
สามีห้ามพาลูกไปพบตายาย
โดย...แฟมิลีแมน&
โดย...แฟมิลีแมน&<2288;
ครอบครัวที่แม้จะมีสมาชิกในครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อ แม่ ลูก แต่ถ้าอยู่ภายใต้บรรยากาศแห่งความกดดัน ไร้บรรยากาศที่ดี ไร้บรรยากาศแห่งความสุข เช่น ถูกขวางกั้นห้ามทำโน่นทำนี่ในสิ่งที่ครอบครัวทั่วไปเขาปฏิบัติกัน ก็เชื่อมั่นว่าครอบครัวนั้นคงยากจะพบกับความสุข
สถานการณ์สมมติ : จ๊อดแต่งงานกับจูแจ้ง แต่ทางพ่อแม่ฝ่ายหญิงไม่ค่อยปลื้มลูกเขยนัก เพราะเห็นว่าฐานะทางบ้านจ๊อดด้อยกว่าตัวเอง แต่ก็ไม่อยากขัดใจลูกสาวจึงให้แต่ง ซึ่งจ๊อดก็พอทราบว่าพ่อแม่ฝ่ายหญิงไม่ชอบตน แต่ก็ไม่เคยแสดงอาการไม่งามอะไรต่อหน้าพ่อแม่ภรรยา คงเก็บอารมณ์ไม่พอใจไว้ในใจและไปแสดงออกกับภรรยาบ้างในบางครั้งเมื่อเกิดความโกรธขึ้น เช่น พ่อแม่เธอเกลียดฉัน นอกจากนี้ หลังแต่งงานก็ไม่เคยไปเยี่ยมพ่อแม่ภรรยาและไม่เคยเอ่ยปากถึงเรื่องนี้ ยิ่งหลังจากมีลูกด้วยกันก็ประกาศิตคำสั่งห้ามภรรยาพาลูกๆ ไปหาตายายเด็ดขาด ยื่นคำขาด ถ้าไป...หย่ากันสถานเดียว!
ทางออก : ก่อนจะไปหาทางออกกัน ในฐานะผู้ชายด้วยกันขอบ่นหน่อยว่า ใครเจอผัวพรรคนี้ชีช้ำกะหล่ำปลีครับ ต้องบอกว่าทิฐิเกิ๊นจ๊อด เห็นแก่ตัวมาก ไม่รู้จักแยกแยะ ไม่มีเหตุผลที่เอาความรู้สึกตัวเองตัดสินให้คนอื่นทำอย่างที่ตนเองต้องการ ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษเลย มีอย่างที่ไหนบังคับให้เมียเลือกข้าง บ้าไปแล้วจ๊อด รู้ไหมน่ะอีกฝ่ายนั้น คือ พ่อแม่ของภรรยาจ๊อดนะ
แล้วถ้าสมมติเหตุการณ์ตรงกันข้าม จ๊อดถูกจูแจ้งยื่นคำขาดอย่างนั้น จะทำยังไง ตัดสินใจอย่างไร จะเลือกพ่อแม่ของคุณที่ท่านเหล่านั้นก็รักคุณมากและก็รักหลานของท่านหรือลูกของคุณมาก หรือจะเลือกภรรยาและลูกแล้วปล่อยลอยแพพ่อแม่ของคุณไป ไม่ต้องสนใจไยดีอย่างนั้นหรือ แล้วถ้าพ่อแม่ป่วยล่ะไม่ไปเยี่ยมดูแล ระวังจะโดนตราหน้าว่า “ลูกอกตัญญู” รักเมียจนลืมพ่อแม่นะจ๊อด
ทางออกมีหลายวิธีครับ ทั้งที่ในความรู้สึกอยากจะยุจูแจ้งให้เลิกกับจ๊อดจัง แต่ยังก่อนครับ เรื่องนี้ยังมีทางออก ในฝ่ายของจูแจ้งก่อนถ้าคิดว่ายังรักสามีที่ชอบยื่นคำขาดคนนี้และคิดว่าครอบครัวสำคัญ ใจเย็นๆ คิดให้ดี แล้วใช้หลัก “ขันติ” บนหลัก “สัมมาสติ” และ “สัมมาทิฏฐิ” เข้าไว้อย่าเพิ่งคิดว่าถ้าเรายอมเขาวันนี้แล้วเขาจะมีอำนาจเหนือชีวิตคุณในทุกเรื่อง คิดว่าคงไม่ขนาดนั้น เชื่อว่าสักวัน “เวลา” จะชำระล้าง “สนิม” ที่อยู่ในใจจ๊อดได้ คือมีครอบครัวหนึ่งลูกเขยไม่ถูกกับพ่อตาแม่ยายถึงขั้นทำลายข้าวของจนเรียกตำรวจ ต่อมาต่างคนต่างอยู่จนลูกหลานเรียนจบ ลูกหลานนี่แหละก็เป็นกาวใจให้ พ่อขอโทษตายาย แล้วตายายก็ให้อภัย บรรยากาศก็ดีขึ้น
ส่วนจ๊อดถ้ารักครอบครัวจริง ถ้าคิดว่าพ่อแม่ภรรยาไม่ชอบฐานะด้อยกว่าก็ต้องพิสูจน์ตัวเองให้ทางโน้นเห็น ไม่ใช่การห้ามภรรยาและลูกไปหาพ่อแม่ตายายอย่างนั้น เชื่อว่าสักวันหนึ่งเมื่อมีหน้าที่การงานดีมั่งคง หรือมีธุรกิจรุ่งเรืองก้าวหน้าเชื่อว่าจะได้รับการยอมรับจากครอบครัวภรรยา
เรื่องนี้นอกจากการให้เวลาตัดสินและให้แต่ละฝ่ายปรับทัศนคติที่เป็นบวกแล้ว ภรรยาควรหาโอกาสคุยอย่าใช้อารมณ์ เรื่องนี้แก้ได้โดยที่ไม่ต้องแยกทางกัน เพราะถ้าใช้อารมณ์อาจเสียใจภายหลังทั้งสองฝ่าย ควรเอาเวลาไปช่วยกันสร้างเนื้อสร้างตัวสร้างครอบครัวด้วยกันก่อน และอธิบายให้ครอบครัวคุณพ่อคุณแม่เข้าใจเพราะทุกอย่างมีเหตุหมด ถ้าทำทุกอย่างดีแล้วจ๊อดยังทำตัวบื้อๆ ก็อยู่ที่การตัดสินใจของจูแจ้ง
Ask the expert
Q.คุณแม่สามีเพิ่งเกษียณอายุ ท่านจึงว่างมาเยี่ยมเราได้บ่อย ด้วยความที่แกเป็นคุณครู จะชอบจุกจิกโน่นนี่นั่น เยอะเรื่อง นานๆ เจอกันทีจะดีค่ะ ซึ่งเราแยกมาอยู่คอนโดกัน 2 คนก็สบายใจดี พักหลังท่านจะมาทุก 23 เดือน มาค้างครั้งละหลายๆ วัน จะทำไงดีให้บรรยากาศดีขึ้นเพราะท่านจะชอบสั่งเหลือเกิน?
A.นายแพทย์พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์ ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ ในเครือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า “ที่จริงถ้าจะมองเรื่องกตัญญูรู้คุณพ่อแม่บุพการีที่เลี้ยงดูเรามาตั้งแต่อายุยังน้อย และเข้าใจในความหวังดีของท่านแม้ว่าจะจุ้นจ้านไปบ้าง แต่ถ้าเรามองดูด้วยความเมตตาว่าที่ท่านทำนั้นท่านก็คงอยากให้เรามีความสุข เพียงแต่วิธีคิดและการกระทำของท่านมันไม่เหมือนที่เราอยากให้ทำ เราก็เลยเกิดความทุกข์ ถ้าเราสามารถยอมรับได้ว่าที่ท่านทำให้นั้นเป็นเรื่องดีเราก็จะมีความสุข ท่านก็จะมีความสุข จุดอ่อนของคนเราก็คืออยากจะให้คนอื่นคิดและทำแบบที่เราทำ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ คนที่มีความสุขในโลกนี้จึงเป็นคนที่สามารถปรับตัวตามที่คนอื่นทำให้เรา แทนที่คุณจะเดือดร้อนว่าคุณแม่ของสามีมาทำให้คุณลำบาก ก็แค่มีความสุขจากการที่ท่านมาเยี่ยมนานๆ ครั้งแบบนี้ก็มีความสุขแล้ว”
He Said / She Said
ไม้พนักงานบริษัท
“ผมคงเป็นหนุ่มช่างเลือก ชอบสาวสวย หุ่นดี ยิ่งขาวๆ ยิ่งโดนครับ แต่ผมเป็นคนขี้อายถ้าเจอสาวในสเปกจะพูดไม่ออกเลย เขินอยู่นั่นแหละ จนถึงตอนนี้ผมยังโสดอยู่เลย (หัวเราะ)”
แอมป์พนักงานบริษัท
“หนุ่มใจถึงสิคะถึงจะตรงสเปก (หัวเราะ) คือจะชอบหนุ่มๆ ที่กล้ามาจีบก่อน พอพูดคุยกันถูกคอ และถ้าหล่อด้วยนะก็จะสมัครเป็นแฟนทันที”
Quote
“ผมรู้สึกตลอดเวลาว่า เวลาในชีวิตแต่ละวันนั้นแสนสั้น สั้นเกินกว่าจะคิดสิ่งที่อยากจะคิด สั้นเกินกว่าจะก้าวเดินให้เสมอยาก สั้นเกินกว่าจะอ่านหนังสือที่ต้องการให้หมด และสั้นเกินกว่าจะพบเจอเพื่อนที่ต้องการเจอได้ครบ”
จอห์น เบอร์โรห์ส นักเขียนชาวอเมริกัน







