posttoday
หมอนำเที่ยว Have a Safe Trip!

หมอนำเที่ยว Have a Safe Trip!

24 กุมภาพันธ์ 2557

ก่อนเที่ยวควรปรึกษาแพทย์! อุ๊ต๊ะ มันคืออะไร... ไม่ได้ป่วย ไม่ได้ไข้ ทำไมต้องปรึกษาหมอก่อนเดินทาง...

โดย...กาญจน์ อายุ / ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์

ก่อนเที่ยวควรปรึกษาแพทย์! อุ๊ต๊ะ มันคืออะไร... ไม่ได้ป่วย ไม่ได้ไข้ ทำไมต้องปรึกษาหมอก่อนเดินทาง... ก็คิดกันเสียอย่างนี้สินะ ที่ผ่านมา คนที่ไม่ Have a Safe Trip! จึงมีมากมายมหาศาล โดยเฉพาะในช่วงที่โลกเราประสบกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ หรือเกิดสภาวะโลกร้อนอยู่ในขณะนี้

สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวให้สนุก ก็คือ การเที่ยวชมวัฒนธรรมความสวยงามของท้องถิ่นต่างๆ ที่เราไม่เคยเห็น พร้อมกลับมาพร้อมความทรงจำที่ดีอย่างราบรื่น ไม่ป่วย ไม่ไข้ ฉะนั้น ผู้ที่จะให้คำตอบว่า สุขภาพของคุณพร้อมเดินทางไปยังที่นั้นๆ ที่มีสภาพอากาศต่างจากบ้านเราหรือไม่ หรือควรเตรียมตัวอย่างไรให้พร้อมรับมือ ไม่ใช่ “อากู๋” กูเกิล (Google) เสิร์ชเอนจิ้นที่ให้คำตอบทุกอย่างที่อยากรู้ หากคือ แพทย์!

แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องโรคภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างการเดินทาง มีชื่อเรียกเฉพาะว่า “แพทย์ด้านเวชศาสตร์ท่องเที่ยวและการเดินทาง” ซึ่งเป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาใหม่ที่เพิ่งจะมีในเมืองไทย แต่เป็นสาขาที่รู้จักกันดีในต่างประเทศ

ในประเทศไทยมีเพียงคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล แห่งเดียวเท่านั้น ที่เปิดสอนหลักสูตรสำหรับแพทย์เฉพาะทางสาขานี้ แม้ว่าแพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสตร์ท่องเที่ยวและการเดินทางมีมานานประมาณ 9 ปีแล้ว โดยการบุกเบิกของ อาจารย์ นพ.วัชรพงศ์ ปิยะภาณี

เวชศาสตร์ท่องเที่ยวและการเดินทางคืออะไร

สาขาเฉพาะทาง ทางการแพทย์ ที่มุ่งเน้นในเรื่องความปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บ หรืออันตรายต่างๆ สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้เดินทาง ทั้งในแง่ป้องกันก่อนการเดินทาง และการดูแลรักษาหลังจากกลับมาจากการเดินทาง

นพ.พงษ์เดช วิเชียรประสาสน์ อาจารย์แพทย์หน่วยเวชศาสตร์ท่องเที่ยวและการเดินทาง คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติ เช่น ยุโรปและอเมริการู้จักแพทย์สาขานี้ค่อนข้างดี ก่อนเดินทางมาประเทศไทย นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ จะหาข้อมูลเกี่ยวกับการระบาดของโรคทั้งในไทยและประเทศใกล้เคียงที่จะเดินทางต่อเนื่อง เมื่อมาถึงประเทศไทยแล้วส่วนหนึ่งจะมาหาแพทย์ เพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการดูแลตัวเองรวมถึงฉีดวัคซีนป้องกันโรคที่อาจมีความเสี่ยง

ด้าน นพ.รัมมันปาลซิงห์ ถะกราล แพทย์เวชศาสตร์ท่องเที่ยวและการเดินทาง โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวทำนองเดียวกันว่า นักท่องเที่ยวจากประเทศที่พัฒนาแล้ว จะมีความตื่นตัวมากกว่าเมื่อเดินทางเข้ามาในประเทศเขตร้อนที่มีโรคหลายชนิด ดังนั้น การปรึกษาแพทย์ก่อนการเดินทาง จึงเป็นเรื่องจำเป็นจนกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วในการท่องเที่ยว

แพทย์แนะสถานที่เที่ยวควรระวัง

หมอทั้งสองท่านแนะนำนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับโรคติดต่อ ข้อระวัง และคำแนะนำในการเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ โดยสามารถแบ่งเป็น 6 เส้นทาง...

เดินป่า

สัตว์ป่าที่สามารถทำอันตรายนักเดินป่ามากที่สุดคงหนีไม่พ้น “ยุง” เพราะยุงเป็นพาหะของโรคหลายชนิด ที่ร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตคือ “มาลาเรีย” โดยมียุงก้นปล่องเป็นพาหะของโรค เป็นเรื่องดีที่ป่าในไทยไม่ค่อยพบพาหะนำโรคนี้แล้ว แต่ก็ยังมีพื้นที่เสี่ยงอยู่ในป่าลึกในบางบริเวณแถบชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเท่านั้น จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องกินยาป้องกันมาลาเรีย

ในทางกลับกันหากไปเที่ยวป่าซาฟารีในทวีปแอฟริกา บางพื้นที่ยังพบการระบาดของมาลาเรียอยู่อย่างชุกชุม ในบางประเทศมีการระบาดแม้กระทั่งในเมือง ใครที่จะไปท่องเที่ยวแบบนี้จำเป็นต้องรับประทานยาป้องกันมาลาเรียก่อนเดินทางไปด้วย

เช่นเดียวกับการเดินทางไปท่องเที่ยวป่าอะเมซอน ก็จำเป็นต้องได้รับวัคซีนไข้เหลือง ซึ่งเป็นโรคที่ติดต่อได้ด้วยยุงเช่นกัน โดยควรได้รับวัคซีนก่อนการเดินทางเป็นเวลาอย่างน้อย 10 วัน นอกจากนี้ ต่อ แตน ผึ้ง ก็ต้องพึงระวัง โดยมีวิธีป้องกันเบื้องต้นคือใส่เสื้อผ้ารัดกุม ใส่ถุงเท้าทับกางเกง ฉีดสเปรย์กันยุงทุก 4 ชั่วโมง และระวังอย่าให้ยุงและแมลงเข้าเต็นท์

ปีนเขา ขึ้นที่สูง

การเดินทางท่องเที่ยวเพื่อขึ้นไปพักค้างคืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีความสูงเกิน 3,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล อาจเกิดภาวะสมองบวมฉับพลัน หรือปอดบวมฉับพลันซึ่งทำให้เสียชีวิตได้ ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่เว้นแม้กระทั่งนักกีฬาที่ร่างกายแข็งแรง

ดังนั้น เมื่อต้องเดินทางไปบนเทือกเขาสูง จะต้องค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นไป อย่างเส้นทางขึ้นเขาเอเวอเรสต์สำหรับนักท่องเที่ยวจะเริ่มที่ความสูง 2,800 เมตร และส่วนใหญ่จะไปสิ้นสุดที่แคมป์ Kala Patthar บนความสูง 5,545 เมตร โดยใช้เวลาปีนประมาณ 2 สัปดาห์ ซึ่งหมอแนะนำว่า การใช้ยา Acetazolamide สามารถลดอันตรายจากภาวะเหล่านี้ได้

อย่างไรก็ตาม การป้องกันในการขึ้นที่สูงเป็นเรื่องการปรับตัวของแต่ละคน ถ้าร่างกายปรับได้ก็อยู่ได้ หลายคนอาจเคยใช้ตัวช่วยอย่างออกซิเจนกระป๋องช่วยในการหายใจ เรื่องนี้ทางการแพทย์ชี้ชัดว่า ปริมาณออกซิเจนกระป๋องนั้นไม่มีประสิทธิภาพพอสำหรับป้องกันภาวะนี้

ดำน้ำ

นักท่องเที่ยวที่ลงดำน้ำตื้นไม่มีเรื่องน่าห่วงทางการแพทย์ แต่จะมีปัญหาเรื่องอุบัติเหตุมากกว่า เช่น อุบัติเหตุจากเรือบนผิวน้ำ ชนโขดหิน หินบาด เป็นต้น ส่วนนักดำน้ำลึก หากไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำที่ถูกต้องแล้วอาจส่งผลถึงชีวิต เช่น หากลอยตัวจากระดับน้ำลึกขึ้นสู่ผิวน้ำเร็วเกินไป อาจเกิดภาวะที่เรียกว่า โรคเคซอง หรือโรคน้ำหนีบ จะเกิดฟองอากาศในหลอดเลือดไปอุดตันตามอวัยวะสำคัญในร่างกาย

ปัญหาที่พบบ่อยมักเกิดกับชาวต่างชาติมากกว่า โดยเฉพาะอาการผิวไหม้เพราะอาบแดดนานเกินไป ป้องกันได้โดยการทาครีมกันแดดเอสพีเอฟที่เพียงพอ ทาซ้ำทุก 4 ชั่วโมง และควรใช้แบบกันน้ำ

เที่ยวสายธรรมะ

เส้นทางสักการะ 4 สังเวชนียสถาน ประเทศอินเดีย ได้แก่ เมืองลุมพินี สารนาถ คยา และกุสินารา เป็นทัวร์ธรรมมะยอดนิยมของคนไทย ซึ่งนักท่องเที่ยวอาจเสี่ยงต่อโรคติดเชื้อจากการรับประทานที่พบบ่อย เช่น ท้องเสีย ส่วนไวรัสตับอักเสบเอ และไทฟอยด์ นั้นสามารถป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีน รวมถึงการเลือกรับประทานอาหารและน้ำดื่มที่สะอาด

อีกทางหนึ่งคือ พิธีฮัจญ์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งในแต่ละปีมีพี่น้องชาวมุสลิมเดินทางไปแสวงบุญเป็นจำนวนมาก จำเป็นต้องได้รับวัคซีนป้องกันโรคไข้กาฬหลังแอ่นและไข้หวัดใหญ่ ซึ่งยังมีการระบาดในแถบนี้ และยังเป็นโรคที่ติดต่อได้ง่ายโดยผ่านการหายใจ ส่วนใหญ่เมื่อได้รับเชื้อแล้วจะไม่มีอาการหรือเป็นพาหะ แต่อาจมีผู้ที่รับเชื้อส่วนหนึ่งเกิดอาการเยื้อหุ้มสมองอักเสบถึงขั้นเสียชีวิตได้

ประเทศเออีซี

อีกไม่ถึงปีคนไทยจะสามารถเดินทางไปประเทศในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนได้ง่ายขึ้น เรื่องโรคภัยไข้เจ็บนั้นคล้ายกัน ซึ่งคนไทยมีภูมิคุ้มกันจากการได้รับวัคซีนแต่เด็กอยู่แล้ว การเดินทางไปประเทศเพื่อนบ้านจึงไม่มีปัญหา นอกเสียจากไปยังถิ่นทุรกันดารมากๆ ที่อาจมีคนเป็นวัณโรค โรคเรื้อน ก็ควรที่จะปรึกษาแพทย์ก่อนไป

อย่างไรก็ตาม การเดินทางข้ามแดนที่ง่ายขึ้น ทำให้โรคระบาดแพร่กระจายได้กว้างและเร็วขึ้นตามไปด้วย สิ่งที่นักเดินทางต้องทำ คือ ติดตามข่าวสารและปรึกษาแพทย์เมื่อต้องเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาด

ไปชมบอลโลกที่บราซิล

สำหรับเดือน มิ.ย. นักท่องเที่ยวทั่วโลกจะหลั่งไหลไปยังประเทศบราซิลเพื่อชมการแข่งขันฟุตบอลโลก สำหรับคนไทยมีข้อพึงระวัง เพราะบราซิลมีโรคที่ไม่พบในเมืองไทย คือ ไข้เหลือง

ไข้เหลือง ติดต่อโดยมียุงเป็นพาหะ แม้ว่าในเมืองใหญ่ เช่น ริโอ เด จาเนโร จะไม่มีไข้เหลือง แต่ในช่วงนั้นเป็นช่วงที่คนทั่วทั้งบราซิลจะเดินทางเข้ามา จึงมีความเสี่ยงที่โรคนี้จะเข้ามาด้วย ดังนั้น “ต้องฉีดวัคซีน” ก่อนเดินทาง และปรึกษาแพทย์อย่างละเอียด เพราะวัคซีนป้องกันโรคไข้เหลืองนั้นใช่ว่าจะให้ได้กับทุกคน

วัคซีนที่ใช้เป็นวัคซีนเชื้อเป็น (คือวัคซีนที่เชื้อยังมีชีวิตแต่ทำให้อ่อนแรง ฉีดเข้าร่างกายเพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเอง) จึงไม่สามารถฉีดให้กับผู้มีร่างกายอ่อนแอ เช่น ผู้ที่ได้รับเคมีบำบัด มีภูมิคุ้มกันต่ำ อายุมาก เพราะเชื้ออาจทำให้เกิดโรคเสียเอง แต่สำหรับผู้ที่สามารถรับวัคซีนได้จะมีภูมิคุ้มกันไข้เหลืองยาวถึง 10 ปี

ไทยผู้นำด้านเวชศาสตร์ท่องเที่ยวเอเชีย

นพ.พงษ์เดช กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อปีที่ผ่านมามีผู้เข้ารับบริการในคลินิกทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเกือบ 3,000 คน โดยให้บริการทั้งด้านการให้คำแนะนำก่อนการเดินทางสำหรับนักท่องเที่ยว ผู้ที่จะไปศึกษาต่อ หรือคณะพนักงานองค์กร รวมถึงการดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อหลังจากการเดินทางด้วย

ปัจจุบันประเทศไทยถือเป็นผู้นำด้านเวชศาสตร์ท่องเที่ยวและการเดินทางในภูมิภาคเอเชีย ทั้งในแง่การบริการและเป็นแหล่งศึกษาดูงานจากแพทย์ไทยและแพทย์ต่างชาติ ในขณะเดียวกันคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล กำลังเร่งผลิตงานวิจัยที่มีคุณภาพระดับสากล ทั้งในด้านโรคเขตร้อนและเวชศาสตร์การท่องเที่ยวและเดินทางเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ และเกิดการดูแลรักษาคนไข้ในอนาคตให้ดียิ่งขึ้น

โรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน คลินิกเวชศาสตร์ท่องเที่ยวและการเดินทาง โทร. 02-306-9145 เว็บไซต์ www.thaitravelclinic.com เฟซบุ๊ก www.facebook.com/thaitravelclinic เวลาทำการ วันจันทร์ศุกร์ เวลา 08.0016.00 น. วันเสาร์ เวลา 09.00-12.00 น.

คลินิกสำหรับผู้เดินทาง โรงพยาบาลกรุงเทพ โทร. 02-310-3256 เวลาทำการ ทุกวัน เวลา 07.00-20.00 น.

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท