
เค้กแด่คนขี้แพ้
ชอบกินเค้ก แต่กินไม่ได้ เปล่า!!! ไม่กลัวอ้วน แล้วก็ไม่ได้อยู่ในช่วงควบคุมน้ำหนัก ที่กินไม่ได้ เพราะเขาแพ้นมวัวต่างหาก (เซ็งอ่ะ)
โดย..จีไอโจ / ภาพอาหาร วิศิษฐ์ แถมเงิน / ภาพบุคคล กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร
ชอบกินเค้ก แต่กินไม่ได้ เปล่า!!! ไม่กลัวอ้วน แล้วก็ไม่ได้อยู่ในช่วงควบคุมน้ำหนัก ที่กินไม่ได้ เพราะเขาแพ้นมวัวต่างหาก (เซ็งอ่ะ)
ไม่เจอกับตัว จ้างให้ก็ไม่รู้หรอกว่าทุกข์ใจของคนแพ้นมวัวเป็นเยี่ยงไร (ลองนึกภาพตามนะ) ไปนั่งร้านเค้กอร่อยในสามจักรวาล แต่ก็ได้แค่นั่งเก๋ๆ ปั้นหน้าจิ้มลิ้มข้างเค้กที่เพื่อนสั่งมายั่วน้ำลาย หม่ำไม่ได้จ้า ด้วยกลัวว่าพอตักเค้กเข้าปาก อาการแพ้จะกำเริบ คัน บวม คลื่นไส้ หนักข้อก็อาจถึงขั้นปวดท้อง อาเจียน หัวใจเต้นผิดปกติ เลวร้าย บางคนหมดสติ ก็จบเห่
ฟังดูโลกนี้ค่อนข้างจะโหดร้ายดั่งในภาพยนตร์ Les Miserables ก็มิปาน ต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อปากท้อง อยากกินเค้กอร่อยๆ แต่กลับทำไม่ได้ ได้แต่นั่งตาละห้อยสวยๆ หล่อๆ ขอความยุติธรรมหน่อยเถิด พลีส!!! I Dreamed a Dream เพลงแห่งความฝันและความหวัง จงบังเกิด ณ บัดนาว
กลิ่นเย้ายวนลอยมาแตะจมูก คุ้นกลิ่น หวานหอมจากน้ำตาล นม เนย เจอแล้วววววว ต้นตอของกลิ่นวางอยู่บนโต๊ะภายในโรงแรมแอสทารา สาทร หน้าตาน่าหม่ำเหลือเกิน อดใจไม่ไหวละ ขอชิม
ช้าก่อน ตกลงกินได้เลยมั้ย เค้กที่อยู่ตรงหน้า “กินได้ค่ะ เพราะเป็นเค้กที่ทำขึ้นสำหรับคนแพ้นมวัวค่ะ” เสียงสวรรค์ดังขึ้นจากปาก “ดร.อารียา อัศวานันท์” ภรรยาผู้บริหารโรงแรม ไม่ลังเล ขอหนึ่งคำละกัน
เค้กแด่คนแพ้นมวัว ถือเป็นของขวัญชิ้นโบแดงของคนขี้แพ้ ที่จะได้กินเค้กอร่อยโดยไม่ต้องพะว้าพะวงว่าจะแพ้มั้ย กินเข้าไปอาการแพ้กำเริบขึ้นมาก็ไม่ไหวนะ อร่อยไม่คุ้ม อย่าแลกเด็ดขาด แต่เค้กที่โรงแรมแอสทารา สาทร ยืนยันว่าคนขี้แพ้กินได้สบายใจเฉิบ
จุดเริ่มต้นของเค้กมาจากคนใกล้ตัวผู้บริหาร นั่นก็คือลูกสาวที่แพ้นมวัวมาตั้งแต่เกิด ตามประสาเด็กผู้หญิงกับเค้ก ตัดกันไม่ขาด ความอยากกินเค้กยังอยู่ในใจผู้เป็นลูกสาว จนคุณแม่ชักสงสาร จึงปิ๊งไอเดียทำเค้กชิ้นเพื่อลูกสาวสุดที่รัก ซึ่งผลลัพธ์ก็แฮปปี้ทั้งคุณแม่และคุณลูก
หน้าตาไม่บอกก็แทบไม่ต่างจากเค้กทั่วไป เหมือนกันยังกับแกะ ยิ่งเมื่อลิ้มรสชาติดูก็ช่างเหมือนเค้กที่ขายกันเกลื่อน แยกกันไม่ออกจริงๆ แต่พอจะแยกได้คือมีกลิ่นเฉพาะตัวของเค้กชนิดนี้เด้งออกมา กลิ่นนั้นได้จากกะทิ ใช่แล้ว เปลี่ยนจากนมวัวมาเป็นกะทิ ก็กะทิที่ใส่ในขนมไทยนี่ละ ใส่แทนนมวัว
นอกจากนั้น ของต้องห้ามสำหรับคนแพ้ อาทิ เนย ไข่ แป้งสาลี วิปปิ้งครีม ก็ถูกเปลี่ยนมาใช้ของที่ชดเชยกันได้ มาการีนแทนเนย กล้วยหอมแทนไข่ วิปปิ้งครีมก็ใช้แบบนันแดรี ครีมเมอร์ แป้งสาลีไม่ใช้ ใช้แป้งกลูเตนฟรีแทน ไม่ใส่ยีสต์ ไม่ใช้ผงฟู
“เป็นการเรียนรู้ลองผิดลองถูกค่ะ สูตรก็ปรับมาจากสูตรเค้กทั่วไป เพียงแต่ไม่ใช่ส่วนผสมที่ทำให้เกิดความแพ้ต่อคนกิน โดยยึดลูกสาวตัวเองเป็นหลัก
เรื่องกลิ่นอาจจะไม่ได้มีความเป็นนมและเนยโดดมาเลย ก็จะได้กลิ่นหอมของกะทิ ซึ่งอารมณ์จะเหมือนกินขนมไทย หอมหวาน รสชาติก็อร่อยอีกแบบหนึ่ง เป็นรสชาติที่ต่างออกไป”
ไม่ลองไม่รู้ ชิมดูแล้วบอกได้คำเดียวว่าอร่อย เลอค่าไม่ด้อยกว่าเค้กสวยๆ หรูๆ ในร้านเก๋ๆ “บานอฟฟี” แนะนำให้ลองลิ้ม ชิ้นเดียวไม่พอ ขอเบิ้ลต่อแน่นอน
ความเข้มของผงโกโก้ ถูกลิ้นคนชอบความขมปนหวาน ความหวานได้จากกล้วยหอม หวานไม่จัด ส่วนความมัน มั่นใจได้ว่าน้ำกะทิคั้นสด หอมมันไม่ต่างกับกินขนมไทยใส่กะทิ
“เค้กปอนด์” ก็อารมณ์เดียวกัน ชิ้นโตๆ เนื้อนุ่มแน่น หอมหวาน ละลายคาปาก เพิ่มลูกเล่นด้วยน้ำตาลปั้นรูปสัตว์น่ารักน่าชัง ถูกใจเด็กๆ เป็นเค้กที่กำลังได้รับความนิยม ได้ลิ้มรสเค้กแล้ว ก็ต่อด้วยความหวานจากน้ำตาลปั้น
เช่นเดียวกับ “คัพเค้ก” ชิ้นจิ๋ว ก็มีน้ำตาลปั้นช่วยดึงดูดสายตา สีสันสดใส เรื่องส่วนผสมหมดห่วง เพราะยังใส่ใจทำเพื่อคนขี้แพ้โดยเฉพาะ จะแพ้อะไรมา นมวัว เนย ไข่ แป้งสาลี วิปปิ้งครีม ทุกอย่างนันแดรี หม่ำได้ไม่ต้องกลัวแพ้ (อีกแล้ววววว)
(หมายเหตุ สอบถามรายละเอียดการสั่งเค้กได้ที่โรงแรมแอสทารา สาทร โทร. 02-212-7090)







