
'พูยา' ต้นตระกูลสับปะรดจากเทือกเขาแอนดิส
หลายปีล่วงมาแล้ว ขณะที่ผมขึ้นไปดูเฟินและบรอมีเลียดอยู่บนลาดภูเขาไฟโพอาส (Poas)
หลายปีล่วงมาแล้ว ขณะที่ผมขึ้นไปดูเฟินและบรอมีเลียดอยู่บนลาดภูเขาไฟโพอาส (Poas) ในคอสตาริกา อเมริกากลาง ผมได้พบกับบรอมีเลียดชนิดหนึ่งขึ้นอยู่ในบริเวณที่ลุ่มมีน้ำขังเป็นตอนๆ แต่ผิวดินเต็มไปด้วยซากใบไม้ใบหญ้าทับถมกันและปรากฏบรอมีเลียดชนิดหนึ่งดูคล้ายสับปะรด แต่เมื่อเข้าไปถอนต้นมาพิจารณาอย่างใกล้ชิดแล้ว จึงรู้ว่าเป็นพูยาชนิดหนึ่ง (Puya Alpestris) ซึ่งมีใบแคบ ยาว โคนใบมีหนามแหลมสีดำ ขนาดความสูงของต้นเพียงหนึ่งเมตรเศษเท่านั้น ซึ่งหลังจากทราบว่าเป็นพูยา ผมจึงศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับบรอมีเลียดสกุลนี้มากขึ้น และได้นำเอาต้นพูยาดังกล่าวมาเลี้ยงได้ในกรุงเทพฯ
พูยา (Puya) ได้ชื่อมาจากคำในภาษาอินเดียนเผ่ามาพูชีในชิลี หมายถึงความ “แหลม” (Point) ทั้งนี้ พูยาหลายชนิดดูคล้ายกอหญ้า ซึ่งบางชนิดมีช่อดอกสูงเพียง 10 ซม.เท่านั้น แต่บางชนิดมีขนาดใหญ่สูงได้ถึง 10 ม. เช่น พูยาไรมอนดิไอ จากเทือกเขาแอนดีส ระดับสูง
พูยาบางชนิดมีลำต้นที่แตกสาขาเป็นกิ่งที่เจริญเติบโตอยู่ แม้ช่อดอกจะตายไปแล้ว แต่กิ่งเหล่านี้จะเชื่อมกันจนเป็นกอใหญ่ที่มีรากและกลายเป็นลำต้นใหม่ ส่วนลำต้นดั้งเดิมจะตายไปพร้อมกับกิ่งก้านสาขา
พูยาบางชนิดขึ้นอยู่ตามผาหิน จึงนับเป็นลิโทไฟต์ (Lithophytes) ซึ่งแตกกอใหญ่ปกคลุมพื้นที่กว้างขวาง
ลักษณะของสกุลพูยา
ขนาดใบแตกต่างกันเป็นอย่างมาก ตลอดจนความแน่นทึบของกอ ซึ่งมักมีลักษณะเป็นพุ่มมีใบเกิดเวียนรอบลำต้น เช่น สับปะรด มีกาบใบแผ่ออกชัดเจน สีขาว กาบใบแผ่รัดลำต้น ใบอ่อนมักตั้งตรง แต่ใบแก่มักแผ่ออกและงอกลับ ใบแข็ง ปลายใบแคบลงจนถึงมีหนามที่ปลายใบ ขอบใบมีหนามแหลมคม งอกลับที่ส่วนโคนใต้ใบมีเกล็ดหนาแน่นปกคลุม ช่อดอกแตกต่างกันแล้วแต่ชนิด (10 ซม.5 ม.) จัดเป็นช่อแบบช่อกระจะ (Simple Raceme) หรือแบบช่อเชิงลด (Spiked) มักพบว่าเป็นช่อดอกแบบเชิงประกอบหรือเป็นทรงกระบอก ช่อดอกแบบช่อรวม ช่อที่ยอดมักเป็นหมันหรือเป็นดอกสมบูรณ์เพศขึ้นสู่ด้านบนของช่อ ดอกมักเด่นสะดุดตา สีอาจออกสีขาว เหลืองอมเขียว สีเขียวน้ำทะเล สีน้ำเงินหรือสีม่วง และมักได้รับการถ่ายเรณูโดยฮัมมิ่งเบิร์ดในสภาพถิ่นกำเนิดดั้งเดิม หลังจากออกดอกแล้ว กลีบดอกจะม้วนขึ้นเป็นรูปเกลียววน ซึ่งเป็นลักษณะประจำของพูยาทุกชนิด รังไข่มีเมล็ดเล็กๆ ซึ่งมีปีกกว้าง
สกุลพูยานี้ประกอบด้วยสมาชิก 100 ชนิด มักขึ้นอยู่บนพื้นดิน (Terrestrials) การกระจายพันธุ์ทั่วไปตลอดเทือกเขาแอนดีส ในโคลัมเบีย เอกวาดอร์ เปรู โบลิเวีย และตอนเหนือของชิลีในเปรูนั้นพูยามีการกระจายพันธุ์จากระดับ 800 ม.ขึ้นไปจนถึงระดับสูง 4,800 ม. ซึ่งเป็นจุดเริ่มของพื้นที่มีน้ำแข็งปกคลุม นับว่าบรอมีเลียดสกุลพูยาเป็นพวกที่ขึ้นอยู่บนพื้นที่ภูเขาสูงที่สุด พูยาไรมอนดิไอ (Puya Raimondii) นับเป็นบรอมีเลียดที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมันเติบโตอยู่ในระดับ 4,0004,300 ม. นอกจากนี้ ยังมีีบรอมีเลียดสกุลพูยาอีกชนิดคือ พูยานิวาลิส (P.nivalis) สูง 2 ม. อาศัยอยู่ตามแนวหิมะ (4,800 ม.) ในบริเวณเซียรา เนวาดา เดอ ซานตา มาร์ชา ในโคลัมเบีย
พูยาทุกชนิดมีความทรหดอดทนอย่างที่สุด ยากจะหาพืชใดเปรียบ มันสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ เพราะโครงสร้างทนแล้ง (Xeromorphic Construction) น่าเสียดายที่สภาพความเป็นอยู่ของพูยายักษ์ (P.raimondii) ถูกรบกวนอย่างหนัก เพราะการทำลายโดยผู้เลี้ยงสัตว์ชาวอินเดียนพื้นเมืองของเปรูและชิลี โดยพวกนี้จะโค่นต้นพูยานำไปก่อไฟ เพราะว่าลำต้นพูยามีเรซินที่ติดไฟลุกดีนัก
การปลูกเลี้ยงพูยาทำได้ง่าย โดยการเพาะเมล็ดในพีทมอสผสมกรวดภูเขาไฟ การงอกและการเติบโตของกล้าอ่อนเป็นไปอย่างรวดเร็ว แต่พูยาจะไม่ออกดอกให้เราเห็นภายในเวลาปีสองปีอย่างแน่นอน
สกุลของพูยานี้แยกออกได้เป็นสองสกุลย่อยคือ พูยา (Puya) มีอยู่ 8 ชนิด และชนิดที่เหลือเป็นพูยอพซิส (Puyopsis) การจำแนกสกุลย่อยนี้อาจดูได้จากการมีช่อดอกที่เป็นหมันในส่วนปลายกิ่งของสกุลพูยา แต่ในสกุลพูยอพซิสนั้นมีช่อดอกที่ประกอบด้วยดอกสมบูรณ์เพศโดยตลอด
พูยาอยู่ในวงศ์ย่อยพิทคาร์นิออยดิอี้ (Pitcairnioideae) ส่วนใหญ่พูยาจะจัดเป็นโมโนคาร์ปิก (Monocarpic) นั่นคือ ต้นแม่จะตายลงหลังจากออกดอกติดเมล็ดแล้ว ทำนองเดียวกับต้นลาน (ปาล์ม) ของเมืองไทยนั่นเอง







