
100 ปีแห่งการเดินทางไปตูนิเซีย
ไม่ใช่ชื่อวรรณกรรมเรื่องใหม่ ทว่า คือนิทรรศการแสดงผลงานของ พอล คลี ออกุสต์ มัคเค่ และหลุยส์ มัวลิเยต์ เนื่องในโอกาสครบ 100 ปี
โดย...อฐิณป ลภณวุษ
ไม่ใช่ชื่อวรรณกรรมเรื่องใหม่ ทว่า คือนิทรรศการแสดงผลงานของ พอล คลี ออกุสต์ มัคเค่ และหลุยส์ มัวลิเยต์ เนื่องในโอกาสครบ 100 ปี ที่ 3 จิตรกรเพื่อนรักชาวสวิสเยอรมัน ได้ร่วมเดินทางไปสร้างสรรค์ผลงาน ณ ประเทศตูนิเซีย จัดแสดงที่หอศิลปะร่วมสมัย เดอะ เซนทรัม พอล คลี (Zentrum Paul Klee) กรุงเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ในนิทรรศการครั้งนี้ รวบรวมผลงานกว่า 140 ชิ้นของจิตรกรทั้ง 3 มาไว้ด้วยกันเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี การเดินทางไปตูนิเซียเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ในปี 1914 ของพอล ออกุสต์ และหลุยส์ นับเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของแวดวงศิลปะศตวรรษที่ 20 โดยผลงานของทั้ง 3 ศิลปินที่ไปสร้างสรรค์ที่ตูนิเซียนั้น เต็มไปด้วยกลิ่นอายที่แตกต่างของท้องถิ่นแปลกตา นอกจากนี้สีสันบนภาพแนวเอกซ์เพรสชันนิสต์ของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความเจิดจ้าและหลากหลาย
โดยเฉพาะพอล คลี และ ออกุสต์ มัคเค่ นั้น ตูนิเซียได้สร้างแรงบันดาลใจ และนับเป็นการค้นหาความเป็นตัวเองในแนวทางใหม่ๆ ได้อย่างมากมาย หรือแม้แต่ หลุยส์ มัวลิเยต์ ที่ลงมือวาดรูปเพียงไม่มากนัก ก็ยังค้นหาคำตอบใหม่ๆ บางอย่างให้กับผลงานศิลปะของเขาได้ด้วย
อาจจะด้วยเพราะแสงอาทิตย์ของแอฟริกาเหนือ ที่เหมือนมีมนต์ขลัง ทั้งยังแปลกตาไม่เหมือนในยุโรป จึงออกมาเป็นภาพสีน้ำสีสันเจิดจ้า นำมาจัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ และครั้งหนึ่งเคยได้รวบรวมเฉพาะผลงานของพอล คลี จัดพิมพ์ในรูปแบบไดอะรี ที่ได้นำไปบวกกับบทบันทึกการเดินทางไปยังเมืองทะเลทรายอย่าง ไครูอาน ซึ่งพอลบันทึกเอาไว้ว่า บรรยากาศที่ตูนิเซียทำให้เขาต้องหยุดทำงานไประยะหนึ่ง
“ผมต้องปล่อยให้สายลมแสงแดดแทรกซึมเข้ามาในความคิด ความรู้สึก สีสันที่ผมเห็นที่นั่นมันกลืนกินผมทีละน้อยๆ เป็นช่วงเวลาในการเดินทางที่แสนประทับใจจริงๆ รอจนกระทั่งสีสันกับผมเริ่มเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แล้วผมจะถ่ายทอดออกมา ไม่ว่าจะเป็นเมืองแรกที่ผมไปถึงอย่างตูนีส์ แล้วก็ไปที่แซงต์ แชร์กแมง หรือจากซีดี บู ซาอิด ไปยังอัมมาเม็ต ก่อนจะไปถึงที่ที่เป็นไฮไลต์อย่างทะเลทรายในไครูอาน”
จนกระทั่งทุกวันนี้ ผลงานที่ศิลปินทั้ง 3 สร้างสรรค์ ยังคงมีสีสันที่ซีดจางไปตามกาลเวลา แม้ว่าจะผ่านมา 100 ปีแล้วก็ตาม โดยเฉพาะภาพสีน้ำที่ออกุสต์ มัคเค่ สร้างสรรค์เอาไว้ในครั้งนั้น กลายเป็นผลงานชิ้นท้ายๆ ในชีวิตของเขา เนื่องเพราะเขาได้จบชีวิตในอุบัติเหตุลงระหว่างช่วงปลายของการเดินทาง เมื่อเดือน ก.ย. 1914 นั่นเอง
นิทรรศการครบ 100 ปี The Journey to Tunisia. Klee, Macke, Moilliet เริ่มจากผลงานสีน้ำ 35 ชิ้น กับดรอว์อิ้งอีก 13 ชิ้น ของพอล คลี ตามด้วยผลงานสีน้ำ 33 ชิ้น ดรอว์อิ้ง 79 ชิ้น และสเกตช์บุ๊ก 3 เล่ม ของออกุสต์ มัคเค่ ปิดท้ายด้วยผลงานน้อยชิ้นของ หลุยส์ มัวลิเยต์ เนื่องเพราะเขาขอแยกตัวไปทำงานในโมร็อกโก และทางใต้ของสเปนต่อ
ผลงานในตูนิเซีย นอกจากจะเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายของออกุสต์ ยังนับว่าเป็นความตื่นเต้นครั้งสุดท้ายของพอล คลี อีกด้วย นอกจากชิ้นงานที่สร้างสรรค์สดๆ ณ ทางเหนือของทวีปแอฟริกาแล้ว เขายังวาดภาพขึ้นจากความทรงจำเมื่อครั้งที่ต้องสูญเสียเพื่อนรักไปในการเดินทางอีกบ่อยครั้งด้วย
นิทรรศการการเดินทางไปตูนิเซียของ 3 จิตรกร จัดแสดงครั้งล่าสุดเมื่อปี 1982 โดย แอร์นสต์เกร์ฮาร์ด กุส ภัณฑารักษ์ชื่อดัง ซึ่งสูจิบัตรที่จัดทำนิทรรศการคราวนั้นทำให้ค้นพบอะไรใหม่ๆ มากมายสำหรับนักประวัติศาสตร์ศิลปะ โดยเฉพาะเรื่องของทฤษฎีของการวาดสีน้ำแนวใหม่ ที่เริ่มมีการศึกษากันมากขึ้นหลังจากนั้น
เนื่องในโอกาส 100 ปี แห่งการเดินทางไปตูนิเซีย ภัณฑารักษ์ ดร.ไมเคิล โบมการ์ทเนอร์ จึงไม่พลาดที่จะนำผลงานอันเป็นประวัติศาสตร์แห่งศตวรรษที่ 20 มาแสดงใหม่อีกครั้งหนึ่ง ตั้งแต่วันนี้-22 มิ.ย.ศกนี้







