posttoday
กีฬา...คาถาหมื่นล้าน

กีฬา...คาถาหมื่นล้าน

23 กุมภาพันธ์ 2557

กลายเป็นเรื่องน่าเซอร์ไพรส์ที่เมืองเล็กๆ อย่างบุรีรัมย์ขึ้นแท่นจังหวัดเศรษฐกิจกระเตื้องสุดในประเทศ หลัง นที เจียรพันธ์

โดย...มิวโกโตะ

กลายเป็นเรื่องน่าเซอร์ไพรส์ที่เมืองเล็กๆ อย่างบุรีรัมย์ขึ้นแท่นจังหวัดเศรษฐกิจกระเตื้องสุดในประเทศ หลัง นที เจียรพันธ์ ประธานหอการค้าแดนเซราะกราว เผยรายได้จากการท่องเที่ยวในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีตัวเลขบวกเพิ่มขึ้นปีละกว่า 1,000 ล้านบาท หรือเติบโตราว 20 เปอร์เซ็นต์

ทันทีที่เห็นตัวเลขดังกล่าว ก็เกิดคำถามในใจทันทีว่า เม็ดเงินมหาศาลเหล่านี้มาจากไหน เพราะนอกจากปราสาทเขาพนมรุ้งแล้ว สิ่งเดียวที่นึกถึงเมืองนี้กลับมีแค่สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แล้วมันจริงหรือไม่ที่ลูกหนังใบเล็กๆ จะสามารถโกยรายได้ขนาดนั้น???

กีฬา...คาถาหมื่นล้าน

 

กำเนิดเมืองลูกหนัง

แน่นอนคนที่ให้คำตอบนี้ได้ดีที่สุดคงหนีไม่พ้น เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรทีม “ปราสาทสายฟ้า” ซึ่งคำถามแรกที่ผมยิง คือ เศรษฐกิจบุรีรัมย์กระเตื้องเพราะอะไรกันแน่ คำตอบที่ได้ คือ สปอร์ต แอนด์ เอนเตอร์เทนเมนต์ ยังไงล่ะ โดยอดีตนักการเมืองแห่งอีสาน เผยกับเราว่า ตัวเลขพันล้านเป็นเพียงเศษเสี้ยวความสำเร็จ หากเทียบกลับเป้าหมายและฝันที่วางเอาไว้

“ผมเริ่มต้นทุกอย่างเพราะอยากเห็นบ้านเกิดพัฒนา ตอนสมัยมัธยมที่ผมเข้าไปเรียนที่สวนกุหลาบ ครูให้แนะนำตัว พอผมบอกว่ามาจากบุรีรัมย์ เพื่อนๆ อึ้ง และถามว่ามันอยู่ส่วนไหนของประเทศ คำพูดนั้นก้องในหัวเรามาตลอด พอโตขึ้นมาก็พบว่า เหตุที่คนจดจำเมืองแป๊ะ (ชื่อเดิมบุรีรัมย์) ไม่ได้ เนื่องจากจังหวัดนี้เป็นเมืองผ่าน ไม่มีอะไรให้น่าแวะเที่ยว คนอยากมาพนมรุ้งก็ขับรถเลยไปปราสาทเลย ไม่เข้ามาในเมือง แต่นับจากนี้เราจะเปลี่ยนเมืองผ่านให้เป็นเมืองพัก”

กีฬา...คาถาหมื่นล้าน

 

การเป็นได้แค่เมืองผ่าน ส่งผลให้ระบบกลไกเศรษฐกิจจึงเติบโตช้าเหมือนต้นบอนไซ เมื่อเป็นเช่นนั้นบิ๊กเนเลยตัดสินใจสร้างเสน่ห์ของเมือง โดยเริ่มจากสิ่งที่คลั่งในวัยเด็ก นั่นคือกีฬาฟุตบอล ซึ่งอดีต สส.บุรีรัมย์ เทกโอเวอร์สโมสรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และพัฒนาอย่างจริงจัง กระทั่งทุกวันนี้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด กลายเป็นสโมสรเบอร์ 1 ของประเทศไทย แถมยังสู้ในระดับเอเชียได้อย่างไม่อายใคร

“ผมทำอะไรทำสุด สนามไอโมบายที่ทุ่มทุนสร้างจนจุได้ 3 หมื่นกว่าที่นั่ง กลายเป็นสนามฟุตบอลที่ดีที่สุดในเอเชียเวลานี้ (ไม่นับรวมสนามอเนกประสงค์) ความสำเร็จเราก็อย่างที่เห็น ทุกอย่างเป็นไปตามที่วางเอาไว้ เวลานี้มีรถบัสมาลงทัวร์สนามเกือบทุกวัน มีแฟนบอลบุรีรัมย์ทั่วประเทศเดินทางมาดูแมตช์ที่นี่ และทุกครั้งที่มาที่พักเต็มหมด ส่วนร้านอาหารก็คึกคัก นั่นคือการสร้างรายได้หลักๆ ของเรา”

ขยายกลุ่มเป้าหมาย

หลังจากทีม “ปราสาทสายฟ้า” ประสบความสำเร็จกับเป้าหมายระยะสั้น กับการนำคนเข้ามาจับจ่ายใช้สอยในบุรีรัมย์ ประมุขถิ่นเซราะกราวจึงเริ่มเดินเป้าหมายระยะยาว โดยมีโจทย์คือ เพิ่มเม็ดเงินให้ได้มากกว่าเดิม จึงตัดสินใจควักงบกว่า 2,000 ล้านบาท (เฉพาะค่าก่อสร้าง) เนรมิตสนามบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต สังเวียนแข่ง รถมาตรฐานระดับโลก หรือ FIA เกรดเอ นั่นเอง

“ฟุตบอลเป็นกีฬามหาชน ดังนั้น กำลังซื้อของคนกลุ่มนี้จึงมีขีดจำกัด เราจึงเร่งแก้โจทย์นี้ด้วยการสร้างแทร็กระดับโลกขึ้นมา กีฬามอเตอร์สปอร์ตจะสามารถสร้างรายได้มหาศาลให้แก่คนเมืองแป๊ะ ธรรมชาติของคนที่มีรถสปอร์ต หรือซูเปอร์ไบค์ จับจ่ายใช้สอยโดยต้องการความพึงพอใจเป็นหลัก ดังนั้น เป้าหมายภายใน 5 ปีของเรา คือ การก้าวขึ้นเป็นเมืองฟุตบอลและมอเตอร์สปอร์ตแห่งเอเชีย เราจะมีอีเวนต์ความเร็วไม่ต่ำกว่า 35 รายการ และฟุตบอลอีกอย่างน้อยๆ 30 แมตช์ในบ้าน ยิ่งถ้า AEC เปิดตัวเลขจะมหาศาลจนนับไม่ไหว”

กีฬา...คาถาหมื่นล้าน

 

นอกจากกีฬาแล้ว บิ๊กเนยังเตรียมใช้ไอโมบายขยายอีเวนต์ด้านบันเทิง เพื่อให้ตรงคอนเซปต์ “สปอร์ต แอนด์ เอนเตอร์เทนเมนต์” เต็มตัว ซึ่งปี 2013 พิสูจน์ไปแล้วจากงานสงกรานต์ หรือเคาต์ดาวน์ปีใหม่ ที่ผู้คนจากทั่วสารทิศเดินทางมาร่วมสนุกเรือนแสน พร้อมแง้มอนาคตอาจมีคอนเสิร์ตระดับโลกมาเล่นสดให้ได้โยกที่นี่ก็เป็นได้

“ผมตั้งใจใช้กีฬาและบันเทิงนำพาให้บุรีรัมย์เป็น 1 ใน 5 เมืองที่นักท่องเที่ยวอยากมามากที่สุด ซึ่งทุกภาคส่วนต้องช่วยกัน เอกชนต้องพร้อม เพราะมีความสำคัญมากในการขับเคลื่อน ส่วนเรื่องต่างชาติไม่กลัว มาเลเซียมีสนามเซปังฯ ระดับโลกก็จริง แต่พวกเขามีข้อจำกัดด้านศาสนาค่อนข้างเยอะ ขณะที่สิงคโปร์ สนาม F1 ก็เป็นไนต์เรซ ไม่รองรับรายการตลอดปี แต่ที่นี่พร้อมจัดเต็มทุกอย่าง แค่งาน BRIC Big Bike Party 2014 ณ สนามไอโมบาย ที่ผมกับทีมงานลองเทสต์เซอร์เวย์เล่นๆ กลับมีเหล่าผู้รักในการขับขี่รถ บิ๊กไบค์มากกว่าสามพันคันมารวมตัว ซึ่งตัวเลขสะพัดช่วงสั้นๆ นั้นก็หลักร้อยล้านแล้ว”

กีฬา...คาถาหมื่นล้าน

 

คมนาคมลงตัว

อีกหนึ่งปัญหาในการดึงนักท่องเที่ยว คือ เรื่องของการคมนาคม ซึ่งอีก 2 ปีข้างหน้าเมื่อซูเปอร์ไฮเวย์และมอเตอร์เวย์ กรุงเทพฯโคราช สร้างเสร็จ การเดินทางจากเมืองหลวงสู่เมืองแป๊ะจะร่นเวลาเพียง 2 ชั่วโมงครึ่ง ส่วนสนามบินที่ปัจจุบันมีแค่วันละไฟลต์ อนาคตอาจมีรองรับแฟนกีฬามากขึ้น

คำถามสุดท้าย ทำไมต้องเหนื่อยสร้างทุกอย่างใหม่มากมายขนาดนี้ นายใหญ่ถิ่นเซราะกราวทิ้งท้ายไว้ได้อย่างน่าสนใจ พร้อมเตือนจังหวัดอื่นที่ยังไม่ปรับตัวสร้างแม่เหล็กดึงดูดท้องที่ตัวเอง จากเมืองพักก็อาจสลับไปเป็นเมืองผ่านได้เช่นกัน

“เมื่อพระเจ้าไม่ได้ประทานภูเขา ทะเล สถานที่ท่องเที่ยว หรือความอุดมสมบูรณ์ดินและน้ำมาให้เรา เหมือนที่จังหวัดอื่นได้รับ คนบุรีรัมย์ก็ต้องสร้างทุกอย่างด้วยน้ำมือเราเอง”

สำหรับใครที่นึกภาพไม่ออกว่าปัจจุบันบุรีรัมย์ ยกระดับจังหวัดไปได้ถึงระดับไหน แนะนำให้ลองแวะเวียนไปในวันที่มีแมตช์แข่งขันฟุตบอล รับรองคุณจะได้สัมผัสประสบการณ์แบบที่ยังไม่เคยสัมผัสแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท