
‘จริง’ หรือ ‘หลอก’ (ที่) เขาบอกว่า...
เคยไหมที่ได้ยินเขาบอกว่า อย่าทำนั่นนี่ อย่ากินนู่นนั่น เพราะจะเป็นแบบโน่นนี่ และคำที่บอกเล่าต่อๆ กันมา บอกซ้ำ จนตอกย้ำเรื่องราวนั้นๆ ให้ดูเสมือนเป็นจริง
โดย...เสน่ห์จันทน์
เคยไหมที่ได้ยินเขาบอกว่า อย่าทำนั่นนี่ อย่ากินนู่นนั่น เพราะจะเป็นแบบโน่นนี่ และคำที่บอกเล่าต่อๆ กันมา บอกซ้ำ จนตอกย้ำเรื่องราวนั้นๆ ให้ดูเสมือนเป็นจริง ทั้งๆ ในข้อเท็จจริง อาจจะต๊ะติ๊งโหน่ง ไม่เกี่ยวกันเลยก็ได้
อย่าเชื่อเพียงเพราะเขาบอก
อย่าเชื่อเพียงเพราะใช้ความรู้สึกว่า มันคุ้นๆ สิน่า
อย่าเชื่อเพียงเพราะใครๆ ก็บอกแบบนี้
ฯลฯ
แล้วมีอะไรบางหนาที่เขาบอกว่า...
จริง หรือหลอก ล่ะเนี่ย มาดูกัน
เด็กร้องไห้เพราะเห็นผี?
บรื๋อ!!! เขาบอกว่า...เด็กแรกเกิดร้องไห้เพราะเห็นผี คำกล่าวนี้จริงหรือหลอก เราได้ “นพ.ณัฐพล พิพัฒฐาดร” กุมารแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการและพฤติกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา มาไขข้อสงสัย
“อาการเด็กร้องไห้ทางการแพทย์เรียกว่า อาการโคลิค มักเกิดขึ้นในช่วงอายุ 23 สัปดาห์แรกและอาการโคลิคก็มักจะหายไปเองเมื่อเด็กอายุได้ประมาณ 34 เดือน อาการคือเด็กมักจะร้องไห้ติดกันอย่างน้อยวันละ 3 ชั่วโมง สัปดาห์ละอย่างน้อย 3 วัน ติดต่อกัน 3 สัปดาห์ มักเกิดในช่วงเวลาซ้ำๆ กัน
การร้องไห้นั้นมาจากหลายสาเหตุ เช่น ระบบการย่อยไม่ดี แพ้นมวัว ติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร เป็นต้น ซึ่งควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ อาการโคลิคไม่ใช่โรคที่รุนแรง ไม่ส่งผลต่อพัฒนาการของเด็ก พ่อแม่ควรหาสาเหตุที่ทำให้เด็กร้องไห้เพื่อบรรเทาอาการนั้น และที่สำคัญพ่อแม่ควรใจเย็น อย่าหงุดหงิดเวลาลูกร้องไห้ครับ”
อ้าว! หนังคนละม้วนกันเลย ใครโดนหลอกซะเปลื่อย ลูกร้องไห้พาไปหาหมอ(ผี)ไม่หาย ก็พาไปปรึกษาหมอตามโรงพยาบาลเพื่อจะได้รับมือกับอาการลูกร้องไห้ (โคลิค) ได้อย่างถูกต้อง
กินผักบุ้งทำให้ตาหวาน
“พญ.ณฐมน ศรีสำราญ” จักษุแพทย์เฉพาะทางอนุสาขาต้อหิน ประจำ Advanced Ophthalmology Center โรงพยาบาลเดอะเวิลด์เมดิคอลเซ็นเตอร์ ให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกินผักบุ้ง...
“คำกล่าวนี้ดูเหมือนจะเป็นคำพูดติดปากที่ผู้ใหญ่หรือคนสมัยก่อนชอบพูดกับเด็กๆ เวลากินข้าวหรืออีกนัยหนึ่งหมอคิดว่า เป็นกุศโลบายของการพูดที่แฝงไว้ด้วยความจริงที่ว่า อยากชักชวนให้เด็กๆ กินผักเยอะๆ นั้นเองค่ะ เนื่องจากในผักบุ้งนั้นมีสารอาหารและวิตามินหลายชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
และที่เป็นประโยชน์ต่อดวงตาก็คือ ในผักบุ้งมีวิตามินหลักที่อยู่ในรูปกำลังจะเป็นวิตามินเอ (Provitamin A) หรือที่เรียกว่า เบตาแคโรทีน ในปริมาณมาก ซึ่งสามารถเปลี่ยนไปเป็นวิตามินเอได้ เมื่อเข้าสู่ร่างกายวิตามินเอนี้เองที่จะช่วยบำรุงสายตา ช่วยให้ดวงตามีน้ำหล่อเลี้ยง มีประกาย ไม่แห้งและไม่แสบตา นอกจากนั้นยังช่วยแก้โรคตามัวตอนกลางคืน (Night Blindness)”
สรุปว่า กินผักบุ้งตาไม่หวาน แต่รักนะจึงหลอกให้กินผักบุ้งเพื่อบำรุงสายตาและมีประโยชน์อื่นๆ ต่อร่างกาย
ท้องเสียห้ามดื่มนม
เขาบอกว่า...ท้องเสียห้ามดื่มนม เชื่อเขาเถอะ เพราะมีการวิเคราะห์วิจัยกันมาแล้วว่า “จริง”
“นพ.ประเสริฐ แก้วสมนึกสกุล” อายุรแพทย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอลเซ็นเตอร์ ช่วยยืนยันว่าเขาบอกเป็นจริง “ในน้ำนมมีน้ำตาลแล็กโทส ซึ่งสามารถย่อยได้โดยน้ำย่อยน้ำตาลแล็กโทสที่มีอยู่ที่ผิวด้านในของลำไส้เล็กในคนเรา น้ำตาลแล็กโทสเมื่อถูกย่อยแล้วร่างกายจึงจะดูดซึมนำไปใช้ได้ แต่เวลาที่เราท้องเสีย ลำไส้มีการอักเสบ ผิวลำไส้มีการหลุดลอกออก ทำให้เราเสียน้ำย่อยน้ำตาลแล็กโทสไป
ถ้าดื่มนมเข้าไปน้ำตาลแล็กโทสในนมจะย่อยไม่ได้และตกค้างในลำไส้ น้ำตาลแล็กโทสนี้จะดึงดูดให้น้ำเข้ามาอยู่ในสำไส้มากขึ้น ทำให้ท้องเสียมากขึ้น แถมยังทำให้เกิดแก๊สและท้องอืดร่วมด้วย นอกจากนั้น เราไม่ควรรับประทานยารักษาท้องเสียร่วมกับนม แม้ในเวลาปกติบางคนดื่มนมก็ยังท้องเสีย เนื่องจากคนเราเมื่ออายุมากขึ้นจะมีน้ำย่อยน้ำตาลแล็กโทสลดลง ทำให้ย่อยน้ำตาลแล็กโทสในนมที่เราดื่มไม่ทันนั่นเอง”
มีประจำเดือนห้ามดื่มน้ำมะพร้าว
วันนี้อากาศร้อนอบอ้าว อยากจะหาน้ำมะพร้าวเย็นๆ ดื่มหอมหวานชื่นใจ แต่ก็ต้องทำใจ เพราะเกิดเป็นหญิงมีประจำเดือนเขาบอกว่า ห้ามดื่มน้ำมะพร้าว
“ไม่จริงครับ ดื่มน้ำมะพร้าวตอนมีประจำเดือนไม่มีผลร้ายครับ”
คำตอบจาก “นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์” ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ ในเครือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
“การดื่มน้ำมะพร้าวในระหว่างการมีประจำเดือนสามารถทำได้ ในน้ำมะพร้าวนั้นมีส่วนประกอบที่เป็นน้ำ น้ำตาล และมีฮอร์โมนจากพืชที่เรียกว่า ไฟโตเอสโตรเจน ในปริมาณน้อยซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบต่อระดับฮอร์โมนเพศหญิงในร่างกายของผู้หญิงแต่อย่างใด และไม่ได้มีผลต่อปริมาณของเลือดประจำเดือนหรือทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากขึ้น เพียงแต่ถ้ารับประทานน้ำมะพร้าวแช่เย็นอาจจะเกิดการบีบรัดตัวของลำไส้และเกิดอาการปวดมวนท้องได้ ซึ่งไม่นานก็จะหายไปเอง”
ถอนผมหงอก 1 เส้นขึ้นมาอีก 20 เส้น
โอ้...ช่างเป็นคำบอกที่น่ากลัวมากๆ จริงหรือเปล่าล่ะเนี่ย ต้องหาผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพเส้นผมมาไขข้อเท็จจริง
“พญ.กุลกานต์ อมรพัฒนา” ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมตกแต่งและปลูกผม สถาบันความงามเดอมาสเตอร์ บอกเสียงหนักแน่นว่า “ไม่จริง” เพราะหนึ่งรูขุมขนจะมีรากผมเพียง 13 เส้น และถอนหนึ่งรากผม ผมก็ขึ้นมาแทนที่หนึ่งราก ไม่ขึ้นมาเป็น 1020 แน่นอน
หวีผม/สระผมบ่อย ผมจะยาวเร็ว
พญ.กุลกานต์ คนเดิมเสียงดังฟังชัดอีกว่า “ไม่จริง” เพราะการยาวของเส้นผมเป็นเรื่องของการสร้างเซลล์ผม การหวีหรือการสระไม่ได้กระตุ้นให้ผมยาวขึ้นแต่ประการใด การสระก็เพียงเป็นการทำความสะอาดหนังศีรษะ โดยผมจะยาวขึ้นได้ตามปกติเฉลี่ยเดือนหนึ่งยาว 1 เซนติเมตร จะยาวขึ้นเรื่อยๆ ได้เท่านั้น
เป็นไข้ไม่ควรกินฝรั่ง
ข้อมูลจากศูนย์อายุรกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพ พัทยา บอกว่า กินได้แต่ไม่ควรกินเยอะ
“ฝรั่งเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง แต่ประโยชน์ที่จะช่วยป้องกันไข้หวัดได้นั้นยังไม่มีหลักฐานชัดเจน แต่เนื่องจากในฝรั่งมีโพแทสเซียมสูง ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่เป็นไข้ ควรหลีกเลี่ยงการกินฝรั่ง เพราะจะทำให้โพแทสเซียมในเลือดสูง ซึ่งมีผลต่อการเต้นของหัวใจจนสามารถทำให้หัวใจหยุดเต้นได้ หากชอบกินควรกินแต่น้อย”
หลังผ่าตัดห้ามกินไข่
เขาบอกว่า...หลังผ่าตัดห้ามกินไข่ ถ้าไม่เชื่อจะเกิดแผลเป็น แผลเป็นรอยนูน หรือคีลอยด์ (Keloid)
ข้อมูลจาก “แผนกโภชนาการ โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอลเซ็นเตอร์” บอกว่า ไข่ มีโปรตีนที่สมบูรณ์ คือ มีกรดอะมิโนที่จำเป็น (Essential Amino Acid) อยู่ครบถ้วนและมีปริมาณที่พอเหมาะ มีประโยชน์ในการสร้างเซลล์ผิวหนัง เล็บ และผม
การเกิดแผลเป็นและคีลอยด์ (Keloid) นั้น เกิดจากไม่สมดุลกันของร่างกายที่สร้างคอลลาเจน ปริมาณมากเกินไป ในขณะที่แผลหายจึงทำให้เกิดแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ได้ ไม่ได้เกิดจากการกินไข่หรอกนะเนี่ย







