posttoday
การเจริญ‘ปาฏิโมกขสังวร’

การเจริญ‘ปาฏิโมกขสังวร’

23 มีนาคม 2557

ผู้ที่ใฝ่ในการฟังธรรมต้องเคยได้ยินคำว่า “ปาฏิโมกขสังวร” ซึ่งหมายถึงความสำรวมในพระปาฏิโมกข์

ผู้ที่ใฝ่ในการฟังธรรมต้องเคยได้ยินคำว่า “ปาฏิโมกขสังวร” ซึ่งหมายถึงความสำรวมในพระปาฏิโมกข์ ซึ่งก็คือ “ศีล” หรือ “สิกขาบท” นั่นเอง ความหมายโดยละเอียดนั้นจะมีอย่างไรบ้าง MQ ขอนำมาคุยกันในวันนี้ ในอรรถกถาเมฆิยะสูตร ได้กล่าวเรื่องนี้ไว้อย่างละเอียดว่า ผู้ที่มีความปาฏิโมกขสังวร คือ เป็นผู้มีศีล สมบูรณ์ด้วยศีล

ที่ชื่อว่า “ศีล” เพราะอรรถว่า ตั้งไว้มั่นด้วยดี คือ ความที่กายกรรม เป็นต้น เหมาะสมเป็นที่รองรับไว้ หรือทรงไว้ เป็นที่ตั้งแห่งกุศลกรรมมีฌาน เป็นต้น ศีล ยังแปลว่า ศีรษะ มีอรรถว่าเย็น มีอรรถว่าตั้งมั่น มีอรรถว่าสังวร

“ปาฏิโมกข์” นั้น ได้แก่ ศีลในสิกขาบท ด้วยว่า ทำบุคคลผู้รักษาศีลสิกขาบทนั้น ให้หลุดพ้นจากทุกข์มีทุกข์ในอบาย เป็นต้น “ปาติ” นั้นจะหมายถึงเพราะมีปกติตกไปในอบายมากครั้งเพราะกิเลสรุนแรง เพราะกระทำกรรมชั่วได้ง่าย ทำบุญได้ยาก ได้แก่ ปุถุชน ก็ได้ อีกอย่างหนึ่งเรียกว่า “ปาติ” เพราะถูกกำลังของกรรมซัดไปในภพ เป็นต้น โดยภาวะไม่เที่ยง และมีปกติไปโดยอาการหมุนไปโดยกำหนดไม่ได้ หรือเพราะมีปกติตกไปแห่งอัตภาพในสัตวนิกายนั้นๆ ด้วยอำนาจมรณะ หรือสันดานของสัตว์คือจิตนั่นเอง ชื่อว่า “ปาฏิโมกข์” เพราะ ยังผู้ตกไปนั้นให้พ้นจากสังสารทุกข์ ก็สัตว์ที่เรียกว่า “วิมุตติ” เพราะจิตหลุดพ้น ...สัตว์โลกถูกจิตนำไป คือ เป็นไปตามจิต ชื่อว่า “ปาฏิโมกข์” เพราะเป็นเครื่องทำสัตว์ผู้ตกไปนั้นให้พ้นไป (จากทุกข์) เพราะหลุดพ้นไปจากสงสาร

ศีล ชื่อว่า ปาฏิโมกข์ เพราะตัวศีลทำให้หลุดพ้นได้จริง ด้วย ตทังควิมุตติ (พ้นด้วยการเว้นชั่วขณะ) ที่ประกอบด้วยสมาธิและปัญญาทำให้หลุดพ้นได้จริง ด้วย วิกขัมภนวิมุตติ (พ้นด้วยการข่มไว้) และ สมุจเฉทวิมุตติ (พ้นเด็ดขาดด้วยการไม่เกิดขึ้นอีก) ศีลสังวรเป็นเหตุทำพระนิพพานให้เกิด เหมือนพระอาทิตย์ทำอรุณให้เกิดและมีส่วนเปรียบด้วยพระนิพพานนั้น เพราะทำกิเลสให้ดับตามสมควร

“สังวร” ได้แก่ การปิดกั้น คือไม่ล่วงละเมิด ทางกายและวาจา

ภิกษุผู้สำรวม คือ มีกายและวาจาปิดด้วยปาฏิโมกขสังวร จึงชื่อว่า สำรวมด้วยปาฏิโมกขสังวร

เมื่อเห็นคุณมากมายของปาฏิโมกขสังวร ในการที่จะเจริญในปาฏิโมกขสังวรนั้น ก็มีธรรมะที่ช่วยอุปการะ คือ “ความถึงพร้อมด้วยอาจาระและโคจร”

ภิกษุพึงเว้นจากอนาจารทั้งปวง เช่น การประกอบมิจฉาชีพ การคะนองกาย เป็นต้น ภิกษุผู้สมบูรณ์ด้วย อาจาระ ได้แก่ ภิกษุผู้มีความเคารพยำเกรงในพระพุทธเจ้า มีความยำเกรงในเพื่อนสพรหมจารี ถึงพร้อมด้วยหิริโอตตัปปะ นุ่งห่มเรียบร้อย มีการก้าวไป ก้าวกลับ แลดู เหลียวดู คู้เหยียด น่าเลื่อมใส สมบูรณ์ด้วยอิริยาบท คุ้มครองทวารในอินทรีย์ รู้จักประมาณในโภชนะ ถึงพร้อมด้วยความเพียร ประกอบด้วยสติและสัมปชัญญะ เป็นผู้มักน้อย สันโดษ ชอบสงัด ไม่คลุกคลี ด้วยหมู่ กระทำความเคารพในอภิสมาจาริกวัตร มากด้วยความเคารพและยำเกรงอยู่ ภิกษุเช่นนี้ ท่านเรียกว่า สมบูรณ์ด้วยอาจาระ

ส่วนโคจร มี 3 อย่าง คือ

- อุปนิสัยโคจร คือ ผู้ที่ประกอบด้วยคุณ คือ กถาวัตถุ 10 (กล่าวดีงาม มีประโยชน์ เหมาะแก่กาล) มีมิตรดีงาม ด้วยลักษณะนี้ย่อมทำให้ภิกษุผู้นั้น ได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยได้ฟัง ย่อมทำสิ่งที่เคยฟังแล้วให้ผ่องแผ้ว ตัดความสงสัยเสียได้ ทำความเห็นให้ตรง ทำจิตให้เลื่อมใส เมื่อศึกษาตาม ย่อมเจริญด้วยศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา

- อารักขโคจร คือ ภิกษุผู้ที่เข้าสู่ละแวกบ้าน เดินไปตามถนน มีตาทอดลงแลดูชั่วแอก ไม่เดินแลพลราบ ไม่เดินแลหญิง ไม่เดินแลชาย ไม่แหงนดู ไม่ก้มดู ไม่เดินเหลียวดู ตามทิศน้อยทิศใหญ่

- อุปนิพันธโคจร คือ สติปัฏฐาน 4 อันเป็นที่ซึ่งภิกษุเข้าไปผูกจิตของตนไว้

ความเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยอาจาระและโคจรนั้น มิใช่แต่มีอุปการะแก่ปาฏิโมกขสังวรเท่านั้น อรรถกถาท่านกล่าวไว้ ว่ายังเป็นธรรมที่มีอุปการะแก่ความพากเพียรเพื่อคุณวิเศษในเบื้องสูงอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท