
อิงกมล กิจพลากร กับภาระพิสูจน์ที่ซี.อาร์.กรุ๊ป
“สนใจด้านเศรษฐศาสตร์ อาจเพราะถูกปลูกฝังตั้งแต่เล็กว่าลูกบ้านนี้ต้องเรียนบัญชีสักคน ในเมื่อพี่น้องอีก 3 คนไม่มีใครสนใจด้านนี้เลย อุ๋มก็เลยคิดว่าคงต้องเป็นเรา”
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ / ภาพ เสกสรร โรจนเมธากุล
“สนใจด้านเศรษฐศาสตร์ อาจเพราะถูกปลูกฝังตั้งแต่เล็กว่าลูกบ้านนี้ต้องเรียนบัญชีสักคน ในเมื่อพี่น้องอีก 3 คนไม่มีใครสนใจด้านนี้เลย อุ๋มก็เลยคิดว่าคงต้องเป็นเรา” อิงกมล กิจพลากร ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท ซี.อาร์.กรุ๊ป พูดติดตลกถึงเหตุผลที่เลือกเรียนบัญชี
ภาระหน้าที่ของเจนเนอเรชั่นรุ่นที่ 2 ของซี.อาร์.กรุ๊ป บริษัทนำเข้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องปั๊มน้ำคิคาวา (Kikawa) เครื่องปั่นไฟ เครื่องพ่นยา มอเตอร์ และเครื่องจักรกลทางการเกษตรหลายชนิดจากไต้หวัน ผู้ที่กำลังจะก้าวขึ้นมารับไม้ต่อจากบิดา เชาวลิต กิจพลากร ประธานกรรมการ บริษัท ซี.อาร์.กรุ๊ป เป้าหมายคือการรักษาตลาดของซี.อาร์.กรุ๊ปในฐานะ “เจ้าใหญ่” ขณะเดียวกันคือการต่อยอด เดินหน้าองค์กรไปสู่ทิศทางการเปลี่ยนแปลงแบบไร้ขีดจำกัดในโลกยุคเออีซี
อิงกมล สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการบัญชี จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จากนั้นเรียนต่อปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเทกซัส เอ แอนด์ เอ็ม รัฐเทกซัส สหรัฐ เมื่อเรียนจบก็ทำงานอยู่ในดัลลัส เทกซัสนั้นเอง ที่ Deltex Property Servises ได้เวลาจึงเดินทางกลับประเทศไทย เพื่อสานต่อธุรกิจของครอบครัว รวมทั้งศึกษาต่อปริญญาโทใบที่ 2 จากคณะศิลปศาสตร์ ด้านกฎหมายธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
“ปัญหาที่ทุกคนต้องเจอ อุ๋มก็เช่นกัน บางคนมองว่า ลูกเถ้าแก่ ในมุมหนึ่งเขาดูแคลนเรานะคะว่า อาจไม่เก่งจริง นี่เป็นเรื่องธรรมดาที่ทายาทเถ้าแก่ต้องเจอ ไม่ว่ารายไหนรายนั้น ล้วนมีภาระต้องพิสูจน์ตัวเอง” อุ๋มเล่า
สำหรับในช่วง 2-3 ปีแรกเป็นช่วงที่เธอบอกว่า เป็นช่วงตะลุยเรียนรู้ โดยศึกษาทุกอย่าง ศึกษาทุกแผนก ศึกษาคน ศึกษางาน เป็นการศึกษาอย่างไม่เกี่ยงงอน เพื่อจะได้เก็บรายละเอียดและมองเห็นภาพรวม รวมทั้งปัญหาทั้งหมดนั่นเอง ความตั้งใจแต่แรกคือการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วย คนเก่าแก่บางคนไม่เข้าใจก็อาจตั้งแง่บ้าง เหลี่ยมคูหลุมลึกในบริษัท เป็นหน้าที่ของลูกเถ้าแก่ต้องเดินหลบเอาเอง
อุ๋มเล่าว่า คนเก่าแก่ในบริษัทถือเป็นทรัพยากรบุคคล ในฐานะลูกหลานก็ให้ความนอบน้อม ให้ความเคารพ ทั้งคุณน้าคุณอาหลายๆ ท่าน ซึ่งเธอเห็นตั้งแต่ยังเป็นเด็กวิ่งเล่นอยู่ในบริษัท การเปลี่ยนแปลงระบบโครงสร้างและการทำงานต่างๆ จึงทำอย่างอะลุ้มอล่วย ค่อยๆ สอน ค่อยๆ พูดจากันเสมือนคนในครอบครัว อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงจะโน้มน้าวสู่การปฏิบัติตามได้ ก็ต้องด้วย “บารมี” หรือความเชื่อถือในตัวผู้นำคนใหม่
“แม้เราจะอายุน้อย เป็นลูกเถ้าแก่เพิ่งทำงานยังไงก็ตาม ถ้าเราทำให้เขารู้สึกว่า เราพึ่งพาได้ เขาก็จะเชื่อเรา การที่เขาจะคิดพึ่งพาเราสำหรับอุ๋มแล้ว ไม่ได้อยู่ที่แค่มีระบบการบริหารจัดการแบบใหม่ มีเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้เขาเล่น แต่ความน่าเชื่อถือและเคารพนับถือกัน ยอมฟังกัน ต้องมาจากเราที่สั่งสมเครดิต และพิสูจน์ตัวเองให้ได้ในสายตาของพนักงานทุกคน”
ทายาทรุ่นที่ 2 ของซี.อาร์.กรุ๊ปเล่าว่า การทำงานใช้หลักความจริงใจ เริ่มจากตัวเองที่ตั้งต้นด้วยความจริงใจ บริษัทเป็นธุรกิจที่ต้องพัฒนาไปตามยุคสมัย การปรับเปลี่ยนทำตามความเหมาะสม ถึงจุดหนึ่งซี.อาร์.กรุ๊ปต้องไปในทิศทางเดียวกับที่โลกไป นอกจากนี้คือหลักการทำงานเป็นทีม ซี.อาร์.กรุ๊ปยุคใหม่เน้นการทำงานที่มีความสุขด้วยระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพ คนต้องพร้อม ต้องตามเทคโนโลยีให้ทัน จากนั้นจึงให้เทคโนโลยีรับใช้เรา
ย้อนกลับไปเรื่องเรียนบัญชี ที่เจ้าตัวหัวเราะขึ้นมาก่อน อุ๋มเล่าว่า ทำทุกสิ่งเพื่อพ่อแม่ รวมทั้งเรื่องการเรียน ท่านอยากให้ทำอะไร ถ้าทำได้ก็ทำ อยากให้เรียนอะไร ถ้าเรียนได้ก็เรียน ถ้าไม่ลำบากกับชีวิตเรามากพร้อมที่จะทำให้ แท้ที่จริงแล้วชอบศิลปะและงานออกแบบ สนุกมากกับการคิดนอกกรอบ ทั้งหมดนี้แม้ขัดแย้งกับบุคลิกนักบัญชีผู้มีชีวิตในกรอบและแบบแผน ลูกเถ้าแก่คนสวยบอกว่า ไม่เลย เพราะชีวิตคิดแยกส่วน ใช้ชีวิตแยกส่วนจากกัน
ถ้าไม่ได้เรียนบัญชี คงเรียนด้านศิลปะสินะ หากอุ๋มรีบตอบว่า ไม่ใช่ เป้าหมายตั้งแต่วัยเยาว์คือการทำประโยชน์ต่อผู้อื่น ชีวิตนี้ต้องการพัฒนาศักยภาพเพื่อสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ต่อผู้คนและสังคมให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรที่สามารถทำได้ ไม่เคยรีรอที่จะทำ เรื่องนี้เริ่มจากคุณป้าแท้ๆ ซึ่งปลูกฝังอุ๋มตั้งแต่เล็กเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรม คุณป้าชวนหลานทุกคนให้เดินทางไปปฏิบัติธรรมกับท่านที่วัด ตอนนั้นอุ๋มอายุ 13-14 ปีเท่านั้น
อุ๋มเล่าว่า ตอนแรกคุณป้าก็ชวนหลานๆ ทุกคน คุณป้าบอกว่า ไป! จะชวนให้ไปรู้จักธรรมะกัน ก็เฮกันไป ครั้งแรกที่ไปคือวัดสังกัจจายน์ย่านนนทบุรี อุ๋มติดใจรีบตอบรับในครั้งที่ 2 เมื่อคุณป้ามาชวนอีก ปรากฏว่าเธอเป็นหลานคนเดียวที่ตอบรับ เพราะหลานคนอื่นๆ เที่ยวหลังหนีหมด ไม่มีใครตามไปอีก (ฮา) เจ้าตัวยิ้มอายๆ บอกว่าอาจเพราะหัวอ่อนหรือเปล่า คุณป้ามาชวนกี่เที่ยวๆ ก็ไปด้วยทุกครั้ง แต่เมื่อโตขึ้นก็รู้ซึ้งว่า ธรรมะให้คุณโดยแท้
“โตขึ้นมาก็ไปเอง หาวัดหาที่ปฏิบัติธรรม โดยเฉพาะที่สมาคมยุวพุทธแห่งประเทศไทย ได้ทำให้รู้ว่า สติคืออะไร ปัจจุบันคืออะไร เข้าใจและมองเห็นความเป็นจริง ไม่ต่อและไม่ปรุงความรู้สึก ช่วยให้เรามีสติ ซึ่งเป็นประโยชน์มากต่อการใช้ชีวิตและการทำงาน”
เป้าหมายทางธุรกิจ คือ การปรับโฉมหน้าซี.อาร์.กรุ๊ปสู่ธุรกิจยุคใหม่ ส่วนเป้าหมายชีวิตหรือเป้าหมายทางธรรม คือการทำประโยชน์และสร้างสรรค์ความสุขให้แก่ผู้คนรอบข้าง อุ๋มบอกว่าเราเกิดมาตรงนี้แล้ว ถ้าสามารถทำประโยชน์แก่สังคม ไม่ว่าประโยชน์เรื่องใดๆ สิ่งดีๆ เล็กๆ น้อยๆ เราทำได้ เราก็ทำ เริ่มจากผู้คนใกล้ๆ ตัวเรานี่แหละ แค่นี้ก็มีความสุขและบรรลุเป้าหมายในชีวิตแล้ว
อิงกมล กิจพลากร
ชื่อเล่น อุ๋ม
อายุ 34 ปี
การศึกษา
2544 ปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการบัญชี มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
2546 ปริญญาโท เศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทกซัส เอ แอนด์ เอ็ม รัฐเทกซัส
2549 ปริญญาโท ศิลปศาสตร์ ด้านกฎหมายธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
การทำงาน
2547-2548 เจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท Deltex Property Services สหรัฐ
2548-2550 ที่ปรึกษาด้านภาษีอากร บริษัท ไพรซ์วอเตอร์เฮ้าส์ คูเปอร์ส (ประเทศไทย)
2550ปัจจุบัน ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท ซี.อาร์.กรุ๊ป







