
พิสิษฎ์พงศ์ วรเศรษฐการกิจ นักบริหารรุ่นใหม่วิสัยทัศน์กว้างไกล
มีคำกล่าวหนึ่งว่า “คนจนที่สุดไม่ใช่คนที่ไร้เงิน แต่เป็นคนที่ไร้วิสัยทัศน์” ดูจะใช้ไม่ได้กับ ภูมิพิสิษฎ์พงศ์ วรเศรษฐการกิจ
โดย...วรธาร ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์
มีคำกล่าวหนึ่งว่า “คนจนที่สุดไม่ใช่คนที่ไร้เงิน แต่เป็นคนที่ไร้วิสัยทัศน์” ดูจะใช้ไม่ได้กับ ภูมิพิสิษฎ์พงศ์ วรเศรษฐการกิจ ผู้อำนวยการโรงเรียนดนตรีและศิลปะการแสดง ซูเปอร์สตาร์ อะคาเดมี่ (Superstar Academy) และผู้ก่อตั้งวิทยาลัยศิลปินแห่งเอเชีย (Superstar College of Asia) เพราะผู้บริหารหนุ่มคนนี้เก่งและมีวิสัยทัศน์ไกลจริง
ย้อนไปในวัย 2526 เขามองว่าวงการบันเทิงไทยเติบโตเร็วมาก จะเห็นได้จากก่อนนี้มีทีวีอยู่ไม่กี่ช่อง แต่ปัจจุบันมีทีวีเคเบิล 200 กว่าช่อง และทีวีดิจิตอลกำลังจะเกิด ทว่ากลับไม่มีสถาบันสอนดนตรีและการแสดงแบบครบวงจรที่ดำเนินการเรียนการสอนจริงจัง เพื่อปลุกปั้นศิลปินให้เป็นซูเปอร์สตาร์ขึ้นมาป้อนวงการบันเทิงที่เติบโตสวนทาง
“ปกติเราจะเห็นโรงเรียนสอนดนตรีและศิลปะการแสดงเฉพาะด้านตามความถนัดและความชอบส่วนตัวของเจ้าของโรงเรียน เช่น เจ้าของเก่งเต้น ก็เปิดสอนเต้น เก่งร้องเพลง เปิดสอนร้องเพลง เก่งศิลปะการแสดงก็เปิดสอนศิลปะการแสดง เก่งเครื่องดนตรี เช่น กีตาร์ก็เปิดสอนกีตาร์ เป็นต้น ซึ่งโรงเรียนส่วนใหญ่มักจะมีลักษณะอย่างนี้ ส่วนคนเรียนก็ไปเรียนเป็นงานอดิเรกมากกว่าเรียนไปเป็นศิลปิน แต่ในความเป็นจริงสิ่งที่วงการบันเทิงต้องการคือศิลปินที่มีความสามารถรอบด้าน” ผู้บริหารในวัย 33 กล่าว
ด้วยวิสัยทัศน์นี้ประกอบกับเคยทำงานเกี่ยวกับวงการเพลงมาก่อน ผลิตดนตรีให้กับองค์กรธุรกิจ รายการโทรทัศน์ และโฆษณาทางโทรทัศน์และวิทยุมามากมาย จึงเป็นที่มาของการศึกษาวิจัยวงการบันเทิงไทยและการก่อตั้งโรงเรียนดนตรีและศิลปะการแสดงซูเปอร์สตาร์ อะคาเดมี่ ขึ้นที่ย่านทองหล่อ โดยชูคอนเซปต์ “สร้างซูเปอร์สตาร์ทุกวงการ” มิได้จำกัดแค่การแสดง ซึ่งจากวันนั้นถึงวันนี้เข้าสู่ปีที่ 8 ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว
“ที่เราประสบความสำเร็จรวดเร็วได้ เพราะก่อนตั้งโรงเรียนผมมิได้อยากเปิดก็เปิดเลยนะ แต่ได้ทำมาร์เกตติ้งรีเสิร์ชก่อน โดยจ้างบริษัทมาร์เกตติ้งชั้นนำของประเทศไทยซึ่งเป็นบริษัทที่ทำวิจัยให้บริษัทดังๆ หลายบริษัท เช่น ฮอนด้า กลุ่มเมเจอร์ มาทำการศึกษาวิจัย เช่น ศึกษาจุดแข็งจุดอ่อนของวงการบันเทิงและดนตรี ความต้องการของผู้ปกครอง ความต้องการของตลาด และงานวิจัยนั้นจึงเป็นที่มาแห่งการเกิดขึ้นของซูเปอร์สตาร์ อะคาเดมี่”
ความสำเร็จอีกอย่างหนึ่งของซูเปอร์สตาร์ อะคาเดมี่ คือความพร้อมในทุกด้านที่พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้เรียนและผู้ปกครอง ขึ้นกับว่าอยากเรียนอะไร มีให้เลือก และครูสอนเป็นผู้ที่คร่ำหวอดในด้านต่างๆ ครบถ้วน และที่สำคัญ ถ้าไม่เป็นศิลปินเองก็ปั้นศิลปินให้ประสบความสำเร็จมานับไม่ถ้วน ซึ่งครูบางคนเป็นทั้งสองอย่าง
“ซูเปอร์สตาร์ อะคาเดมี่ เราเปิดหลักสูตรดนตรีและศิลปะการแสดงที่ครบวงจรและใช้เทคโนโลยีร่วมกับการสอนที่ทันสมัยที่สุดในเอเชีย อาทิ การร้องเพลงทุกแนวดนตรี เครื่องดนตรีทุกประเภท เต้น แต่งเพลง เรียบเรียงดนตรี พัฒนาบุคลิกภาพ การแสดง เดินแบบ ดีเจ พิธีกร การฝึกอบรมสำหรับองค์กร มีการปรับหลักสูตรให้ตรงตามจุดมุ่งหมายและเหมาะกับระดับทักษะของนักเรียนทุกคน ให้อิสระในการเลือกแนวดนตรี หรือการแสดงตามความต้องการของผู้เรียน ไม่ว่าผู้นั้นจะเรียนเพื่อเข้าวงการบันเทิง หรือเสริมความเชื่อมั่นในตนเอง หรือความเป็นผู้นำก็ตาม
นอกจากนี้ ยังมีครูในวงการบันเทิงทั้งไทยและต่างประเทศมากที่สุด ซึ่งแต่ละคนอยู่ในฟีลต่างๆ หนึ่งร้อยกว่าคน ซึ่งครูเหล่านี้ถ้าไม่เคยเป็นศิลปินมาก่อนก็เคยฝึกศิลปินให้ประสบความสำเร็จมาแล้วทั้งสิ้น บางคนเป็นทั้งศิลปินชื่อดัง ทั้งสร้างคนอื่น หรือศิลปินให้โด่งดังมาแล้ว ทั้งนี้ เพราะผมเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า ถ้าจะสร้างศิลปินให้เป็นซูเปอร์สตาร์จริงๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเรียนกับศิลปินโดยตรง ที่นี่จึงมากด้วยผู้ฝึกสอนศิลปินดัง อย่างเช่น กอล์ฟ ไมค์ พี่เบิร์ด ชิน ชินวุฒ ลีเดีย อาจารย์ที่เคยเล่นมิวสิเคิลให้ บอย ถกลเกียรติ มือกลองวงค็อกเทล มือกลองค่ายสมอลล์รูม ค่ายแกรมมี่ ยังไม่รวมสายผู้ประกาศข่าว พิธีกรชื่อดังจากช่องต่างๆ เป็นต้น”
ผู้ก่อตั้งซูเปอร์สตาร์ อะคาเดมี่ กล่าวต่อว่า ซึ่งนับแต่เปิดโรงเรียนมาถือว่าประสบความสำเร็จรวดเร็วมาก มีนักเรียนที่เข้ามาเรียน 2,000 กว่าคน ทั้งเด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา รวมถึงคนในวงการบันเทิง วงการเพลง ที่เดินเข้ามาเรียนไม่ขาดสาย เพื่อเพิ่มความสามารถ และสิ่งที่ตนยังไม่มีให้กับตัวเอง ซึ่งถือว่ามีผลต่อค่าตัวที่เพิ่มขึ้นได้
“ศิลปินดาราดัง เช่น อั้ม อธิชาติ นักแสดงมากฝีมือ แต่ยังมาเรียนร้องเพลง โดยอั้มเผยว่าหลายครั้งไปงานถูกเชิญให้ร้องเพลงแต่ร้องไม่ดี ดังนั้นจึงมาเรียน พี่มาช่า ที่ทั้งร้องเก่ง แสดงเก่ง เต้นเก่ง ครบเครื่อง แต่ก็มาเรียนแต่งเพลง เพราะตลอดชีวิตของพี่เขารู้สึกว่าถูกยัดเพลงที่ไม่ใช่ตัวเขามาให้ร้อง จึงอยากทำเพลงที่มาจากความรู้สึกของตัวเองบ้าง ดังนั้นจึงเรียนแต่งเพลง อัลบั้มล่าสุดของพี่มาช่าก็แต่งเองหลายเพลง หรือแม้แต่น้องเก้า จิรายุ ก่อนที่จะได้เล่นหนัง Suckseed ก็มาเรียนที่นี่ ปอย ตรีชฎา ก่อนนี้เดินแบบพอมาเรียนการแสดงก็ได้แสดงหนังเล่นละคร เป็นต้น นี่คือบางส่วนที่มาเรียนกับเรา”
ผู้บริหารหนุ่มคนเดิมไม่ได้หยุดอยู่แค่การก่อตั้งซูเปอร์สตาร์ อะคาเดมี่เท่านั้น แต่เขาได้มองว่าในเมืองไทยยังไม่มีสถาบันระดับอุดมศึกษาไหนที่มุ่งสร้างบุคลากรเพื่อวงการบันเทิงจริงๆ ดังนั้นในปี 2556 เขาจึงได้ก่อตั้งวิทยาลัยศิลปินแห่งเอเชีย (Superstar College of Asia) โดยจับมือกับมหาวิทยาลัยสยาม เปิดหลักสูตรปริญญาตรี ในปี 2556 โดยศึกษาโมเดลนี้จากคังฮียูนิเวอร์ซิตี้ มหาวิทยาลัยศิลปินแห่งแรกของเกาหลีใต้ ซึ่งต่อมาได้เป็นพันธมิตรกันด้วย
“หลังเปิดซูเปอร์สตาร์ฯ มา 7 ปี ก็มองว่าในเมืองไทยยังไม่มีสถาบันอุดมศึกษาที่สร้างศิลปินจริงๆ ส่วนใหญ่ที่มี จะเน้นดนตรีคลาสสิก แจ๊ซ ซึ่งไม่ตอบสนองความต้องการของตลาดในปัจจุบัน ดังนั้นผมจึงได้ก่อตั้งวิทยาลัยสร้างศิลปินขึ้นมาโดยศึกษาโมเดลคังฮียูนิเวอร์ซิตี้ แล้วจับมือเปิด ป.ตรีกับมหาวิทยาลัยสยาม ซึ่งท่านอธิการบดีมีวิสัยทัศน์มากและท่านยังเป็นเพื่อนกับผู้ที่ก่อตั้งคังฮียูนิเวอร์ซิตี้ด้วย ซึ่งต่อมาเราจับมือเป็นพันธมิตรกัน มีการแลกเปลี่ยนหลายเรื่อง และแค่ปีแรกก็ได้รับการตอบรับดีมาก คาดว่าต่อไปจะมีนักศึกษาจากเอเชีย อาเซียน เดินทางมาเรียนที่ประเทศไทยมากขึ้นแน่นอน”
นักบริหารหนุ่ม หวังว่า การเปิดสอนด้านดนตรีและศิลปะการแสดงในระดับปริญญาตรีนั้นจะทำให้ผู้เรียนตลอดจนผู้ปกครองตัดสินใจได้เกี่ยวกับเส้นทางชีวิตของตนและของลูก ไม่ต้องคิดมากหลายชั้นเหมือนเมื่อก่อนว่าจะเลือกเส้นทางไหนระหว่างบันเทิงกับการเรียนที่มีใบปริญญาการันตีอีกต่อไป เพราะที่นี่ก็มีใบปริญญารับรองแถมยังได้เรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบและมีอนาคตด้วย
ล่าสุด ในปี 2557 ผู้บริหารผู้มากด้วยวิสัยทัศน์คนนี้ได้ร่วมกับโรงเรียนศรีวิกรม์เปิดหลักสูตรมัธยมปลายสร้างศิลปินแห่งแรกใน AEC ด้วย โดยเขาให้เหตุผลว่าเพื่อต้อนรับการเปิดตลาดเออีซีในปี 2558 นี้ และเชื่อว่าวงการบันเทิงจะได้รับความนิยมมากขึ้น
“วงการบันเทิงต่างจากวงการอื่น โดยวงการอื่นแข่งกันได้ด้วยเงิน สมมติอยากผลิตทีวีจอแบน ก็สั่งเครื่องผลิตมาติดตั้ง ซื้อลิขสิทธิ์ ซื้อโนฮาว ซื้อเครื่องจักร ติดตั้งแล้วเอาเงินฉีดเข้าไป วันรุ่งขึ้นก็ตามทันคนอื่นทันถ้ามีเงินพอ แต่วงการบันเทิง ไม่สามารถเอาเงินล้านหนึ่งยัดเข้าปากเด็กคนหนึ่งแล้วให้ร้องเพลงได้เก่งกาจระดับซูเปอร์สตาร์ในวันรุ่งขึ้น เพราะวงการบันเทิงสร้างศิลปินด้วยชั่วโมงซ้อมเท่านั้น” ผู้บริหารภูมิทิ้งคำคมปิดท้าย
‘ภูมิ’ พิสิษฎ์พงศ์ วรเศรษฐการกิจ
การศึกษา
พ.ศ. 2542 ปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทอง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
พ.ศ. 2549 ปริญญาโท MBA บริหารการเงินอสังหาริมทรัพย์และการบริหารธุรกิจบันเทิง มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา
ประสบการณ์
พ.ศ. 2548ปัจจุบัน รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท บิ๊กทรี พรอพเพอร์ตี้ เพอร์เฟก
พ.ศ. 2549 ผู้วิเคราะห์ฝ่ายการเงิน บริษัท Millennium Realty Investors
พ.ศ. 25442547 กรรมการผู้จัดการ บริษัท แพลนเน็ต มิวสิค โดยกำหนดทิศทางของค่ายเพื่อสร้างผลงานคุณภาพออกสู่สาธารณชน ผลิตผลงานเพลง ผลิตดนตรีให้องค์กรธุรกิจ รายการโทรทัศน์ และโฆษณาทางโทรทัศน์และวิทยุมากมาย
พ.ศ. 25422544 กรรมการผู้จัดการ บริษัท Flashwork Team Consulting บริษัทที่ปรึกษาด้านการวางแผนระบบคอมพิวเตอร์







