
จากแมวพเนจรสู่แมวบ้านน่ารักของ กานตริน ลีละหุต
บอกตามตรงว่า ทึ่งครับ ในความสามารถของ “อายกานตริน ลีละหุต” เจ้าของนามปากกา “เจ้าหญิงผู้เลอโฉม”
บอกตามตรงว่า ทึ่งครับ ในความสามารถของ “อายกานตริน ลีละหุต” เจ้าของนามปากกา “เจ้าหญิงผู้เลอโฉม” มานานกับผลงานนวนิยายของเธอ ที่ถ่ายทอดผ่านตัวหนังสืออย่างมีชีวิตชีวา เพิ่งจะเห็นตัวจริงก็วันนี้ สวยใส น่ารัก ดังนามปากกาแต๊ๆ
เธอเริ่มเขียนนิยายตั้งแต่อายุ 12 ขวบ หากนับผลงานถึงวันนี้ก็ 50 กว่าเรื่อง บ่งบอกถึงความสามารถ พรสวรรค์ และพลังแห่งจินตนาการของเธอเป็นอย่างดี ปัจจุบันยังคงศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4 คณะวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
วันนี้เธอพร้อมคุณแม่เปิดบ้านให้เก็บภาพเธอกับสัตว์เลี้ยงน่ารัก พร้อมพูดคุยอย่างเป็นกันเอง โดยสัตว์เลี้ยงของเธอคือบรรดาแมวจอมวุ่น จำนวน 7 ตัว ที่วันนั้นส่วนใหญ่เดินขวักไขว่ไปมาภายในบ้าน มีบางตัวกลัวการเผชิญกับคนแปลกหน้าก็แอบซ่อนแทรกตัวอยู่ตามซอกของบ้าน
ที่มาของมวลประชาวิฬาร์ฟังแล้วจะอึ้งครับ เพราะเจ้าเหมียวเหล่านี้นักเขียนวัยใสไม่ได้เสียเงินซื้อ แต่ทั้งหมดเข้ามาอยู่ในชายคาบ้านได้เพราะความกรุณาของเจ้าของบ้านที่รับเลี้ยงดูเป็นอย่างดีเพราะกลัวจะได้รับอันตรายจากงูเหลือม
“เดิมเจ้าเหมียวเหล่านี้จะมีแม่ชื่อร็อกกี้ ซึ่งเป็นแมวจรจัดในหมู่บ้านที่เราอยู่ โดยคุณลุงคนหนึ่งในหมู่บ้านให้อาหารอยู่บ่อยๆ แต่ก็ไม่ได้เลี้ยงดูเป็นกิจจะลักษณะ บางครั้งร็อกกี้ก็เดินมาแถวบ้าน เราก็เอาถาดอาหารไปวางไว้ให้กิน มันก็มาบ่อย จนมาวันหนึ่งเมื่อเดือน เม.ย. ปี 2554 ร็อกกี้ก็คลอดลูกบนหลังคาบ้าน คุณแม่ก็เอาลูกมันมาเลี้ยงภายในบ้านเพราะกลัวจะถูกงูกัดตาย จากนั้นมาร็อกกี้ก็คลอดอีก 2 ครอก ครอกละ 2-3 ตัว คุณแม่ก็เลี้ยงหมด ตอนนี้มี 7 ตัว เพศผู้ 3 เพศเมีย 4”
นักเขียนวัยใส กล่าวต่อว่า แต่ละตัวก็มีนิสัยต่างกัน บางตัวไม่ค่อยตื่นคนยอมให้ถ่ายรูปได้บ้าง บางตัวถ้าเจอคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้านก็จะแอบซ่อนตัวอยู่ในซอกตามที่ต่างๆ ของบ้าน ไม่ยอมออกมาเดินเตร่ไปมาในยามที่คนแปลกหน้ายังอยู่ พอไปแล้วจึงจะโผล่มาโชว์ตัวบ้างเป็นครั้งคราว
“ปกติแมวจะดูหยิ่งๆ เวลาเราเรียกชื่อก็ไม่อยากจะมาหรอก จะมาหาเราก็ต่อเมื่อเขาอยากมาเล่นด้วยเท่านั้น ต่างกับหมาแค่เรียกชื่อก็มาแล้ว ดังนั้นทั้ง 7 ตัวก็จะมีทั้งที่ไม่ตื่นคนและกลัวคน พูดเฉพาะที่ไม่ค่อยกลัวคนแปลกหน้า ได้แก่ ดัมมี่ ตัวดำแซมขาว เพศผู้ แซนดี้ สีทราย เพศเมีย แบล็ค ดำล้วน เพศผู้ และไวท์ เพศเมีย สีขาวเหมือนชื่อ ทั้งสี่ตัวนี้มีเรื่องราวให้พูดถึงในหลายๆ มุม โดยเฉพาะดัมมี่ที่ก่อนจะมาอยู่บ้านได้ถูกทำร้ายกรามหลักและตาบอดมาข้างหนึ่ง ต้องพาไปรักษาจนกรามหาย แต่ตาไม่สามารถรักษาได้ บอดถึงวันนี้”
ในการเลี้ยงดู เจ้าของเผยว่า จะเลี้ยงด้วยวิธีธรรมชาติ คือปล่อยให้เป็นอิสระอยู่ภายในบ้าน ทว่าทั้งหมดก็ไม่เคยสร้างความลำบากใจหรือความเดือดร้อนในเรื่องของการขับถ่ายและปัสสาวะให้กับเจ้าของบ้านสักครั้ง
“เราปล่อยพวกเขาอยู่ในบ้านอย่างอิสระ เลี้ยงพวกเขาด้วยปลานึ่งและอาหารเม็ดสลับกัน โดยปลานึ่งก็จะเป็นปลาสลิดกับแซลมอน โซฟาในบ้านจะเป็นอาณาเขตที่พวกเขาจับจองในการพักผ่อนและเป็นที่ลับเล็บไปในตัว (ทั้งๆ ที่มีที่ลับเล็บ) เวลานอนบางตัวก็มานอนกับอายบ้าง โดยเฉพาะดัมมี่ที่ติดอายบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะไปนอนกับคุณแม่ของอายเพราะพวกเขาติดคุณแม่ทุกตัว ทว่าทั้งหมดไม่เคยสร้างความลำบากใจในเรื่องของการขับถ่ายหรือปัสสาวะเรี่ยราด เพราะตั้งแต่ที่เลี้ยงพวกเขาวันแรกเราจะซื้อกระบะทรายเป็นห้องส่วนตัวของเขาไว้ที่หลังบ้าน เวลาปวดท้องอึหรือปวดฉี่เขาก็จะไปทำกิจที่กระบะทรายทุกตัว”
เจ้าของแมววัยใสเผยว่า ครั้งหนึ่งก่อนนี้เป็นคนกลัวแมว เห็นแล้วไม่คิดอยากอุ้ม เพราะกลัวแมวข่วน และไม่เคยคิดว่าจะได้เลี้ยง แต่พอได้เลี้ยงแล้วกลับรู้สึกดี รู้สึกเหมือนพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และไม่คิดว่าแมวน่ากลัวอย่างที่คิด
“ส่วนตัวชอบเลี้ยงหมามากกว่าแมว เพราะทุกครั้งที่สื่อสารกับหมาเขาจะเข้าใจมากกว่า ต่างจากแมวซึ่งแล้วแต่อารมณ์ ก่อนนี้อายก็เคยเลี้ยงหมามาก่อน พันธุ์พูเดิล ตอนหลังก่อนที่สึนามิเข้าญี่ปุ่นหมาป่วยเป็นไรคไตตายก็ไม่ได้เลี้ยงอีก จนวันหนึ่งแมวเข้ามาในชายคาบ้านก็รู้สึกว่าแมวนั้นเป็นสัตว์ที่มีความน่ารักอีกแบบ” นักเขียนนวนิยายวัยใสกล่าวทิ้งท้าย







