
ดื่มกิน อิน สิงคโปร์...(อะเกนล่า!!!)
ทริปนี้ได้รับเชิญการท่องเที่ยวสิงคโปร์ ทริปนี้ไม่เน้นเที่ยว แต่ตะลอนชิมกันจนอิ่มเอม หลายวันที่นั่นทำให้ผู้เขียนได้พบว่า คนสิงคโปร์ชื่นชอบการดื่มกินมาก
ไปสิงคโปร์มาค่ะ...
ทริปนี้ได้รับเชิญการท่องเที่ยวสิงคโปร์ ทริปนี้ไม่เน้นเที่ยว แต่ตะลอนชิมกันจนอิ่มเอม หลายวันที่นั่นทำให้ผู้เขียนได้พบว่า คนสิงคโปร์ชื่นชอบการดื่มกินมาก จนกลายเป็นไลฟ์สไตล์และวัฒนธรรม จึงมีร้านดีๆ ร้านใหม่ๆ นานาประเภทอาหารและเครื่องดื่มให้เลือกสรรมากมาย ย่านใหม่ๆ ที่เพิ่งโด่งดังอย่างฮอลแลนด์วิลเลจหรือชองบารูเต็มไปด้วยร้านที่น่าเข้าไปค้นหา ขณะที่ย่านเก่าหรือย่านการค้าอย่างถนนออร์ชาร์ดก็ยังมีประสบการณ์การดื่มกินให้เข้าไปสัมผัส และเหล่านี้คือบางส่วนของร้านอาหารและเครื่องดื่มที่ได้ไปลองลิ้มชิมดูเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา
ทูเอเอ็ม ดีเซิร์ท บาร์
หากพูดถึงของหวาน คนสิงคโปร์มักจะนึกถึงร้านนี้เป็นร้านแรกๆ เจ้าของคือ เจนิซ หว่อง เชฟของหวานอันดับ 1 ของเอเชีย 2 ปีซ้อนจากการจัดอันดับของนิตยสารเรสเทอรองต์ ประเทศอังกฤษ สาวคนนี้มีโอกาสเรียนทำอาหารกับหนึ่งในเชฟที่ดีที่สุดในโลก รวมถึงอัจฉริยะทางด้านช็อกโกแลตจากสเปนอย่าง Oriol Balaguer และราชาแห่งมาการองชาวฝรั่งเศสอย่าง ปิแอร์ แอร์เม่ ก่อนจะเปิดบาร์ขนมหวานชื่อ ทูเอเอ็ม ดีเซิร์ท บาร์ (2am:dessertbar) ร้านที่ผู้คนต้องจองล่วงหน้าเพื่อกินขนม
เมนูของหวานของเจนิซนั้นน่าตื่นตะลึงด้วยความคิดสร้างสรรค์ บางเมนูเธอนำของคาวอย่างเช่นซีอิ๊วหรือหน่อไม้มาปรุง เชฟยังใส่ใจกับการตกแต่งจานจนดูเหมือนงานศิลปะ อีกทั้งยังมีเมนูใหม่ๆ มานำเสนออย่างไม่ขาด โดยการนำสูตรดั้งเดิมเก่าแก่มาใส่ความคิดสร้างสรรค์ เมนูที่เราได้ลองชิมเรียกว่า แคสเซีย พลัม ส่วนผสมมีเหล้าบ๊วย ส้มยูซุ โยเกิร์ต และ หน่อไม้ ซึ่งน่าประทับใจทั้งหน้าตาและรสชาติ ของหวานร้านนี้แพร์ริ่งกับไวน์หรือเครื่องดื่มอื่นๆ ได้อย่างน่าสนใจ คนรักของหวานน่าจะได้ไปลองสักครั้ง ทูเอเอ็มยังมีเมนูอาหารง่ายๆ อย่างเบอร์เกอร์ มันฝรั่งทอด เทมปุระ ฯลฯ ไว้เสิร์ฟด้วย
ทูเอเอ็ม ดีเซิร์ท บาร์ ตั้งอยู่ในย่าน ฮอลแลนด์วิลเลจ โทร. +65 6291 9727 หรือ [email protected]
อัลคาฟฟ์ แมนชั่น ริสโตรันเต
แมนชั่นเก่าแก่อายุเกือบร้อยปีบนเนินเขาอันเงียบสงบในเขตเทล็อค บลังกาห์ ฮิลล์ พาร์ค เดิมเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและต้อนรับแขกของตระกูลอัลคาฟฟ์ ซึ่งเป็นนักธุรกิจเชื้อสายเยเมนที่มาลงหลักปักฐานในสิงคโปร์ตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 กลายเป็นสถานที่พบปะของเหล่าไฮโซ ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของร้านอาหารอิตาเลียน อัลคาฟฟ์ แมนชั่น ริสโตรันเต (Alkaff Mansion Ristorante)
ร้านแบ่งเป็นบริเวณเอาต์ดอร์เรียกว่า เดอะ เทอร์เรซ เป็น อัล เฟรสโก ไดนิ่ง ภายในตัวบ้านชั้นบนเรียกว่า เดอะ บาร์ สำหรับดื่มไปชมวิวจากยอดเขา ส่วนนี้เปิดตั้งแต่บ่ายๆ จนถึงดึก เป็นจุดที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนหลังเลิกงานหรือหลังจากดินเนอร์ ทางร้านมีบริการทั้งชุดอาหารกลางวัน อาหารตามสั่งมื้อค่ำ ชายามบ่าย และทุกสุดสัปดาห์มีบรันช์ให้บริการอย่างโปรเซคโกบลันช์ในวันอาทิตย์ที่มีเครื่องดื่มบริการกับบุฟเฟ่ต์แบบไม่อั้น นอกจากจะเป็นภัตตาคารหรูแล้วที่นี่ยังเป็นสถานที่จัดงานยอดนิยม โดยเฉพาะแต่งงานและปาร์ตี้
ผู้เขียนมีโอกาสได้รับประทานเป็นเซตเมนู (ราคา 108 เหรียญสิงคโปร์) เริ่มต้นด้วย คาร์ปาโช่ซัลมอน เป็นเนื้อซัลมอนสดเหยาะน้ำมันมะกอกและมะนาว เสิร์ฟพร้อมสลัดและไข่ซัลมอน รสชาติกลมกล่อมเนียนละมุนเรียกน้ำย่อยได้อย่างดี ต่อด้วยราวิโอลีซีฟู้ดกับเปลือกส้มและไข่ปลากระบอก จานต่อมาเป็นปลากะพงอบเสิร์ฟกับผักรวมมิตรที่เรียกว่า คาโปนาตา และบอลซามิคจากเมืองโมเดนา ประเทศอิตาลี ต่อด้วยเนื้อลูกหมูอบเสิร์ฟกับเซเลอรีและซอสเบอร์รีป่า ของหวานเป็นชีสเค้กฟาร์เฟต์ราดด้วยซอสส้มและเปลือกส้มอบ
อัลคาฟฟ์ แมนชั่น ริสโตรันเต ตั้งอยู่ในย่าน เทล็อค บลังกาห์ ฮิลล์ พาร์ค โทร. +65 6510 3068 หรืออีเมล [email protected]
เล ซามี
ร้านอาหารฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงมายาวนานเกือบ 20 ปี และได้รับรางวัลมากมาย ที่นี่เป็นแฟล็กชิป เรสเตอรองต์ของกลุ่มเล ซามี (Les Amis) เจ้าของร้านอาหารนับสิบในสิงคโปร์
เล ซามี ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจและผู้นิยมรับประทานอาหารอร่อยมีระดับ ร้านมีห้องส่วนตัวและเชฟเทเบิลส์สำหรับคนที่อยากเห็นเชฟปรุงอาหารอย่างใกล้ชิด อาหารโดยเชฟชาวฝรั่งเศส เซบาสเตียน เลปินอย ผู้สร้างสรรค์อาหารโดยปรับเทคนิคการปรุงแบบฝรั่งเศสเข้ากับหนทางญี่ปุ่น เน้นไปที่รสชาติเป็นธรรมชาติแท้ๆ ของหวานร้านนี้ก็ไม่แพ้ใครโดยอยู่ในการดูแลของเชอริล โก ร้านนี้เขายังมีไวน์ลิสต์ยาวเหยียด อาจเรียกได้ว่า มากที่สุดร้านหนึ่งในเอเชีย เรย์มอนด์ ลิม ผู้บริหารของเล ซามี ว่าอย่างนั้น
ถ้าจะมารับประทานอาหารร้านนี้ในมื้อกลางวันควรพกสตางค์ประมาณ 45 เหรียญสิงคโปร์ มื้อค่ำประมาณ 150 เหรียญสิงคโปร์ ผู้เขียนได้ชิมเซตเมนูที่เริ่มต้นด้วยอาหารเรียกน้ำย่อย 2 เมนูคือ หอยเชลล์ทอดเคลือบด้วยซอสขิง และซุปอาร์ติโชคใส่ฟัวกราส์แฟลน ส่วนเมนคอร์สนั้นมีให้เลือกระหว่างพาสต้าเส้นแองเจิลแฮร์ปรุงกับล็อบสเตอร์โรยด้วยกุ้งซากุระตัวเล็กๆ และพาร์เมซานชีส หรือจะเป็นหมู (จากเทือกเขาคาร์เพเทียน) ตรงส่วนสันนอกย่างราดด้วยมันฝรั่งบด แครอต และเม็ดยี่หร่า หรือจะเป็นแซลมอนย่าง หรือเนื้อวากิวย่างถ่านกับหน่อไม้ฝรั่งและมิโซะ ตบท้ายด้วยของหวานคือ สลัดสตรอเบอร์รีอามะโอในไวน์แดงกับไอศกรีมโยเกิร์ต
เล ซามี ตั้งอยู่บนถนนสกอตไม่ไกลจากย่านช็อปปิ้งอย่างออร์ชาร์ด โทร. +65 6733 2225 อีเมล lesamis@lesamis. com.sg
โอเพน ดอร์ โพลิซี
ร้านชื่อเก๋ๆ โอเพน ดอร์ โพลิซี (Open Door Policy) เป็นร้านอาหารสไตล์โมเดิร์น เน้นความเรียบง่าย บริการอย่างเป็นมิตรและใกล้ชิดทำให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน ครัวเป็นครัวเปิดด้านหลังผนังกระจกที่ลูกค้าสามารถมองเห็นการปรุงอาหารได้ เมนูโดยไรอัน คลิฟ พ่อครัวชาวอังกฤษจากร้านดังทิปปิง คลับ และเจ้าของรายการดัง Chef on the Road ที่เคยออกอากาศทางช่องเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิกเมื่อหลายปีก่อน
อาหารใช้วัตถุดิบที่สดใหม่ ให้บริการอาหารกลางวันและค่ำ รวมทั้งบรันช์ในช่วงวีกเอนด์ เสิร์ฟพร้อมค็อกเทลหรือไวน์ สำหรับเมนคอร์สอยากให้ลอง เนื้อแกะอบกับมันฝรั่งเสิร์ฟพร้อมสตูถั่วและมินต์สด, เนื้อแก้มวัวอบ 48 ชั่วโมงกับควินัวและแรดดิชดำ, เบอร์เกอร์เนื้อกับกระเทียมทอดและมายองเนสญี่ปุ่น, ริซอสโต้แซฟฟรอนและกุ้งกับใบทาร์รากอนและชีสพาร์เมซาน
โอเพน ดอร์ โพลิซี ตั้งอยู่ถนนยงเซี๊ยกหรือย่านที่เรียกว่าชองบารู โทร. +65 6221 9307
โอริโอล คาเฟ + บาร์
เกิดขึ้นด้วยความรักกาแฟของเจ้าของ คีธ โล เขาเป็นบาริสต้าตัวยงที่ได้รับรางวัลมากมาย โอริโอล คอฟฟี่ มีอยู่หลายสาขาที่เราแวะไปคือ โอริโอล คาเฟ่ + บาร์ (Oriole Cafe + Bar) ออลเดย์คาเฟ่ที่ตกค่ำกลายเป็นบาร์ที่มีค็อกเทลจำหน่ายพร้อมอาหาร ตกแต่งด้วยโคมไฟระย้า ทองเหลือง เก้าอี้หนัง ฯลฯ ให้ความรู้สึกอบอุ่นสบาย ไม่ว่าจะนั่งจิบกาแฟยามบ่าย หรือนัดสังสรรค์กับเพื่อนๆ ดื่ม กิน และเมาท์ในยามค่ำคืน
โอริโอล ยังเป็นคอฟฟี่โรสเตอร์นำเข้าเมล็ดกาแฟ (ส่วนใหญ่เป็นอะราบิกาแบบซิงเกิลออริจิน) จากผู้ผลิตทั่วโลกมาคั่วเอง เมื่อเมล็ดกาแฟมาถึงร้านก็มีบาริสต้าระดับมือรางวัลชง ปรุง และเสิร์ฟ ไม่เพียงเมนูที่รู้จักกันดีอย่างเอสเปรสโซ คาปูชิโน ฯลฯ พวกเขายังครีเอตเมนูใหม่ๆ ที่ได้รับรางวัลมาแล้วก็อย่างเช่น กาแฟใส่ช็อกโกแลตและพริก (Chili Chocolate Mocha) และกาแฟรสส้ม หรือซิตรัสซิน (Citrus Sin) ใครติดใจรสชาติสามารถซื้อ Oriole Yellow Bird Blend เมล็ดกาแฟของทางร้านกลับบ้านไปชงดื่มเองได้
โอริโอล คาเฟ + บาร์ ตั้งอยู่ในตึกแพนแปซิฟกบนถนนซอเมอร์เซ็ต โทร. +65 6238 8348







