ท้าพิสูจน์!ญี่ปุ่นยี้ไทยจริงหรือ?
การไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงเวลานี้ไม่ยาก และไม่ถูกยี้อย่างที่ใครหลายคนกังวล เพราะโดยรวมแล้วคนญี่ปุ่นก็ยังเต็มใจต้อนรับนักท่องเที่ยวคนไทยอยู่
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
ญี่ปุ่น กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่คนไทยแห่แหนกันไปเที่ยวกันหนาตา หลังญี่ปุ่นยกเว้นการขอวีซ่าเข้าประเทศให้คนไทยที่ต้องการไปพำนักระยะสั้นไม่เกิน 15 วัน
จากสถิติขององค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ปีที่ผ่านมา คนไทยเฮกันไปเที่ยวญี่ปุ่น 453,642 คน เพิ่มขึ้น 74% จากปี 2555 ส่วนปีนี้ สถิติเพิ่งออกมาเพียงเดือน ม.ค. มีคนไทยไป เที่ยว 27,200 คน เพิ่มขึ้น 68.9% จาก ม.ค.2556 และตราบใดที่ญี่ปุ่นยังยกเว้นวีซ่า สถิติคนไทยเที่ยวญี่ปุ่นก็คงจะเพิ่มไม่หยุดยั้ง
จากการที่คนไทยเที่ยวญี่ปุ่นนี่เอง ทำให้เกิดกระแสอีกอย่างตามมาติดๆ ด้วยนิสัย "ทำอะไรตามใจ คือไทยแท้" จึงเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากคนไทยด้วยกันเองผ่าน
สังคมออนไลน์ว่า คนไทยบางกลุ่มไปเที่ยวแล้วนิยมไปแสดงอาการเกรียนๆ หรือทำอะไรที่ไม่สบอารมณ์คนญี่ปุ่นเท่าไหร่ เช่น ลากกระเป๋าเข้ารถไฟในเวลาเร่งด่วนที่รถไฟญี่ปุ่นแน่นราวกับปลากระป๋อง พูดจาเสียงดังโวยวายในรถไฟที่คนญี่ปุ่นยืนและนั่งกันอย่างเงียบสงัด ชวนให้อดสงสัยไม่ได้ว่า หรือคนญี่ปุ่นจะยี้คนไทยเสียแล้ว แต่เมื่อทดลองไป
สัมผัสบรรยากาศการท่องเที่ยวในญี่ปุ่นด้วยตัวเองแล้ว กลับพบว่า ทุกอย่างไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด...
ห้างกลางโตเกียวอ้าแขนรอลูกค้าไทย
บรรยากาศตามสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองใหญ่อย่างโตเกียวนั้น คราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวคนไทยจริงๆ ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนแทบทุกตารางเมตรของแหล่งท่องเที่ยวในโปรแกรมทัวร์ไทย เช่น วัดเซนโซ ย่านอาซากุสะ, ย่านชินจุกุ หรือสถานีรถไฟใหญ่อย่าง โตเกียว ล้วนแต่เป็นแหล่งที่คนไทยมารวมกันโดยมินัดหมาย เพียงก้าวย่างเท้าไม่กี่ก้าวก็จะได้ยินเสียงพากษ์ไทยเป็นระยะๆ ราวกับเดินกันอยู่ในประเทศไทยนี่เอง
ขึ้นชื่อว่าคนไทย เมื่อไปเที่ยวก็เป็นเจ้าพ่อเจ้าแม่ช้อปปิ้งกันทั้งสิ้น ห้างร้านไหนที่คนไทยแนะนำว่ามีของเด็ด ของดี ของอร่อย ของถูก ก็จะพบกลุ่มคนไทยช้อปปิ้งกันกระหน่ำ และจากการที่คนไทยช้อปปิ้งเก่งนี่เอง ทำให้ห้างในญี่ปุ่นบางแห่งถึงขั้นต้องอัดเสียงโฆษณาภาษาไทยเชื้อชวนให้คนไทยเข้าไปเยี่ยมชมสินค้าในห้าง มีคำแนะนำสินค้าน่าสนใจเสร็จสรรพ ขณะที่คนญี่ปุ่นเองก็พร้อมต้อนรับนักช้อปชาวไทยอย่างดี ไม่พบทีท่าว่าจะมีใครรังเกียจนักท่องเที่ยวไทยสักคน
ขณะเดียวกันได้ไปทดลองใช้บริการรถไฟญี่ปุ่น หากเป็นรถไฟในเมืองหลวงอย่างโตเกียว ก็จะเห็นคนญี่ปุ่นเดินกันอย่างเร่งรีบเป็นปกติไม่ว่าจะเป็นสถานีไหน ทุกคนจะต่อแถวใช้บริการกันอย่างเป็นระเบียบ โดยเฉพาะการขึ้นบันไดเลื่อน หากไม่รีบมากต้องการยืนขึ้นบันไดเลื่อนปกติก็จะยืนชิดซ้าย ปล่อยด้านขวาให้คนที่รีบมากได้วิ่งขึ้นไป ซึ่งเป็นโชคดีที่ไม่พบคนไทยแหกกฎเดินเอ้อระเหยยืนกันทั้ง 2 ฝั่งบันได
เมื่อขึ้นไปบนรถไฟแล้ว คนญี่ปุ่นใช้ชีวิตค่อนข้างเคร่งเครียด จะไม่เห็นการพูดคุยเล่นกันบนรถไฟเท่าไหร่นัก ส่วนใหญ่จะยืนนิ่งๆ เงียบๆ เสมือนใช้เวลาช่วงนี้พักชีวิตที่ต้องเร่งรีบมาตลอดทั้งวัน บ้างก็นั่งเปิดอ่านข่าวสารบนโทรศัพท์มือถืออย่างเงียบๆ ไม่เปิดเสียง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีคนญี่ปุ่นพูดคุยกันบนรถไฟเลย หากไม่ใช่ช่วงเวลาเร่งด่วนมาก เป็นช่วงค่ำหลังเลิกงานแล้ว หรือเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ คนญี่ปุ่นบางกลุ่มก็พร้อมจะพูดคุยเล่นกันบนรถไฟเช่นเดียวกับคนไทย ยิ่งเป็นรถไฟที่วิ่งออกสู่ต่างจังหวัดแล้ว จะยิ่งได้พบคนญี่ปุ่นนั่งพูดคุยกันออกรสออกชาติ
ตลอดเส้นทางไม่ต่างไปจากคนไทยพูดคุยกัน เพียงแต่ระดับความดังของเสียงที่ใช้อาจไม่ได้มากเท่ากับที่คนไทยใช้ ขณะที่คนไทยเอง หากไปใช้บริการบนรถไฟ พูดคุยกันบ้าง แต่ไม่ส่งเสียงดังจนน่ารำคาญ คนญี่ปุ่นก็ไม่ได้แสดงอากัปกิริยารังเกียจเดียดฉันคนไทยแต่อย่างใด
ไทย-ญี่ปุ่น ภาษามือภาษาใจสื่อสารกัน
ที่สำคัญอย่างยิ่ง หากดูเรื่องความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ พร้อมช่วยเหลือนักท่องเที่ยวแล้ว คนญี่ปุ่นน่าจะได้รับโล่แห่งความภาคภูมิใจนี้ เพราะทันทีที่เห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติต่างภาษาเกิดปัญหา ก็พร้อมแสดงตนยื่นมือมาช่วยเหลือทันที โดยไม่ต้องรอให้ชาวต่างชาติร้องขอ ยิ่งเมื่อรู้ว่านักท่องเที่ยวที่มาเป็นคนไทยแล้วหลงทาง อ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก ต้องการความช่วยเหลือ คนญี่ปุ่นก็จะพยายามถึงที่สุดในการช่วยบอกทาง หรือประสานงานกับที่พักให้
ถึงแม้จะสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษไม่ได้ ก็จะใช้ภาษามือบอกใบ้จนเข้าใจ ก่อนจะตบท้ายแสดงความยินดีต้อนรับคนไทย หรือบางรายยังออกตัวด้วยซ้ำว่า เคยไปเที่ยวไทยมาแล้วและชอบเมืองไทย คนไทยน่ารัก ใครที่มีโอกาสเดินทางออกไปนอกเมืองหลวงอย่างโตเกียว สัมผัสแหล่งท่องเที่ยวในต่างจังหวัดของญี่ปุ่น ก็คงจะได้สัมผัสกับความประทับใจมากขึ้น โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวที่ได้ติดอันดับยอดฮิตสำหรับคนไทย จะพบว่า เมื่อทราบว่านักท่องเที่ยวที่ไปเป็นคนไทย ก็จะยิ้มต้อนรับ และชวนพูดคุยอย่างสนุกสนาน
ในการเดินทางครั้งนี้ได้ทดลองไปเยือนจังหวัดนากาโน่ ซึ่งอยู่ทางตอนกลางของญี่ปุ่น ก็บังเอิญได้พบกับเจ้าของโรงแรมคนญี่ปุ่น ที่มีภรรยาเป็นคนไทยไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น ทันทีที่ทราบว่า นักท่องเที่ยวที่จะไปใช้บริการเป็นคนไทย เขาก็ต้อนรับอย่างดี พร้อมพยายามทักทายด้วยภาษาไทย และพูดคุยภาษาไทยเท่าที่ตัวเองพอจะพูดออกมาได้
ไม่เพียงเท่านี้ยังแสดงไมตรีจิตในการดูแลอย่างเต็มที่ เริ่มตั้งแต่เดินทางมารับนักท่องเที่ยวที่สถานีรถไฟเพื่อพาไปโรงแรม เสนอให้ยืมรองเท้าบูธลุยหิมะฟรีๆ รีบวิ่งเอาร่มมาให้ยืม
เมื่อเห็นเหล่านักท่องเที่ยวคนไทยเดินฝ่าหิมะตกหนักออกไปนอกโรงแรม พร้อมพาไปส่งที่แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอย่าง "จิโกคุดานิ" อุทยานลิงหิมะ และรับกลับไปส่งที่สถานีรถไฟ จนทำให้นักท่องเที่ยวที่ไปใช้บริการประทับใจจนอยากกลับไปอีก
แบกเป้เที่ยว4หมื่นเอาอยู่
หากจะพิจารณาถึงงบประมาณในการไปเที่ยวญี่ปุ่น เดี๋ยวนี้ก็ไม่สูงเท่าในอดีต เพราะมีสายการบินเปิดบริการมากขึ้น ยิ่งยุคนี้มีเว็บไซต์เปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบิน มีทางเลือกให้เปลี่ยนเครื่องบินที่เมืองอื่นก่อนไปญี่ปุ่น เพื่อให้ได้ตั๋วราคาประหยัดลงไปอีก ส่วนที่พักนอกจากโรงแรมดีๆ แล้ว หากเป็นกลุ่มเดินทางไปเองเน้นประหยัดงบ ก็มีที่พักประเภทโฮสเทลเป็นทางเลือกให้จำนวนมาก เฉลี่ยค่าพักแล้วไม่ถึง 1,000 บาทต่อคืน ส่วนการเดินทางในญี่ปุ่นก็มีทางเลือกช่วยลดงบประมาณแม้จะเดินทางไกล ด้วยการซื้อบัตรประเภทเจอาร์ พาส หรือ บัตรเจอาร์ ย่อยๆ อื่นๆ สำหรับใช้บริการรถไฟเฉพาะภูมิภาค ช่วยประหยัดไปได้อีกมากหากวางแผนดี สรุปแล้ว การเดินทาง 1 สัปดาห์ รวมค่าอาหารตามร้านทั่วไป ใช้งบไม่ถึง 4 หมื่นบาทด้วยซ้ำ
ทัวร์หนุนเจเอ็นทีโอแนะสิ่งควรหรือห้ามทำในญี่ปุ่น
โชติช่วง ศูรางกูร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท หนุ่มสาวทัวร์ แสดงความคิดเห็นกรณีกระแสข่าวคนญี่ปุ่นยี้คนไทยว่า จากการพูดคุยกับพันธมิตรในญี่ปุ่นหลายๆ เมือง พบว่า คนญี่ปุ่นบางคนยังแยกแยะระหว่างคนไทยกับคนจีนไม่ออก ปัจจุบันญี่ปุ่นและจีนยังมีปัญหาขัดแย้งกันอยู่ เมื่อแยกแยะไม่ได้จึงอาจจะมองคนไทยว่าเป็นคนจีน ส่วนอีกกรณีที่คนไทยไปเที่ยวแล้วชอบโพสต์ท่าถ่ายรูปแผลงๆ พิสดารนั้น ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ให้อิสระเสรีกับนักท่องเที่ยว หากไม่ได้โพสต์ท่าที่มากเกินงาม หรือไปลบหลู่ในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คนญี่ปุ่นนับถือ ก็ไม่ใช่เรื่องที่คนญี่ปุ่นจะรับไม่ได้
สิ่งที่เป็นปัญหาคือเรื่องความแตกต่างทางวัฒนธรรม บางอย่างคนไทยที่ไปไม่ทราบว่าควรปฏิบัติอย่างไร เช่น มารยาทในการขึ้นรถไฟ หรือการรับประทานอาหาร ซึ่งเรื่องนี้บริษัททัวร์จะพยายามให้มัคคุเทศก์ที่ดูแลนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปญี่ปุ่น คอยให้ความรู้สอดแทรกไปด้วยระหว่างการเดินทาง เพื่อลดทอนปัญหาที่จะเกิดขึ้น
อย่างไรก็ตามหากเป็นไปได้ก็อยากให้ทั้งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) และองค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น(เจเอ็นทีโอ) ร่วมมือกันแนะนำกับคนไทยถึงสิ่งที่ควรหรือไม่ควรทำเมื่อไปญี่ปุ่น เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับคนไทยก่อนจะเดินทางไป ให้รู้เขารู้เรา เพราะคงไม่มีใครอยากจะไปทำอะไรไม่ดี ให้เสียชื่อเสียงประเทศตัวเองในต่างประเทศแน่นอน
เมื่อสอบถามไปยังตัวแทนเจเอ็นทีโอ ก็ระบุว่า คนญี่ปุ่นไม่ได้รู้สึกยี้คนไทยแต่อย่างใด ตรงกันข้ามทางเจเอ็นทีโอ มองว่า คนไทยมีพฤติกรรมการท่องเที่ยวดี การที่มีคนไทยในญี่ปุ่นออกมาแสดงความคิดเห็นทางสังคมออนไลน์ น่าจะเป็นความกังวลของคนไทยเองที่ไม่อยากให้คนไทยบางส่วนที่ไปเที่ยว ปฏิบัติตัวอะไรแล้วทำให้คนญี่ปุ่นไม่ชื่นชอบ เป็นความหวังดีมากกว่า
การไปเที่ยวญี่ปุ่นช่วงเวลานี้ไม่ยาก และไม่ถูกยี้อย่างที่ใครหลายคนกังวล เพราะโดยรวมแล้วคนญี่ปุ่นก็ยังเต็มใจต้อนรับนักท่องเที่ยวคนไทยอยู่ แทบทุกสถานที่ท่องเที่ยวพยายามมีป้ายบอกทาง หรือคำแนะนำการท่องเที่ยวเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อให้ง่ายมากขึ้นสำหรับคนที่ไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นเอาซะเลย ซึ่งหากใครต้องการไปเที่ยวญี่ปุ่นกับทัวร์คงไม่น่าเป็นห่วงมากนัก เพราะทัวร์จะมีมัคคุเทศก์คอยดูแลอยู่แล้วมิหนำซ้ำสำหรับคนไทยที่ไม่ถนัดภาษาญี่ปุ่น
สำหรับใครที่อยากไปเที่ยวเองแล้วไม่เชี่ยวชาญภาษาอังกฤษ ทางหน่วยงานส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่นก็พยายามมาออกงานท่องเที่ยวในไทยอย่างต่อเนื่อง มาแต่ละครั้งก็จะขนเอกสารฉบับแปลภาษาไทยมาให้คนไทยเลือกหยิบกันไม่หวาดไม่ไหว ก็สามารถไปเดินเก็บข้อมูลเอกสารภาษาไทยเอาไว้แต่เนิ่นๆ เพื่อความสะดวกนำไปใช้งานเมื่อไปญี่ปุ่น และจะดียิ่งขึ้นถ้าศึกษาข้อมูลขนบประเพณี มารยาทและวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่นไว้แต่เนิ่นๆ จะได้เที่ยวราบรื่น แและชื่นมื่นตลอดการเดินทาง


