
องครักษ์พิทักษ์งานศิลป์
โดย...จีไอโจ
โดย...จีไอโจ
นี่คือหนังศิลปะ ไม่ใช่สิ มันคือหนังว่าด้วยการพิทักษ์งานศิลปะ
“จอร์จ คลูนีย์” แสดงนำ เขียนบท (ร่วมกับคู่หู แกรนต์ เฮสลอฟ) และนั่งแท่นกำกับ เรื่องนี้เขาทำได้เสมอตัว ไม่ดีเด้ง แต่ก็ไม่ถือว่าย่ำแย่และเลวร้าย
เทียบกับงานก่อนๆ The Monuments Men อาจเป็นผลงานที่ได้คะแนนต่ำที่สุด ไม่ว่าจะเรื่องความสนุก ความบันเทิง ความท้าทาย รวมถึงการเป็นหนังเสียดสีและตลกร้าย ก็ต้องยอมรับว่ายังห่างชั้น Good Night, and Good Luck กับ The Ides of March
อ่อ!!! ลืมบอกไปว่า The Monuments Men ไม่ใช่หนังแอ็กชั่นนะเออ ระเบิดตูมตาม อุดมไปด้วยฉากเดนตาย หรืองานวิชวลเอฟเฟกต์ล้ำๆ แทบจะไม่มีเลย ฉะนั้น โปรดจงอย่าเชื่อโปสเตอร์และหนังตัวอย่าง ที่เชื่อไม่ได้เด็ดขาด (จนกว่าคุณจะได้พิสูจน์กับตา) คือ ชื่อภาษาไทย “กองพันฉกขุมทรัพย์โลกสะท้าน” (ใครน้า ช่างตั้งชื่อได้)
ถึงอย่างนั้น งานกำกับลำดับที่ 5 ของพระเอกเจ้าเสน่ห์ (แม้เสน่ห์นั้นจะโรยราไปตามวัยก็เถอะ 555) ก็ยังมีบางจุดที่น่าสนใจให้พูดถึง
งานรวมดาว ไม่บ่อยนักหรอกที่หนังเรื่องหนึ่งจะรวมซุป’ตาร์ระดับท็อปเยอะขนาดนี้ แต่ละคนมาแบบจัดเต็ม ดูเหมือนเรื่อยๆ แบบไม่มีอะไร (บางคราก็ชวนหลับซะเหลือเกิน บางฉากก็น่าเบื่อกับบทสนทนายาวเหยียด) บทบาทไม่ได้หวือหวา
ไม่พอ บทที่ทุกคนเล่นก็พยายามเกลี่ยให้เท่าๆ กัน ทว่า ทุกคนเล่นเป็นธรรมชาติ ไม่ได้ข่มกัน แต่เป็นความพยายามที่จะนำพาหนังไปสู่ฝั่งในอันเดียวกัน เรียกว่า ทำน้อยแต่ได้เยอะในความรู้สึก
ไม่ต้องแปลกใจ ถ้าคุณจะจำชื่อตัวละครไม่ได้ และไม่แปลกใจเลย หากว่าคุณจะจำหน้าหล่อๆ ของ “ฌอง ดูฌาร์แดง” (ชนะออสการ์ The Artist) ได้แค่นั้น เช่นเดียวกับที่คุณอาจจะจำ จอร์จ คลูนีย์ (ชนะออสการ์ Syriana กับ Argo) ในลุคผมสีดอกเลา “แมตต์ เดมอน” (ชนะออสการ์ Good Will Hunting) กับมาดนายทหารหน้านิ่ง “เคต บลันเชตต์” (ชนะออสการ์ The Aviator และสดๆ ร้อนๆ Blue Jasmine) กับสำเนียงพูดอังกฤษกลิ่นอายฝรั่งเศส
ที่ลืมไม่ลง คือ 3 นักแสดงรุ่นเดอะ “จอห์น กู๊ดแมน” (ชนะลูกโลกทองคำ Roseanne) “บิล เมอร์เรย์” (ชิงออสการ์ Lost in Translation) “บ็อบ บาลาบัน” (ชิงออสการ์ Gosford Park) ที่ออกมาทีก็มีรอยยิ้มที่มุมปากเสมอ
“มันไม่ใช่หนังทุนต่ำก็จริง แต่ไม่มีใครได้ค่าตัวแพงๆ เลย ทุกคนมาทำงานนี้เพราะอยากมีส่วนร่วม” คลูนีย์ เผยความลับ
“ชีวิตนั้นสั้น แต่ศิลปะอายุยืนยาว” วลีอมตะนี้ดูท่าจะจริง
ภารกิจลับของหน่วยพิเศษ Monuments Men กับการบุกตะลุยเข้าไปกลางห่ากระสุนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อพิทักษ์ผลงานศิลปะชิ้นเอกอุ ก่อนจะถูกเผาจนเหี้ยน ช่วยตอกย้ำวลีดังกล่าวให้ชัดขึ้น
ศิลปะต้องรอด ชาติต้องอยู่ ต้องเดินคู่ขนานกันไป ส่วนชีวิตคน สูญสิ้นมลายก็ไม่เท่าการจากไปของศิลปะ อันเปรียบเสมือนการดำรงอยู่ของชาติได้ล่มสลายลง
แม้หนังไม่เน้นหนักและให้รายละเอียดด้วยอารมณ์ดราม่า แต่หนังก็มีความพยายามที่จะนำเสนอภาพการปฏิบัติภารกิจเป็นองครักษ์คอยตามไล่เก็บผลงานศิลปะของศิลปินก้องโลกคมชัด โดยมอบหมายให้แก๊ง Monuments Men ทำหน้าที่ “ผู้ปิดทองหลังพระ” ทำงานเพื่อชาติ เพื่อโลก ซึ่งดูไปดูมา ก็กลับกลายเป็นว่าแก๊ง Monuments Men และอาจหมายรวมถึงสหรัฐ อยากจะแสดงตัวเป็นเจ้าโลก อยากทำหน้าที่กอบกู้โลก ในฐานะ “กัปตันอเมริกา” เพื่อแสดงแสนยานุภาพว่าข้านี้แน่
จะอะไร ยังไง แต่การมีแก๊ง Monuments Men (มีตัวตนจริงๆ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2) ก็ถือเป็นการต่อลมหายใจให้ศิลปะค้ำจุนโลก ลองไม่มีใครคิดริเริ่มทำหน้าที่เก็บและกู้ ศิลปะทรงคุณค่ามากมายคงกลายเป็นเถ้าถ่านกลางไฟสงคราม
วกกลับมาบ้านเรา ถ้ามีหน่วยงานแบบแก๊ง Monuments Men เกิดขึ้นจริงจังและจริงใจ ไม่ใช่เป็นเสือกระดาษ ทำงานไปวันๆ ตามใบสั่ง ก็ท่าจะดีไม่หยอก งานศิลปะไทย จะไทยแท้ ไทยร่วมสมัย หรือไทยฟิวชั่น คงมีให้ชมบานตะไทกว่านี้ ว่ามั้ย?
The Monuments Men
ปี 2014
ประเทศ สหรัฐ/เยอรมนี
ประเภท ชีวประวัติ/สงคราม
ภาษา อังกฤษ/ฝรั่งเศส/เยอรมัน/รัสเซียน
ความยาว 118 นาที
เรตติ้ง น13+ (เหมาะสำหรับผู้ชมอายุ 13 ปีขึ้นไป)
กำกับ จอร์จ คลูนีย์/แมตต์ เดมอน/เคต บลันเชตต์/ฌอง ดูฌาร์แดง/จอห์น กู๊ดแมน/บิล เมอร์เรย์/บ็อบ บาลาบัน/







