
ชีวิตแนวดิ่งหัวใจแนวกว้าง
เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทวิจัยด้านอสังหาริมทรัพย์รายงานว่า ในปี 2556 มีคอนโดมิเนียมเปิดขายในกรุงเทพฯ
โดย...ณศักต์ อัจจิมาธร
เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทวิจัยด้านอสังหาริมทรัพย์รายงานว่า ในปี 2556 มีคอนโดมิเนียมเปิดขายในกรุงเทพฯ ประมาณ 51,150 ยูนิต ซึ่งมากกว่าปี 2555 และ 2554 ขณะที่ในปี 2557 จะมีคอนโดมิเนียมแล้วเสร็จอีกมากกว่า 7.5 หมื่นยูนิต
หากนับรวมกับโครงการที่สร้างมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้ จะส่งผลให้ในกรุงเทพฯ จะมีจำนวนคอนโดมิเนียมมากกว่า 4 แสนยูนิต ในสิ้นปี 2557 นี้ และนั่นหมายความว่าจะมีผู้คนนับแสนๆ คนที่มาร่วมใช้ชีวิตแนวดิ่งอยู่ในตึกสูงเดียวกัน ที่กระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วเมือง
แน่นอนว่าคอนโดมิเนียมให้ความสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเดินทาง ด้วยทำเลที่ตั้งส่วนใหญ่มักอยู่ติดถนนใหญ่ สถานีรถไฟฟ้า หรือไม่ก็ทางขึ้นทางด่วน
ขณะที่การอยู่อาศัยก็สบายไม่แพ้กัน เพราะการจ่ายค่าส่วนกลางก็ทำให้มีพนักงานทำความสะอาดมาดูแลความสะอาดบริเวณทางเดินภายในบริเวณอาคาร มีพนักงานรักษาความปลอดภัย มีอาคารที่จอดรถ หรือหากคอนโดมิเนียมของคุณมีสวน ก็จะมีคนสวนคอยดูแลต้นไม้ให้แลดูสวยอยู่เสมอ
ทว่า ในอีกมุมหนึ่งคอนโดมิเนียมก็มีปัญหามากมายที่เกิดขึ้นหลังเปิดให้เข้าอยู่อาศัย และปัญหาส่วนใหญ่มักมีสาเหตุมาจากผู้คนที่มาอยู่ร่วมกัน
ที่จอดรถไม่พอต้องแย่งที่จอดรถกัน ทิ้งขยะไม่เป็นที่ เสียงดังรบกวนข้างห้อง สูบบุหรี่ริมระเบียงจนขี้บุหรี่หล่นลงมาห้องด้านล่าง ทำให้เสื้อผ้าที่ตากไว้เสียหาย ใช้งานสิ่งต่างๆ ที่เป็นของส่วนกลางของลูกบ้านในคอนโดมิเนียมโดยไม่รักษาจนพังเสียหาย ฯลฯ
เหล่านี้เป็นปัญหาที่ชุมชนแนวดิ่งต้องพบเจอ บางแห่งอาจมีน้อย บางแห่งอาจมีมากแตกต่างกันไป
คอนโดมิเนียมบางแห่ง นิติบุคคลก็ออกกฎมากมายมาคอยกำราบลูกบ้านที่มีพฤติกรรมอันไม่พึงประสงค์ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของชุมชน ขณะที่บางแห่งก็ไม่ได้มีการแก้ไข จนลูกบ้านต้องเปิดศึกต่อกันจนเป็นเหตุวุ่นวายขึ้น
ใช่หรือไม่ว่า นอกจากความสะดวกสบายแล้ว ห้องเล็กๆ บนคอนโดมิเนียมน่าจะอีกเป็นสถานที่หนึ่งที่ทำให้ผู้คนสามารถสร้างการมี “จิตสาธารณะ” ได้อย่างไม่ยากนัก
ใช่หรือไม่ว่า ปัญหาหลายปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนแนวดิ่ง แก้ได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ผู้อยู่อาศัยมีหัวใจที่กว้างขวางที่ขยายข้ามกำแพงห้องที่เป็นพื้นที่ส่วนตัวไปจนถึงเพื่อนบ้านห้องข้างๆ หรือแม้แต่เพื่อนบ้านห้องอื่นที่อยู่ร่วมคอนโดมิเนียมเดียวกัน
แค่การปิดประตูห้อง การมีหัวใจที่กว้างขวางก็จะทำให้เราระวังการปิดประตูไม่ให้กระแทกเสียงดัง หรือการเปิดเพลงฟังภายในห้อง เราก็จะเปิดเสียงดังแต่พอดี ไม่เปิดเสียงกระหึ่มลั่นโลกจนสะเทือนไปถึงห้องอื่น
เมื่อจำนวนผู้คนที่มีหัวใจกว้างขวางมีมากขึ้น ปัญหาชุมชนก็ลดน้อยลง การอยู่ร่วมกันก็สงบสุขเพิ่มขึ้น สังคมเล็กๆ ในคอนโดมิเนียมมีการถ้อยทีถ้อยอาศัยระหว่างกันมากกว่าการมองด้วยสายตาที่เป็นศัตรู
แม้ 4 แสนยูนิตของคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ อาจทำให้พื้นที่บางย่านมีผู้คนพลุกพล่านมากขึ้น หรือมีการจราจรหนาแน่นมากขึ้น ทว่าอีกมุมหนึ่งหากจำนวนยูนิตทั้งหมดนั้นกลายเป็นแหล่งบ่มเพาะที่ทำให้ผู้คนมีจิตสาธารณะ มีหัวใจที่กว้างขวางมากขึ้น ก็นับว่าเป็นผลพวงที่ดียิ่งสำหรับสังคม
เมื่อผู้คนมีหัวใจแนวกว้าง ไม่ว่าสังคมจะอยู่ในแนวใด ปัญหาจำนวนไม่น้อยที่มีอยู่ก็จะถูกแก้ไขได้ไม่ยากนัก







