posttoday
วังน้ำมอก เกาะกลาง สองห้องเรียนสอน สปช.

วังน้ำมอก เกาะกลาง สองห้องเรียนสอน สปช.

01 มีนาคม 2557

เคยได้ยินไหมว่าตำราเรียนที่ดีที่สุดคือ “ชีวิต” ดังนั้นการเรียนรู้ชีวิตก็คือวิธีการเรียนที่ดีที่สุดเช่นกัน

โดย...กาญจน์ อายุ

เคยได้ยินไหมว่าตำราเรียนที่ดีที่สุดคือ “ชีวิต” ดังนั้นการเรียนรู้ชีวิตก็คือวิธีการเรียนที่ดีที่สุดเช่นกัน หลายคนจึงต้องออกเดินทางเพื่อเรียนรู้วิชาชีวิต และสถานที่หลายแห่งได้เปิดคอร์สสอนวิชานี้โดยเฉพาะ

ชุมชนบ้านเกาะกลาง กระบี่

ฟังแล้วไม่น่าเชื่อว่าชาวบ้านบนเกาะกลางลงแขกเกี่ยวข้าวในช่วงต้นปีที่ผ่านมา และไม่ใช่ข้าวหอมมะลิธรรมดา แต่เป็น “ข้าวสังข์หยด” ของดีประจำจังหวัด มีราคาแพงที่สุดในประเทศไทย ด้วยรสชาติดีและปลูกได้ปีละครั้งบนพื้นที่จำกัด ทำให้ข้าวสังข์หยดเป็นสิ่งหายาก

บนเกาะกลางมีพื้นที่ปลูกข้าวประมาณ 100 ไร่ โดยจะเริ่ม ปลูกเดือนส.ค. เก็บเกี่ยวเดือน ธ.ค.ม.ค. หลังจากฤดูข้าว ชาวบ้านผู้ชายจะออกทะเลหาปลา ส่วนชาวบ้านผู้หญิงจะดูแลครอบครัวและทำงานหัตถกรรมผ้าบาเต๊ะขาย

วังน้ำมอก เกาะกลาง สองห้องเรียนสอน สปช.

 

“ผ้าบาเต๊ะ” แตกต่างจากผ้าบาติกตรงลวดลายของผ้าบาเต๊ะจะขึ้นลายด้วยแม่พิมพ์ ลายเดียวซ้ำๆ ไปทั้งผืน แต่ผ้าบาติกจะลงลายด้วยมือ มีหลายรูปในผืนเดียว แม่บ้านบนเกาะกลางได้รวมตัวกันเป็นชมรมผ้าบาเต๊ะ ช่วยกันทำและจำหน่ายไปนอกเกาะ อีกทั้งยังเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาทำ ลองลงสี และพูดคุยกับชาวบ้าน เพื่อให้เข้าใจขั้นตอนและรู้ซึ้งถึงคุณค่าของงานฝีมือ

นอกจากนี้ ชุมชนเกาะกลางยังมียานพาหนะท้องถิ่นเรียกว่า “เรือหัวโทง” เป็นเรือที่รวมภูมิปัญญาชาวเกาะเอาไว้ หัวโทงของเรือนั้นมีลักษณะเป็นปลายยาวยื่นออกไปจากลำเรือเสมือนเป็นเข็มทิศชี้ไปยังเป้าหมาย ท้องเรือส่วนหน้าเชิดขึ้นเพื่อต้านกระแสคลื่นของทะเลอันดามัน และโครงเรือถูกต่อขึ้นจากไม้เนื้อแข็งขัดทับกันซับซ้อน เป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่สืบทอดต่อกัน

วังน้ำมอก เกาะกลาง สองห้องเรียนสอน สปช.

 

นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมวิถีชีวิตคนเกาะกลางได้ทั่วเกาะโดยการบริการของรถสามล้อพ่วง ยานพาหนะสาธารณะชนิดเดียวที่ชาวบ้านก็ใช้กัน ข้าวสังข์หยด ผ้าบาเต๊ะ และเรือหัวโทง คือไฮไลต์ที่ชาวบ้านมีการจับกลุ่มกันและสร้างเป็นแหล่งเรียนรู้ชัดเจน แต่ทุกสิ่งทุกอย่างบนเกาะคือเนื้อหาในตำราหมด ทั้งป่าชายเลนสองข้างทาง ฝูงแพะที่ชาวบ้านเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงแทนหมาแมว อาหารการกิน ของเล่นของเด็ก เสียงละหมาดจากมัสยิด และคารมของลุงสามล้อพ่วงที่ฟังดูก็รู้ว่าแกภูมิใจในชุมชนเพียงใด

ชุมชนมุสลิมกลางทะเลแห่งนี้เปิดเกาะเป็นห้องเรียน วิชาเอกอาชีพและชีวิต ไม่เน้นทฤษฎีแต่เน้นปฏิบัติ ทำให้เห็น บอกให้รู้ และให้สัมผัสถึงจะเข้าใจ ถนนแคบๆ บนเกาะจะพาไปสู่โลกกว้างที่ไม่ว่าลูกน้ำจืดหรือน้ำเค็มจะประทับใจไม่มากก็มากมาย

วังน้ำมอก เกาะกลาง สองห้องเรียนสอน สปช.

 

บ้านวังน้ำมอก หนองคาย

ชุมชนบ้านวังน้ำมอก ตั้งอยู่ใน อ.ศรีเชียงใหม่ ถิ่นอาศัยของคนที่อพยพมาจากเชียงใหม่และเวียงจันทน์ พวกเขาต่างหวงแหนวัฒนธรรมและธรรมชาติ แต่ไม่คิดหวงเก็บไว้แค่ในชุมชน ทว่าได้เผยแพร่วิถีชีวิต ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมแก่ผู้ที่พร้อมจะเรียนรู้ผ่านการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์

ชาววังน้ำมอกตั้งชื่อให้การท่องเที่ยวนี้ว่า “กินข้าว เซาเฮือน” คือ การพักอาศัยกับชาวบ้านเพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตตามยุคสมัย โดยส่วนตัวชอบคำว่า “ยุคสมัย” เป็นพิเศษ เพราะนั่นหมายความว่าตำราในวันนี้แตกต่างจากตำราในอดีต และไม่เหมือนกับอนาคต

วังน้ำมอก เกาะกลาง สองห้องเรียนสอน สปช.

 

ผู้มาเยือนต้องฝึกตนให้เป็นคนอยู่ง่าย รับประทานง่าย ปฏิบัติตามกฎระเบียบของหมู่บ้าน เคารพในสิทธิของเจ้าของพื้นที่ ไม่ทำในสิ่งที่ขัดแย้งกับข้อปฏิบัติของชุมชน และไม่ลบหลู่ความเชื่อของผู้คนในท้องถิ่น นี่คือสิ่งควรทราบที่คัดลอกมาจากโบรชัวร์ เป็นข้อความที่ซื่อตรงและเข้าใจง่ายที่สุด ถ้าคิดว่าไม่สามารถปฏิบัติตามได้ คนคนนั้นก็ไม่เหมาะกับสถานที่แห่งนี้

โฮมสเตย์บ้านวังน้ำมอก ก่อตั้งมาแล้ว 14 ปี โดยได้ต่อยอดจากโครงการราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า เกิดการจับกลุ่มเพื่อดูแลระบบนิเวศในชุมชน จากนั้นโครงการป่าพื้นบ้าน อาหารชุมชนก็ตามมา และสิ้นสุดกระบวนการที่การจัดทำโฮมสเตย์ โดยมีศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมชุมชนวังน้ำมอกเป็นผู้ดูแล ดำเนินงานโดยคนท้องถิ่นตัวจริง

วังน้ำมอก เกาะกลาง สองห้องเรียนสอน สปช.

 

ติณณภพ สุพันธะ ประธานศูนย์ กล่าวว่า นักท่องเที่ยวที่จะมาต้องคุยกันก่อน ต้องรู้ว่าเขาจะมาทำอะไร และเรามีอะไรให้ทำบ้าง ยกตัวอย่างกิจกรรมเดินป่าศึกษาธรรมชาติที่ “ภูผีปอป” ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเส้นทางอพยพของชาวลาวเข้ามาไทย มีให้เลือกว่าจะเดินสั้น 1 กิโลเมตร หรือไกล 6 กิโลเมตร นำทางโดยผู้เชี่ยวชาญเส้นทางที่รู้จักต้นไม้และสรรพคุณของพวกมันเป็นอย่างดี

อีกกิจกรรม “ซุมข้าวพาแลง” เข้าร่วมพิธีบายศรีสู่ขวัญและรับประทานอาหารท้องถิ่น ซึ่งอาหารนั้นอาจไม่ชินปากคนต่างถิ่น แต่มันคือการเรียนรู้วัฒนธรรมอย่างหนึ่ง ทางชุมชนจะไม่ฝืนเอกลักษณ์ และจะไม่เปลี่ยนวิถีการปรุงแต่งให้เป็นแบบสากล

วังน้ำมอก เกาะกลาง สองห้องเรียนสอน สปช.

 

และกิจกรรมเรียนรู้งานหัตถกรรมครัวเรือน เช่น โคมไฟพาแลง และการทอผ้า ทางชุมชนอยากให้นักท่องเที่ยวเรียนรู้ขั้นตอนการทำ เพื่อให้เข้าใจว่างานฝีมือแต่ละชิ้นกว่าจะสำเร็จได้ต้องใช้ความพยายามเพียงใด อย่างโคมไฟพาแลงที่ใช้ในพิธีสู่ขวัญต้อนรับแขก แต่ละส่วนของโคมมีความหมายทั้งสิ้น เช่น ตัวโครงมีลักษณะคล้ายเครื่องบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของหมู่บ้าน หรือพวงห้อยคือดอกกระถินที่ใช้ในงานบุญ ทุกส่วนทำด้วยมือสานต่อเป็นสิ่งดีงามส่องสว่างในครัวเรือน

ประธานศูนย์ กล่าวว่า แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวประมาณ 4,000 คน และน่าดีใจที่ส่วนใหญ่เป็นคนไทย โฮมสเตย์วังน้ำมอกรับนักท่องเที่ยวได้ 160 คนพร้อมกัน ในพื้นที่ที่ตั้งศูนย์มีบ้าน 3 หลัง รองรับได้ 20 คน และตามบ้านชาวบ้านที่เข้าร่วมอีก 20 หลังคาเรือน ไม่รับนักท่องเที่ยววอล์กอิน แต่สามารถเข้ามาเยี่ยมชมและซื้อของพื้นบ้านได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า

วังน้ำมอก เกาะกลาง สองห้องเรียนสอน สปช.

 

ผู้มาเยือนต้องปรับตัวให้เข้ากับชุมชน นั่นคือวิธีการเที่ยวที่ถูกต้องไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตาม การเข้ามาเรียนรู้ชีวิตคนอื่นคือเป้าหมายที่สำคัญมากกว่าจุดหมายปลายทาง โฮมสเตย์วังน้ำมอกจึงเป็นห้องเรียนขนาดใหญ่ที่สร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตนอกตำรา สปช.

หนึ่งลูกทะเลอันดามัน อีกหนึ่งลูกแม่น้ำโขง สองชุมชน สองจังหวัด ที่มีหนึ่งความมุ่งหวังอยากให้คนเรียนรู้ชีวิตที่แตกต่างจากตนเอง เพื่อให้เห็นอีกหลายแง่มุม เปิดรับวิถีใหม่ที่อาจเข้ามาปรับ เปลี่ยน แทนที่ หรือเติมเต็มวิถีเดิม มันสามารถเรียกได้ว่าเป็น “ประสบการณ์ชีวิต” ที่หาอ่านได้ แต่เกิดขึ้นไม่ได้แค่อ่าน ...ตอนนี้คุณอ่านมันจบแล้ว

วังน้ำมอก เกาะกลาง สองห้องเรียนสอน สปช.

 

ชุมชนบ้านเกาะกลาง นั่งรถสามล้อพ่วงเรียนรู้รอบเกาะ ราคา 400 บาทต่อคันต่อ 2 คน ติดต่อองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะกลาง โทร. 075–694-721

โฮมสเตย์วังน้ำมอก กิจกรรม 2 วัน 1 คืน รวมอาหาร 3 มื้อ ที่พัก 1 คืน และกิจกรรมภายในชุมชน ราคา 990 บาทต่อคน ติดต่อล่วงหน้าอย่างน้อย 2 วัน โทร. 086-232-5300, 083-357-7035

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท