posttoday
ไอธรรมนำไอที (จบ)

ไอธรรมนำไอที (จบ)

01 เมษายน 2557

โดย...ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย

โดย...ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย

คาถาหน้า 3 หลัง 3 (ต่อ)

พอลากลับไปได้สักพักใหญ่ สัปดาห์ต่อมา เขามีเหตุต้องเดินทางไปสหรัฐอเมริกาเพื่อตกลงเซ็นสัญญาบางอย่าง ก่อนจะไปก็ไปลาภรรยาสาวสวย ลาแล้วลาอีก ภรรยาสาวสวยก็บอกว่า “พี่ไปเถอะ พี่ไม่ต้องห่วงทางนี้หรอก ยังไงน้องก็ไม่นอกใจพี่หรอก”

ร่ำลากันเสร็จ เขาก็บินไปทำธุรกิจที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 7 วัน แต่เขาไปได้เพียง 3 วันก็เจรจาธุรกิจสำเร็จ นักธุรกิจหนุ่มคนนี้จึงตัดสินใจบินกลับทันทีและไม่แจ้งภรรยาล่วงหน้า เพราะเขาอยากจะเซอร์ไพรส์ ทำให้เธอตกใจเล่นๆ ก่อนเขาจะกลับจึงซื้อเครื่องเพชรชุดหนึ่งใส่กระเป๋าเจมส์บอนด์กลับบ้าน

เขามาถึงบ้านตอนตีหนึ่งตีสอง จอดรถเงียบกริบอยู่ที่หน้าบ้าน ค่อยๆ ปีนเข้าประตูบ้าน ค่อยๆ ผลักประตูเปิดขึ้นไป ค่อยๆ เดินขึ้นชั้น 2 ค่อยๆ ไปยังห้องของตัวเอง ค่อยๆ เปิดประตูเบาๆ เขารู้สึกเอะใจว่าทำไมไม่ปิดประตูสักบาน

ในความมืดประมาณตีสอง เขาผลักประตูเบาๆ เข้าห้องตัวเองไป เห็นภรรยานอนอยู่บนเตียง มีผ้านวมคลุมโปงอยู่ เขาค่อยๆ คลานไปข้างๆ เตียง ในใจนั้นจินตนาการว่าจะโผล่ขึ้นข้างเตียงให้ภรรยาตกใจเล่น พอตกใจปั๊บ ก็จะปลอบใจด้วยเครื่องเพชร

เมื่อเขาค่อยๆ คลานเข่าเข้าไป ใกล้เข้าไปๆๆ เขาโผล่ขึ้นข้างเตียง เจอหัวคน 2 หัวโผล่ออกมาจากผ้านวม เขาตกอกตกใจ ไม่คิดอะไรแล้วทีนี้ “เตียงของเรา เรานอนกับภรรยาทุกคืน แล้วนี่จู่ๆ มีใครอีกคนหนึ่ง ผมสั้นด้วย มานอนกับภรรยาของเรา”

ภรรยานอนหันหลังให้ หันหน้าไปทางนู้น คนที่นอนข้างๆ ก็ดันหันหน้าไปอีกข้างหนึ่ง ก็เลยเห็นแต่ข้างหลัง นาทีเช่นนั้น เขาคิดแต่ว่าภรรยามีกิ๊กแล้ว เขาไม่ทำอะไรแล้ว หุนหันคลานลงไปห้องเก็บของ หยิบเอาปืนซึ่งเขาเคยซื้อเอาไว้แล้วเก็บมานานนม แต่ไม่เคยได้ใช้ บรรจุกระสุนเต็มรังเพลิงคลานขึ้นมาใหม่ด้วยหัวใจสั่นระริก บรรจงคลานเข้าไปอีกครั้งหนึ่ง งานนี้เขาโผล่ขึ้นข้างเตียง เตรียมจ่อปืนจะยิง ต้องการปลิดชีวิตภรรยาของตนเองและชายชู้ให้ตายตกไปตามๆ กัน เพราะเขาคิดว่าเขาทุ่มเทเพื่อเธอทุกอย่าง แต่เธอกลับทำแบบนี้ อาจจะทำมานานแล้วก็ได้ แต่ไม่มีหลักฐาน แต่คราวนี้เขาเห็นชัดๆ คาตา

แต่เชื่อมั้ย ที่เขาบอกว่าเห็นคาตานั้น ก็คือเห็นในเงามืดสลัว เวลาตีสองตีสามเท่านั้น ที่เหลือเป็นจินตนาการทั้งหมด ขณะที่กำลังจะลั่นไกนั้นเอง เสียงของหลวงพ่อก็ลอยมาบอกว่า “ถ้าคุณคิดจะตัดสินใจทำอะไรในยามหัวเลี้ยวหัวต่อ ให้ก้าวไปข้างหน้า 3 ก้าว ถอยมาข้างหลัง 3 ก้าว ทำอย่างนั้นล่ะ ข้างหน้า 3 หน ข้างหลัง 3 หน แล้วทำช้าๆ”

พอเสียงหลวงพ่อแว่วมากระทบโสตประสาท เขาจึงลุกขึ้นยืน มือก็ถือปืนไปด้วย ก้าวไปข้างหน้า 3 ก้าว ถอยไปข้างหลัง 3 ก้าว เมื่อเขาทำไปสักพัก ตาก็คุ้นชินกับความมืด จนในที่สุดก็เห็นชัดขึ้น ชัดขึ้น ชัดขึ้น

ในที่สุด สติปัญญาก็บอกเขาว่า คนคนนั้นไม่น่าจะใช่ผู้ชาย เขามีความละม้ายคล้ายผู้หญิงมาก เขาจึงอ้อมไปดูใบหน้า แล้วเขาตกใจอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าคนคนนั้นไม่ใช่กิ๊ก แต่เป็นแม่ของภรรยาเขาเอง ทีนี้เขาก็ตกใจหนักกว่าเก่า ผลุนผลันออกจากห้องไปอาบน้ำ เมื่ออาบน้ำเสร็จ ขณะนั้นเป็นเวลาตีสี่ ขับรถออกจากบ้าน ตรงไปที่วัดไปหาหลวงพ่อ

“หลวงพ่อครับ ผมมากราบขอบคุณหลวงพ่อที่ช่วยผม”

“ช่วยยังไง”

“ของดีหลวงพ่อครับ สำแดงผลแล้วว่าดีจริง”

“ดียังไง”

“มันเพิ่งช่วยชีวิตผมครับ ถ้าผมไม่ก้าวไปข้างหน้า 3 ก้าว ข้างหลัง 3 ก้าว ตามคำของหลวงพ่อ ป่านนี้ผมคงฆ่าภรรยาและแม่ภรรยาไปเรียบร้อยแล้วครับ”

เมื่อเขาขอบคุณหลวงพ่อเสร็จ เขาก็ไม่ลืมที่จะไปหยิบถังสังฆทาน 2 ถังที่ค้างไว้มาถวายหลวงพ่อ เงินที่เคยดึงออกไปก็เอาใส่ซองเพิ่ม และเครื่องเพชรที่ตั้งใจจะให้ภรรยาสาว ก็นำมาถวายหลวงพ่อ

นิทานพุทธปรัชญาก็มาจบลงที่ตรงนี้ พอสายๆ สักสามโมงเช้า เขาก็ขับรถกลับมาบ้านอีกครั้งหนึ่ง มากดออดหน้าบ้าน ภรรยายังใส่ชุดนอนลงมารับ เขาวิ่งถลันไปกอดภรรยา และบอกว่า “ที่รัก คิดถึงเหลือเกิน” ทั้งที่จริงๆ แล้ว เมื่อคืนเอาปืนไปจ่อภรรยารอบหนึ่งแล้ว เขากอดภรรยาอย่างมีความสุข สักพักแม่ภรรยาใส่ชุดนอนเดินลงมา เขาก็กล่าวว่า

“คุณแม่ก็มาด้วยหรือ” ทั้งที่จริงๆ แล้วเมื่อคืนเขาก็เกือบระเบิดสมองแม่ภรรยา

สาระสำคัญของเรื่องนี้อยู่ตรงที่ว่า หน้า 3 หลัง 3 อะไรคือหน้า 3 หลัง 3 ช่วยกันคิด ช่วยกันพิจารณา

หน้า 3 หลัง 3 เมื่อถอดเป็นปริศนาธรรมก็คือ ทำอะไรก็ตามให้รู้จักยับยั้งชั่งใจ นั่นก็คือจริยธรรมของคำว่าสติ คือ สติในภาคปฏิบัตินั่นเอง

ฉะนั้น เมื่อถึงเวลาตัดสินใจไม่ว่าจะในชีวิตประจำวัน ในการทำงาน ในการบริโภคข้อมูลข่าวสารก็ตาม ขอให้เราท่านทั้งหลายจงถือคติหน้า 3 หลัง 3 อย่าลืมว่าเราทุกคนมีสติและเราทุกคนมีปัญญา อย่ายอมให้ตัวเองตกเป็นทาสของขยะข้อมูลปฏิกูลข่าวสาร

อย่ายอมให้ตัวเองตกเป็นทาสของโซเชียลมีเดีย โซเชียลเน็ตเวิร์ก ทุกๆ ครั้งที่จะบริโภคข้อมูล ข่าวสาร ขอให้ใช้คติหน้า 3 หลัง 3 ยับยั้งชั่งใจ พิจารณาให้ถ้วนถี่ให้ดีที่สุด แล้วเราจะเป็นผู้ที่บริโภคข้อมูลข่าวสารอย่างเป็นนาย และที่สำคัญจะไม่เป็นส่วนหนึ่งในการทำร้ายและทำลายชื่อเสียงของคนอื่นโดยไม่ตั้งใจ

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์