
ฝึกรักตัวเอง...แบบถูกต้อง
โดย...หนูดีวนิษา เรซ
โดย...หนูดีวนิษา เรซ
ฤดูร้อนนี้ มีหลายที่เลยทีเดียวที่สอนเด็กๆ ของเราให้มีสติ สมาธิ และที่สำคัญเหนือสิ่งใดคือ การฝึกมีความรักให้ตัวเอง...อย่างถูกต้อง หนูดีอยากมาแนะนำเพื่อให้เราเลือกพาลูกๆ ไปลอง “ฝึกรักตัวเอง” แบบนุ่มๆ ดูค่ะ
เพราะในปัจจุบันนี้เด็กๆ ถูกสอนให้ “รักตัวเอง” กันก็จริง แต่หลายครั้งแล้วก็เป็นการรักตัวเองในทางที่ผิด ซึ่งจะออกมาในสองรูปแบบหลักๆ คือ การรักตัวเองแบบปรนเปรอ ตามใจตัวเองไม่จบไม่สิ้น อยากนั่งเล่นเกมทั้งวันก็จะทำ อยากดูทีวี เล่นโซเชียลเน็ตเวิร์กก็เล่นแบบไม่บันยะบันยัง คือ อะไรที่ทำแล้วมีความสุขก็ทำหมด โดยไม่ต้องมานั่งวิเคราะห์ว่าการสุขในลักษณะนี้ส่งผลดีหรือผลเสียในระยะยาวกับชีวิตของเรา
และการ “รักตัวเอง” ในอีกรูปแบบหนึ่งที่ฮิตอินเทรนด์ตามมาติดๆ ก็คือ การเอาแต่ใจตัว เห็นตนเองเป็นศูนย์กลางจักรวาล ซึ่งเราจะเห็นได้ชัดเจนจากการที่เด็กเล็กๆ รุ่นใหม่อาละวาด ลงไปนอนกับพื้น เวลาที่ไม่ได้ดั่งใจเพราะแม่ไม่ซื้อของเล่นชิ้นใหม่ให้ และแม่หรือพ่อหลายคนก็อาย ไม่รู้จะรับมืออย่างไร เพราะคนทั้งห้างกำลังจ้องมา หลายคนยอมจำนนด้วยการซื้อๆ ให้มันจบๆ ไป จนเด็กได้เรียนรู้ว่า “อ๋อ ถ้าอาละวาดมากหน่อย ส่งเสียงดังหน่อย เดี๋ยวก็ได้ของที่อยากได้ไปเอง”
“รักตัวเอง” ของเด็กน้อยที่ถูกเลี้ยงมาในสมัยนี้ก็คือ ฉันเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ฉันจะทำอะไรก็ได้ที่ฉันมีความสุข (แม้มันจะทำให้พ่อแม่ทุกข์ หรือคนอื่นในสังคมเดือดร้อนก็ตาม) นี่คือเหตุผลที่เด็กรุ่นใหม่ไม่พอใจโรงเรียนก็โดดเรียน ไม่พอใจพ่อแม่ก็หนีออกจากบ้าน สามารถเล่นยาหรือขโมยของจากในห้างได้หน้าตาเฉย และเมื่อตั้งครรภ์ไม่พร้อม ก็สามารถตัดสินใจยุติครรภ์ได้โดยไม่ต้องปรึกษาพ่อแม่ด้วยซ้ำ
เด็กรุ่นใหม่ไม่ได้เป็นแบบนี้ทุกคน เพราะเด็กดีๆ ที่ตั้งใจเรียน ไม่ได้เห็นตัวเองเป็นศูนย์กลางที่โลกต้องหมุนรอบ และไม่ทำร้ายคนอื่นในสังคมก็มีอยู่มาก เพียงแต่ว่า เด็กที่กำลังโตขึ้นมาด้วยความเชื่อในเรื่อง “การรักตัวเอง” แบบผิดๆ นั้น มีมากจนน่าตกใจ
เมื่อมองดูแล้ว มันอาจจะเป็นการเหวี่ยงไปอีกขั้วของการเลี้ยงลูกในอดีตที่ลูกต้องตามใจและเชื่อฟังพ่อแม่อย่างไม่มีเงื่อนไข พ่อแม่อยากให้เรียนอะไร ...เราเรียน พ่อแม่อยากให้แต่งงานกับใคร ให้ใช้ชีวิตแบบไหน ...เราทำ
จนมายุคนี้ พ่อแม่เลี้ยงลูกแบบให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกมากเสียจนน่ากังวล
แล้วจะทำอย่างไร ...
ถ้านำการเลี้ยงในสมัยก่อนและการเลี้ยงดูในสมัยนี้มาเขย่ารวมกันแล้วหารครึ่งได้ น่าจะออกมากำลังดีนะคะ
สิ่งที่หนูดีมักย้ำกับผู้ปกครองโรงเรียนวนิษาคือ สอนลูกให้กตัญญู ทั้งกตัญญูพ่อแม่ กตัญญูปู่ย่าตายาย อย่ามองท่านเป็นคนแก่ที่น่าเบื่อ สอนให้เด็กใกล้ชิดและรับฟังผู้ใหญ่ และคอยเตือนให้ผู้ใหญ่ (และตัวเราเอง) อย่าขี้บ่นมาก เพราะเด็กๆ ก็มักบอกครูเสมอว่า รักพ่อแม่นะ แต่ขี้บ่นจังเลย เรื่องเดียวกันพูดตั้งสามรอบ หนูเข้าใจไปตั้งกะรอบแรกแล้ว!
อย่างไรก็ตาม หากเราสอนให้เด็กอยู่อย่างสงบ มีความสุขกับตัวเขาเองได้ เขาจะรักตัวเองเป็นแบบเรียบง่าย ติดดิน และเข้าใจว่าการมีความสงบเรียบง่ายในหัวใจเป็นประจำ นี่แหละคือการมอบความรักให้กับตัวเอง
ความรักในตัวเองไม่ใช่การปรนเปรอตัวเองไม่จบไม่สิ้นหรือการมีชีวิตแบบอันลิมิเต็ด มันเป็นเพียงความเรียบง่ายประเภทหนึ่งที่เราทำสิ่งดีๆ ให้ตัวเอง ทำสิ่งดีๆ ให้คนรอบตัว เพื่อผลที่สะท้อนกลับมาที่ตัวเราคือ เรามีความสุข ทุกคนมีความสุข จึงมีความสุขแบบแท้จริง ไม่ใช่สุขบนความทุกข์ของพ่อแม่หรือแฟน หรือคนรอบตัว
ปิดเทอมนี้ หนูดีจึงมีคอร์สน่ารักๆ 3 คอร์สมาแนะนำ ตามจริตของเด็กแต่ละคน ซึ่งศาสนาของเราหรือแนวคิดปรัชญาของเอเชียจะสอนเรื่องเหล่านี้มาก ทำให้แท้จริงแล้วคนไทยโชคดีที่มีคอร์สดีๆ ให้เลือกมากมาย บางแห่งไปกันได้ทั้งครอบครัว บางแห่งเราส่งลูกไปฝึกเพียงคนเดียวเพื่อฝึกการเป็นผู้ใหญ่
คอร์สแรกที่อยากแนะนำก็คือ คอร์สภาวนาครอบครัว โดยคณะสงฆ์แนวเซน จากหมู่บ้านพลัม ประเทศฝรั่งเศส ในวันที่ 1216 เม.ย.นี้ ที่ภูเขางามรีสอร์ท จ.นครนายก โดยแนวหมู่บ้านพลัมจะเน้นสอนการฟื้นฟูความรักในหัวใจเราเอง ผ่านเทคนิคแนวจิตวิทยาที่ผสมผสานกับหลักปรัชญาพุทธ ออกมาในรูปแบบเซน คือ มีการร้องเพลงได้ รับประทานอาหารเย็นและนอนเตียงได้ โดยอาหารเน้นมังสวิรัติ ยามเช้ามีสอนรำกระบอง ฝึกท่าขยับเพิ่มสติ หนูดีพาเด็กและพ่อแม่ที่โรงเรียนไปหลายคน เด็กๆ ได้รับสิ่งดีๆ กลับมามากมายค่ะ สมัครที่ www.thaiplumvillage.org
คอร์สต่อมา แนวเต๋า ซึ่งเป็นหลักปรัชญาของท่านเหลาจื่อ หนูดีศึกษาแนวเต๋าเยอะมากพอๆ กับพุทธ เพราะไม่ขัดแย้งกันเลย กลับเพิ่มความลุ่มลึกขึ้นไปอีกขั้น ที่สำคัญเพิ่มเรื่องการดูแลสุขภาพให้อีกด้วย ปีนี้เปิดหลักสูตรให้เด็กๆ และครอบครัวมาศึกษาคัมภีร์เต๋า ฝึกรำมวยจีน สมาธิ และวิธีดูแลสุขภาพ ในวันที่ 12-18 เม.ย. สอบถามที่ www.daodexinxi.org หรือโทร. 02-204-1531-5 อยู่ จ.กาญจนบุรี ค่ะ ที่พักสบายมาก ต้นไม้เพียบ
และที่สุดท้ายที่เน้นแนวพุทธสายคุณแม่สิริ กรินชัย คือ ยุวพุทธิกสมาคม ที่มีคอร์สแยกชายหญิง ที่น่าสนใจทั้งสิ้น แต่หากเป็นคอร์สสหศึกษา ชื่อ “ยุวเนกขัมม์” ระหว่างวันที่ 7-11 เม.ย. ใบสมัครนั้น เด็กต้องเขียนเอสเส “ศีลห้ากับชีวิตประจำวัน” ส่งก่อนด้วย สนใจข้อมูลเพิ่มเติมที่นี่เลยค่ะ www.ybat.org หรือ 02 455 2525
และสัปดาห์หนังสือปีนี้ พลาดไม่ได้ มีหนังสือดีๆ มากมาย เริ่มงานวันที่ 28 มี.ค. 7 เม.ย. ส่วนหนูดีจะไปแจกลายเซ็นที่บูธนายอินทร์ วันอาทิตย์ที่ 30 มี.ค. 16.00-17.00 น. และ 6 เม.ย. 14.00-15.00 น. แล้วมาพบกันนะคะ







