posttoday
หยุดคิดเป็น...ปัญญาก็เกิด ปัญหาก็จบ!!

หยุดคิดเป็น...ปัญญาก็เกิด ปัญหาก็จบ!!

09 มีนาคม 2557

ปุจฉา... การส่งภาพลามกอนาจารเผยแพร่ทางสื่อในยุคไอที... และการส่งข้อความ

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

ปุจฉา... การส่งภาพลามกอนาจารเผยแพร่ทางสื่อในยุคไอที... และการส่งข้อความ คำพูด ที่ไม่เหมาะสม ทั้งหวังผลและมิได้หวังผล จะเป็นโทษ... เป็นบาป หรือไม่... และใคร่ขอทราบว่า ทำไมพระภิกษุธรรมยุตจะต้องเปลี่ยนจีวรให้วุ่นวาย ไม่เป็นการขัดแย้ง... คัดง้างพระธรรมวินัยหรอกหรือ...

วิสัชนา... เจริญพรสาธุชนผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. การอยู่อาศัยในโลกใบนี้ สิ่งที่ต้องกระทำอย่างยิ่ง คือ การรักษาจิตใจของตน ให้มั่นคงด้วยการระลึกรู้ชอบอยู่เฉพาะหน้า... เพื่อความรู้ ... ความเข้าใจ ที่ถูกต้องตรงธรรม อันจะนำไปสู่การรู้เท่าทันในสภาวธรรมทั้งหลาย

การรู้เท่าทัน... เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก หากไม่ฝึกฝนปฏิบัติทางจิต ให้มีความตื่นรู้อยู่ตลอดเวลาด้วยอำนาจแห่ง สติ คือ ความระลึกได้ ... ระลึกรู้ชอบ ประกอบกับการรู้ทั่วพร้อมเพื่อการกระทำชอบ ที่เรียกว่า สัมปชัญญะ ซึ่งเป็นหลักธรรมแห่งการรู้ทั่วพร้อมในการกระทำชอบ โดยจะต้องมีการกำหนดจุดมุ่งหมายเพื่อการทำหน้าที่ที่มีประโยชน์ ซึ่งจะนำไปสู่การกระทำที่มีประโยชน์ เรียกว่า รู้พิจารณาก่อนทำ อย่างมีจุดมุ่งหมาย (Purpose) ... การรู้ชัดในสิ่งที่เหมาะควรกระทำ (Suitability) เพื่อการให้ประโยชน์ตามมุ่งหมาย การรู้ชัดในหน้าที่การงานตลอดเวลา ที่เรียกว่า ความรู้ชัดในโคจรหรือแผนงานของตน ที่สำคัญ ต้องรู้ชัดว่าไม่หลง... อสัมโมหะสัมปชัญญะ... ตรงนี้สำคัญมากของการยุ่งเกี่ยวกับภารกิจทางโลก ที่เพิ่มพูนอำนาจกิเลสให้ห่อหุ้มจิตจนมืดมน ลุ่มหลงในโลก จนยากที่จะเข้าใจธรรม.. ความหลงนี้มีมากเท่าไหร่ ความโลภ (ราคะ) ความโกรธ ก็มีมากตามเท่านั้น... นี่เป็นธรรมดาของโลกยากจะเข้าใจ...

อสัมโมหะสัมปชัญญะ... ซึ่งเป็นธรรมที่ควรศึกษา เพื่อการแสดงความรู้ตัวทั่วพร้อมในการกระทำกิจการใดๆ ที่มีความรู้ชัดว่าไม่หลง แม้การทำความดีก็ต้องไม่หลงดี ... ไม่ติดดี เพราะ หากหลงดี ... ติดดี สุดท้ายฉิบหายทุกราย ด้วยโรคนี้จะมี อาการวิปลาส และให้มี ความวิบัติเป็นผล จิตใจจะโง่งม จมดิ่งลงในวังวนของ โลกธรรม แม้จะบวชเข้ามาในพระพุทธศาสนา จนมีสูงด้วย เปรียญธรรม มีฐานะศักดิ์สูงใหญ่เท่าต้นตาล ... ต้นมะพร้าว แต่ก็ยากจะเข้าถึง สมณธรรม เพราะโรคติดดี... ชอบดี... บ้าดี และอวดดี ชอบยกตนข่มผู้อื่น ดูถูกผู้อื่นว่าไม่มีดีเหมือนตน ตำหนิติเตียนระรานไปทั่ว ไม่เว้นพระเล็กเณรน้อย แม้คนเข็ญใจ สุนัขข้างวัดก็ไม่ละเว้น... ด้วยโรคหลงดีเป็นปัจจัยปรุงให้จิตวิปลาส มากไปด้วยโมหะจิต จนเกิดความหลงและไม่รู้ชัดในความหลง... ให้ยึดมั่นยึดถือความเป็นตัวตนจนยากจะเข้าใจความจริง ซึ่งหลงผิดคิดทำไปเรื่อย อย่างไม่รู้ไม่เข้าใจความควร ว่า อะไรคือจุดมุ่งหมายที่เป็นประโยชน์แท้... มิใช่ประโยชน์ปลอม... อะไรคือความดีแท้... ไม่ใช่ดีปลอมๆ... ที่สำคัญ ไม่รู้ความเหมาะสมอันควรทำ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ตามมุ่งหมาย โดยไม่รู้จักกิจอันควรทำ กรรมอันควรก่อ เส้นทางอันควรไป... จึงนำไปสู่ มิจฉาปฏิบัติ อย่างไม่ควรที่จะเป็น...

หยุดคิดเป็น...ปัญญาก็เกิด ปัญหาก็จบ!!

 

พระพุทธศาสนาของเรา จึงวางรากฐานของการศึกษาปฏิบัติเพื่อพัฒนากายจิต ด้วยการสร้างชีวิตให้มี สติ-สัมปชัญญะ... ซึ่งจะต้องฝึกฝนปฏิบัติจนสามารถสร้าง สติ-สัมปชัญญะ ให้มีในชีวิตของตนได้อย่างแท้จริง โดยจะต้องเพียรเรียนรู้ เข้าให้ถึงความจริงแท้ ที่เรียกว่า ธรรมะ หรือ สัจธรรม ในทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการ กิน ดื่ม นึก คิด พูด ทำ ถ่ายหนัก ถ่ายเบา เดิน นั่ง ยืน นอน เปลี่ยนอิริยาบถย่อยทั้งหลาย จึงต้องมี สติ-สัมปชัญญะ เป็นธรรมอุปการะกาย-จิต ให้ นึก คิด พูด ทำ อย่างเป็น สัมมาปฏิบัติ ที่เรียกว่า ประกอบกรรมบถฝ่ายกุศลด้วยอำนาจแห่ง สติปัญญา หรือ สติ-สัมปชัญญะ... จนจิตใจเกิดการรู้เท่าทันในอารมณ์ทั้งหลายหรือสภาวธรรมทั้งปวง จนรู้ชัดไม่หลง สามารถพิจารณาจนเห็นแจ้งรู้จริงในสภาวธรรมเหล่านั้นได้ว่า... ไม่มีสาระแก่นสารอันควรยึดถือ ... อันควรจะกระทำ แม้ที่สุดแห่งการนึกคิด... จนเกิดสติปัญญารู้เท่าทันความคิดแห่งจิตของตน...

การรู้เท่าทันความคิด จึงเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดของการพัฒนาจิตในพระพุทธศาสนา เพื่อการรู้แจ้งเห็นจริงในสภาวธรรมทั้งหลาย ที่ก่อเกิดจากความคิด ที่ผลิจากจิตของปุถุชน จนเกิดความหลากหลายของจิต ที่ยากจะควบคุมด้วยสำนึกของคนเดินดินกินข้าวแดง มัวเมาใน กาม กิน เกียรติ ไปวันๆ อย่างไม่รู้จักคุณค่าแห่งวันเวลาที่ผ่านไป

ดังนั้น ความคิดจึงปิดปัญญา ให้ยากที่จะรู้เข้าใจในสัจธรรม... จนความคิดที่สำเร็จเป็นทิฏฐิ ตกผลึกเป็น ความอหังการ-มมังการ หรือมากไปด้วย อัสมิมานะ (ความสำคัญตนว่าดีกว่าเขา... เสมอเขา... เลวกว่าเขา) ...ความคิด จึงนำไปสู่การปรุงแต่งให้จิตมีแต่ ความพยาบาท... วิหิงสา... อรติ (ริษยา)... ปฏิฆะ และมากไปด้วยราคะ (โลภะ)... เมามายอยู่ในโลกธรรมอย่างไม่ควร...

พระพุทธศาสนา จึงมียาแก้สอนให้ หยุดจิตให้เป็น... สงบจิตให้ได้... ถ้าจิตสงบได้ จิตก็จะนิ่ง ความนิ่งทำให้หยุดคิด เมื่อจิตหยุดความคิด เกิดความนิ่งสงบ... ปัญญาและความสว่างก็จะปรากฏเกิดขึ้นที่จิตดวงนั้น... ให้ผลิความรู้หรือวิชาเป็นผล ความวิปลาสก็จะหายไป ความวิบัติก็จะไม่เกิดขึ้น... ผู้ที่หยุดคิดได้ จนเกิดปัญญาพร้อม ก็ย่อมจะที่เข้าถึง สมณธรรม ในพระธรรมวินัยอย่างแท้จริง ไม่ต้องไปหลงใหลมัวเมาสมณศักดิ์ให้คิดมากเรื่องไปวันๆ อย่างไร้สาระธรรม

การอบรมสั่งสอนให้เจริญภาวนาแก้จิต หยุดความคิดให้ได้ จึงเป็นส่วนศึกษาปฏิบัติธรรมเพื่อมุ่งปฏิเวธธรรม โดยเน้นอยู่ 3 หลัก คือ กายวิเวก จิตวิเวก อุปธิวิเวก ที่ใช้ ศีล สมาธิ ปัญญา หรือไตรสิกขา เข้าควบคุม ซึ่งผู้ศึกษาปฏิบัติธรรมถูกต้องตรงธรรม จะหยุดความคิด พบความสงบนิ่ง จนเกิด ปัญญา... เมื่อปัญญาเกิดขึ้นในดวงจิต ชีวิตของสัตว์ทั้งหลายก็ย่อมได้รับความสว่าง จะนำไปสู่การ คิด พูด ทำ ที่ไม่วิปลาส... ไม่เป็นอัปมงคล... จึงควรอย่างยิ่งที่สาธุชนจะได้หาโอกาสฝึกฝนปฏิบัติธรรม เพื่อ หยุดคิดให้เป็น จะได้เกิดแสงสว่างแห่งชีวิต ที่นำไปสู่การรู้จัก พินิจพิจารณา รู้ว่าอะไรควรทำ ... อะไรไม่ควรทำ โดยคำนึงถึงประโยชน์โดยธรรมเป็นที่สุด...

เจริญพร

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท