posttoday
ริญจน์ธร จินตนาการที่เป็นจริง

ริญจน์ธร จินตนาการที่เป็นจริง

10 มีนาคม 2557

โดย...นกขุนทอง

โดย...นกขุนทอง

วันนี้จะพามาทำความรู้จักและไปค้นหาความหมายความสนุกในนิยายเล่มล่าสุดของ “ริญจน์ธร” นักเขียนนวนิยายรุ่นใหม่ที่มีผลงานออกมาหลายสิบเล่ม และได้รับการตอบรับจากผู้อ่านด้วยดี

ริญจน์ธร เป็นนามปากกาของ “สิริกาญจน์ ศุภเลิศพร” จากเด็กหญิงที่ใช้เวลาว่างเข้าไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุด จนเกิดจินตนาการ อยากลองเขียน ลองบอกเล่าเรื่องราวที่ตนเองจินตนาการดูบ้าง มิเติบโตเรียนระดับมหาวิทยาลัยก็ยังพยายามเขียนนิยายมาตลอด แต่เธอเลือกเรียนบริหารทั้งปริญญาตรี มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ BBA in International Business Management และปริญญาโท มหาวิทยาลัยมหิดล MBA in Business Modeling and Analysis เพราะเชื่อว่าความรู้ไม่ได้มีอยู่แต่ในรั้วมหาวิทยาลัย แต่สามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้จากนอกห้องเรียน

“โดยส่วนตัวมองว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องนะคะ เพราะความฝันอยากเป็นนักเขียนมาตั้งแต่เด็ก แต่ในตอนนั้นก็ไม่มีใครบอกอนาคตได้ว่าเราจะเดินตามความฝันได้หรือไม่ การมีอีกหนึ่งอาชีพรองรับทำให้เราสามารถอยู่ได้ในโลกของความเป็นจริง และวันหนึ่งเมื่อโลกของความฝันและความเป็นจริงบรรจบกัน เราก็จะสามารถก้าวเดินไปได้อย่างมั่นคง”

ริญจน์ธรเป็นหนึ่งในนักเขียนชุดอัญมณีของสำนักพิมพ์อรุณ ก่อนชุดล่าสุด คือ มนตราอัญมณี ในเรื่อง “มนตรามุกจันทรา” (ร่วมกับนักเขียนอีก 2 คน คือ มายาไฟในดวงตา โดย อสิตา และม่านธาราเร้นดาว โดย บุลินทร ซึ่งถูกซื้อไปเป็นละครโทรทัศน์โดยค่ายเอ็กแซ็กท์ กำลังอยู่ในขั้นตอนการผลิต) มาถึงชุดนี้ คือ “อัญมณีเหนือกาล” เธอเขียนเรื่อง “มรกตสนธยา” (ในชุดมี โมรารัตติกาล ของ อสิตา และม่านทิวาเพชร ของ บุลินทร)

ในเรื่องมรกตสนธยาจึงมีการดึงตัวละครจากเล่มอื่นๆ มากล่าวถึงบ้าง แต่ไม่ได้สร้างความสับสนแก่ผู้ไม่เคยอ่านเล่มอื่นๆ เพราะผู้เขียนในบรรยายไว้พร้อมสรรพถึงที่มาที่ไปตัวละคร

“ในภาคอัญมณีเหนือกาลมีการดึงตัวละครจากเล่มอื่นๆ มาบ้างค่ะ โดยจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก คือ กลุ่มที่เชื่อมกับตัวละครในภาคแรกของผู้เขียนแต่ละท่าน อย่าง มรกตสนธยา ก็ใช้เพื่อนนางเอกจากเรื่อง มนตรามุกจันทรา มาเป็นนางเอกในภาคนี้ กลุ่มสอง ก็คือ ตัวละครที่เชื่อมถึงกันในชุด ซึ่งความยากของชุดนี้ก็คือ การเล่นกับธีมกาลเวลา เนื่องจากฉากในเรื่องทั้งสามล้วนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ดังนั้น จึงได้สร้างสถานที่กลางขึ้นมาผ่านบทบาทของร้านกาลเวลาร้านค้าอัญมณีที่ตั้งอยู่เหนือสถานที่และกาลเวลา เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งสาม และมีตัวละครกลาง คือ มิตร ชายผู้เป็นเจ้าของร้านขายอัญมณี เขาจะท่องไปในกาลเวลา รอคอยผู้มีชะตาผูกพันกันมาพบเจอ”

ในเนื้อเรื่องของมรกตสนธยา มีการก้าวข้ามไปอีกในอีก 80 ปีข้างหน้า “ส่วนตัวคิดว่าการเขียนนิยายแนวย้อนยุคหรือการจินตนาการถึงอนาคตมีจุดสำคัญเหมือนกันอย่างหนึ่ง คือ เรื่องของข้อมูลค่ะ เนื่องจากงานเขียนชิ้นนี้ก็ใช้ข้อมูลในการอ้างอิงไม่น้อยกว่าการเขียนงานย้อนยุคเลย ก่อนจะเริ่มต้นเขียนมรกตสนธยา อ่านหนังสือหลายเล่มและหาข่าวทางหน้าอินเทอร์เน็ตอีกหลายแห่งเกี่ยวกับเทคโนโลยีวิทยาการ และความก้าวหน้าของโลกวิทยาศาสตร์ ตัวอย่างหนังสือเช่น หนังสือเรื่อง มโนทัศน์แห่งอนาคต ของ Michio Kaku (แปลโดย กุลพันธ์ พิมพ์สมาน) และประวัติศาสตร์อนาคต ของ ดร.ชัยวัฒน์ คุประตกุล ซึ่งผู้เขียนได้ใช้ข้อมูลเหล่านั้นมาเป็นหลักในการจินตนาการถึงโลกในอีก 80 ปีข้างหน้า”

ส่วนจุดแตกต่างระหว่างงานเขียนแนวไซไฟกับงานแนวย้อนยุค ริญจน์ธร บอกว่า คือการจินตนาการถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง แน่นอนว่าย่อมมีทั้งผิดและถูก อย่างเรื่องของเมืองลอยน้ำที่เป็นฉากใหญ่ในหลายๆ ส่วนของเรื่อง ผู้เขียนเชื่อว่าสักวันหนึ่งเราคงต้องมีเมืองลอยน้ำให้เห็นตามท้องทะเลหรือชายฝั่งทั่วโลก เนื่องจากทุกวันนี้โลกเรากำลังเผชิญหน้ากับปัญหาโลกร้อน น้ำทะเลที่เพิ่มระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ มีสถาปนิกมากมาย รวมถึงคนไทยเองได้มีการออกแบบชุมชนลอยน้ำขึ้น ซึ่งในวันนี้อาจเป็นเพียงแค่แบบแปลนสามมิติ แต่ใครจะรู้ว่าสักวันหนึ่งแบบแปลนพวกนี้อาจถูกนำออกมาใช้ในอนาคต หรืออย่างเรื่องการสร้างอวัยวะสำรองของมนุษย์จากสเต็มเซลล์ เรื่องนี้อาจไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป เพราะเมื่อเร็วๆ นี้เองมีข่าวว่า มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดสามารถสร้างอวัยวะทดแทนขึ้นจากสเต็มเซลล์ของผู้ป่วยได้จริง โดยสามารถผลิตหลอดลมสำรองขึ้นมาใช้กับผู้ป่วยที่ต้องการเปลี่ยนหลอดลมได้สำเร็จ (ที่มา : http://bit.ly/1eW4mfx)

พล็อตเรื่องในแต่ละผลงาน ริญจน์ธรมีแรงบันดาลใจจากประสบการณ์และเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตประจำวันทั้งประสบการณ์ทางตรงและทางอ้อม บางครั้งอาจเป็นเรื่องราวสะกิดใจเล็กๆ น้อยๆ แล้วนำมาต่อยอด สร้างเป็นโครงเรื่องขึ้นมาใหม่เพื่อสะท้อนถึงแนวคิด ความเชื่อ และสิ่งที่อยากนำเสนอต่อผู้อ่าน

ส่วนจุดเด่นในนิยายของเธอ ที่แฟนๆ นักอ่านส่งเสียงสะท้อนกลับมาและตรงกับเจตนารมณ์ของเจ้าตัว ก็คือ “น่าจะเป็นเรื่องของความรักและความหวานระหว่างตัวพระนางมั้งคะ เนื่องจากส่วนตัวไม่ค่อยชอบให้เรื่องราวดำเนินไปด้วยความขัดแย้งตัวพระนาง เพราะยามใดที่พระนางมีความขัดแย้งกัน ก็อยากจะให้ต่างฝ่ายต่างหันหน้ามาคุยกัน ร่วมแก้ไขและฟันฝ่าอุปสรรคไปด้วยกัน ให้สมกับที่จะเป็นคู่ชีวิต อยู่ด้วยกันตราบจนวันตาย อีกทั้งเรื่องราวส่วนใหญ่ของริญจน์ธรก็มักไม่ค่อยมีตัวอิจฉาเข้ามากวนใจคนอ่านนัก ด้วยความเชื่อที่ว่า ถ้าเราจะเลือกรักใครสักคน คนคนนั้นก็ควรจะรัก ให้เกียรติ และไว้ใจกันและกัน ดังนั้น ถ้าจะเปรียบนิยายของริญจน์ธรเป็นอาหารสักจาน ก็อาจจะบอกได้ว่าฝีมือคนปรุงคนนี้เป็นคนติดรสหวานค่ะ”

เช่นนั้นนิยายรักของริญจน์ธรต้องจบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง เพราะผู้เขียนเป็นคนเชื่อในความรัก การแต่งงาน และการมีชีวิตอยู่เพื่อกันและกัน เลยอยากถ่ายทอดมุมมองความรักในแง่ของความงดงามออกมา

นิยายแนวไซไฟก็เป็นอีกแนวทางที่เธออยากเขียน และอยากลองเขียนนิยายรักผสมกับงานแนวสืบสวน หักมุม ฆาตกรต่อเนื่อง และการทดสอบศีลธรรมในจิตใจคน แต่ในอนาคตอันใกล้คงได้อ่านผลงานจากปลายปากการิญจน์ธรกันอีกหลายเรื่อง เพราะเธอรักในสิ่งที่ทำ อยากเขียนหนังสือต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าวันหนึ่งจะหมดแรงเขียน เพราะการเขียนทำให้ได้คิด ได้จินตนาการ

“การตื่นมาในทุกวันแล้วนึกถึงสิ่งที่อยากจะบอกเล่าต่อลงไปในหน้ากระดาษคือความสุข รู้สึกว่าวันแต่ละวันมีค่า ไม่ได้ผ่านไปอย่างสูญเปล่า”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท