
วันคืนเก่าในฤดูร้อน
เริ่มเข้าสู่ฤดูกาลที่คนทั่วไปต้องเสียเหงื่อมากเป็นพิเศษจากอากาศอันร้อนระอุ
โดย...วราพงษ์ ป่านแก้ว
เริ่มเข้าสู่ฤดูกาลที่คนทั่วไปต้องเสียเหงื่อมากเป็นพิเศษจากอากาศอันร้อนระอุ
ใช่ครับ เราได้เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการกันแล้ว แม้ปีนี้จะร้อนช้ากว่าปกติเล็กน้อย แต่ยืนยันได้เลยว่ายังร้อนฉิบ...เหมือนเดิม
กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่า ฤดูร้อนสำหรับปีนี้เริ่มต้นเมื่อปลายอาทิตย์ที่ 3 ต่อเนื่อง อาทิตย์ที่ 4 ของเดือน ก.พ. จากปกติจะเริ่มร้อนกันตั้งแต่กลางเดือน ก.พ. ระดับความร้อนยังคงใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ในกรุงเทพฯ อุณหภูมิสูงสุดจะอยู่ที่ 3840 องศาเซลเซียส
หน้าร้อนสำหรับใครหลายๆ คนอาจจะไม่ค่อยโสภานัก ยิ่งคนขี้ร้อนยิ่งแล้วใหญ่ เหงื่อไคลไหลเต็มตัว พานหงุดหงิดอารมณ์เสียเอาได้ง่ายๆ จึงต้องหนีร้อนไปพึ่งเย็นด้วยวิธีการต่างๆ นานา ตามแต่จะสรรหา
ย้อนกลับไปวัยเด็ก ความร้อนไม่เคยเป็นอุปสรรคต่อการเที่ยวซุกซน ยิ่งถึงหน้าร้อนยิ่งมีความสุข เพราะจะได้หยุดยาวในช่วงปิดเทอมใหญ่
เด็กในยุคที่ไม่ต้องคร่ำเคร่งกับการเรียนพิเศษที่ใช้เวลามากกว่าการเรียนในชั่วโมงเรียนปกติ ต่างใช้ฤดูร้อนเป็นช่วงเวลาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิตนอกห้องเรียนกันอย่างสนุกสนาน
อย่างตัวผมแม้จะเกิดในกรุงเทพฯ แต่ทุกๆ ปีจะถูกส่งไปซัมเมอร์ ที่ จ.สุพรรณบุรี อันเป็นบ้านเกิดของแม่ ใช้ชีวิตอยู่กับตายาย ลุงป้า น้าอา ปรับสภาพให้เข้ากับวิถีชนบทสักพักก่อนจะถูกส่งต่อไปเป็นศิษย์วัดฝึกหัด คอยดูแลปรนนิบัติและซึมซับวัฏสงสารอยู่กับหลวงลุงที่วัดสองพี่น้อง โดยไม่ต้องท่องหนังสือสักตัว
หน้าร้อนในวัยเด็กสมัยนั้น จึงเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์แปลกใหม่โดยไม่รู้สึกถึงความร้อนเลยสักนิด
จำได้ว่าตลอดทั้งวันเราจะเล่นสนุกอยู่กลางท้องนา ต้อนวัวจูงควายไปกินหญ้า ลงจับปลาตามหนองน้ำกลางแดดเปรี้ยง กว่าจะกลับบ้านด้วยความหิวโซก็เกือบบ่ายคล้อย และมีของแถมเป็นคลองหน้าบ้านให้โดดเล่นล้างตัวก่อนขึ้นเรือน
ในอีกมุมหนึ่งสำหรับผมบ้านนอกกลายเป็นบ้านที่ทำให้เราไม่หนีห่างไปจากสังคมชนบท ได้ซึมซับในวีถีของคนในต่างจังหวัดแม้เวลาส่วนใหญ่เราจะอยู่ในสังคมเมืองก็ตามแต่ก็ยังรู้สึกถึงความเป็นญาติพี่น้องเพื่อนฝูงกันอยู่ตลอดเวลา
ต่างกับเด็กยุคนี้ที่ถูกสายลมแห่งสังคมสมัยใหม่พัดพาไปให้ต้องเคร่งเครียดกับเรียน เมื่อเพื่อนเรียนพิเศษเราก็ต้องเรียนแม้แต่ในวันเสาร์อาทิตย์ก็ไม่ได้หยุดพัก พอปิดเทอมใหญ่ ปิดเทอมเล็กก็ยังต้องจองคิวเรียนกวดวิชากันต่ออีก โอกาสที่จะได้ไปสั่งสมประสบการณ์ที่บ้านนอกในช่วงปิดเทอมก็ลดน้อยลง กลายเป็นเด็กเมืองเต็มขั้นชีวิตไม่ได้ผูกพันกับสังคมชนบทมากพอ
ไม่รู้ซินะ บางทีปัญหาวุ่นๆ ทุกวันนี้ส่วนหนึ่งมันอาจเกิดจากปัญหาที่สะสมมาได้ระยะหนึ่ง ผนวกกับเหตุปัจจัยอื่นๆ ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม กลายเป็นความแปลกแยกระหว่างคนเมืองกับคนชนบทแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวซึมลึกเข้าไปเรื่อยๆ และเริ่มถอยห่างออกไปทุกที
หรือว่าผมคิดมากเกินไปในวันที่อากาศเริ่มร้อนระอุ...สวัสดีหน้าร้อน







