวงการมีนักกีฬาที่มีความสมบูรณ์ทางร่างกายดีกว่าเขาเยอะ แต่พวกเขาไม่ได้คิดวางกลยุทธ์ ดังนั้น เขาจึงมีข้อได้เปรียบตรงนี้

คริส แม็คคอร์แม็ค แชมป์โลกไตรกีฬา 4 สมัย

 

“ในการแข่งที่คู่แข่งวิ่งคู่กันมา ผมจะพยายามวิ่งนำคู่แข่งอย่างน้อยหนึ่งก้าวเสมอ เพื่อทำให้เขารู้สึกว่า ผมเหนือกว่าเขา เขาไม่มีวันตามผมทัน นั่นจะทำให้แม้ร่างกายเขาจะแข็งแรงกว่าผม แต่จิตใจของเขาจะล้าและยอมแพ้ หรือเวลาวิ่งแล้วหยิบขวดน้ำแล้วยื่นน้ำให้คู่แข่ง ยิ่งเขามองผมเป็นไอดอล หรือเห็นการแข่งของผมที่ชนะมาตลอด ทำให้เขามองว่าผมแข็งแกร่ง แม้ว่าเขาจะเด็กกว่า แข็งแรงกว่า วิ่งเร็วกว่าผม แต่เขาก็ยังมองผมสูงกว่าเขา นั่นทำให้ผมสามารถชนะเขาได้”

แม็คก้า ยังเผยอีกว่า มันเหมือนกับกีฬาชนิดอื่นๆ เช่น เทนนิส คุณไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุด ถ้าทำให้คู่แข่งรู้สึกว่าตัวเองเป็นรอง จะทำให้เขาทำพลาดในการแข่ง (ทำให้ฝ่ายตรงข้ามตีพลาด) และนั่นจะทำให้คุณสามารถเอาชนะเขาได้

ใครหลายคนคงสงสัยว่า การขี่จักรยานปกติกับการขี่จักรยานไตรกีฬา แตกต่างกันอย่างไร แม็คก้า เผยว่า เวลาปั่นจักรยานปกติจะอยู่ในท่าที่ยืดตัวนิดหนึ่ง แต่เวลาปั่นจักรยานเพื่อจับเวลาจะต้องก้มตัวลงอยู่ในท่าที่ไม่ค่อยสบายตัวเท่า

“เวลาซ้อมผมจะซ้อมกับจักรยานไตรกีฬา เพราะมันต้องใช้แข่ง แต่บางครั้งก็ซ้อมกับจักรยานเสือหมอบธรรมดาบ้าง เพื่อช่วยไม่ให้เหนื่อยเกินไป เอาเป็นว่า การแข่งปั่นจักรยานในไตรกีฬาถือเป็นการแข่งกับเวลา เพราะเราแข่งคนเดียว ไม่เหมือนไปแข่งในสนามที่มี 300400 คน ที่เราต้องสู้กับเขา ความยากคือ เราต้องรู้จักตัวเองดี ไม่ออกแรงเกินจนไม่มีแรงทำอย่างอื่นต่อ เราสามารถควบคุมได้ทุกอย่าง ไม่เหมือนตอนแข่งกับคนอื่นที่เดี๋ยวก็จะมีคนวิ่งนำเรา มาเล่นเกมกับเรา ดังนั้น ถ้าเราฟิตเราพร้อมมันเป็นอะไรที่ดีที่สุดเลย”

คริส ให้คำแนะนำแก่เด็กรุ่นใหม่ที่สนใจอยากเข้ามาสู่ไตรกีฬาไว้ว่า ให้ลงมือทำ “ผมไม่เคยเห็นใครที่ผิดหวังในการตัดสินใจมาเล่นไตรกีฬา ถ้าการตัดสินใจนั้นมาจากข้างในของคุณเอง”

นอกจาความมุ่งมั่นตั้งใจ สิ่งที่คริสมักรักษาสิ่งนี้ไว้ มันคือความกระหายในการเล่นอยู่เสมอ คริส เผยว่า ทั้งนักกีฬา หรือผู้ที่เพิ่งเริ่มต้น หรือผู้ที่กำลังมีความสนใจ ควรมีสิ่งนี้เป็นบรรทัดฐาน

“ตอนเด็กๆ ผมก็เหมือนวัยรุ่นทั่วไปที่อยากเอาชนะทุกคน อยากเป็นที่หนึ่ง แต่พอโตขึ้น ความรู้สึกเกี่ยวกับการแข่งขันมันเปลี่ยนไป เราเคารพคู่แข่งมากขึ้น เรามองเห็นว่าใครเป็นใครในวงการนี้ และไม่จำเป็นต้องฝืนดื้อรั้นเอาชนะ มีความสุขกับการแข่งขันมากขึ้น การได้เห็นเด็กรุ่นใหม่ขึ้นมาก็รู้สึกว่าเราโตแล้วแก่แล้วนะ ไม่จำเป็นต้องไปสู้ตลอดเวลา

อย่างปีที่แล้ว เป็นปีแรกที่ผมดีใจที่เห็นคนอื่นได้แชมป์ ซึ่งก็คือลูกศิษย์สองคนของผมที่ฝึกมาตั้งแต่พวกเขาอายุ 13 (ตอนนี้พวกเขาอายุ 25 แล้ว) มันเป็นความรู้สึกภาคภูมิใจ ประทับใจที่เห็นคนที่เราเป็นโค้ชให้ประสบความสำเร็จ ผมยังคงชอบแข่งขัน แต่ก็มีความรู้สึกเพียงพอด้วย เราไม่มีอะไรที่ต้องพิสูจน์ตัวเองอีกต่อไปแล้ว เราเพียงพอและมีความสุขที่เห็นคนรุ่นใหม่ขึ้นมาสานต่อวงการนี้ ถามว่าตอนนี้ยังมีความกระหายที่จะแข่งต่อได้ไหม ได้ครับ แต่ไม่จำเป็นต้องไปบู๊เหมือนแต่ก่อน (หัวเราะ)”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท