
ข้า (น้อย) ขอคารวะ โรเบิร์ต อัลต์แมน
บังเอิญโดยแท้ ขณะรื้อตู้หนังสือ จู่ๆ ก็ไปเจอหนังแผ่นเก่าเก็บ A Prairie Home Companion ซ่อนอยู่
โดย...จีไอโจ
บังเอิญโดยแท้ ขณะรื้อตู้หนังสือ จู่ๆ ก็ไปเจอหนังแผ่นเก่าเก็บ A Prairie Home Companion ซ่อนอยู่
หนังเรื่องนี้มีความหมายสำหรับเราในฐานะผลงานหลากอารมณ์ อบอุ่น ซาบซึ้ง แฟนตาซี หอมหวาน บ้านนอก สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงและชีวิตที่ต้องว่ายเวียน มากกว่านั้นเพลงประกอบยังไพเราะ ยิ่งเฉพาะเพลงที่ตัวละครร่วมร้องกันเพื่อจากลา In The Sweet, Bye and Bye
หยิบมาดูซ้ำได้ไม่เบื่อ ดูหลายรอบเข้าก็ชวนให้นึกถึงผู้กำกับ “โรเบิร์ต อัลต์แมน” ขึ้นมาซะงั้น เพราะนี่เป็นเสมือนผลงานทิ้งท้ายก่อนอัลต์แมนจะสิ้นลม (โอ้ย!!! น้ำตาจะไหล)
20 พ.ย. ปี 2006 ผู้กำกับชาวมิสซูรี วัยคราวปู่ 81 ปี จบชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ซึ่งหากว่าเขายังมีลมหายใจ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา อัลต์แมนจะฉลองวันเกิด 89 ปีพอดีเป๊ะ (เกิด 20 ก.พ. ปี 1925)
แม้ตัวตายแต่งานและเรื่องราวของอัลต์แมนยังไม่ตาย หนังเรื่องแรกจนถึงเรื่องสุดท้ายของเขายังคงจารึกอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ อยู่ในสารบบ ที่สำคัญมันยังอยู่ในใจคอหนัง
แรงบันดาลใจ รวมถึงพลังใจ ไม่เคยจางหายไปจากหนังของอัลต์แมน ดูหนังของอัลต์แมนแล้วรู้สึกเลยว่าความเป็นหนุ่มสาวจะกลับคืนมา ไฟในใจพลุ่งพล่าน ไอเดียบรรเจิด ก็ไม่ต่างกับเจ้าของผลงาน สังขารที่มากเป็นลำดับ มันก็แค่เพียงตัวเลขที่ไม่เคยทำลายความคิดสร้างสรรค์ของเขาได้
มรดกทางปัญญาที่อัลต์แมนเหลือไว้ให้ดูต่างหน้า ปฏิเสธไม่ได้คือสไตล์หนัง หรือที่คนในวงการเรียกขานว่า Altmanesque มีเอกลักษณ์และเซอร์ไพรส์ เยอะด้วยจำนวนตัวละครราวกับงานมหรสพ ไม่มีบทชัดเจน นักแสดงต้องด้นกันสดๆ หน้ากล้อง
อัลต์แมนเคยพูดถึงสไตล์การกำกับของตัวเองว่า เขามีหน้าที่เป็นเพียงคนจัดงานปาร์ตี้ ขณะเดียวกันเขาก็จะเป็นคนรอดูเรื่องเซอร์ไพรส์ที่เกิดขึ้นในงาน บทความที่ชื่อ Actor as Auteur ก็ยืนยันเช่นนั้น ถ้าคุณเป็นนักแสดงในหนังของอัลต์แมน มันคือความท้าทาย เพราะสิ่งที่คุณต้องทำคือการได้อิสรภาพในการตีความตัวละคร การกำกับตัวเองที่สบายใจและเป็นธรรมชาติที่สุด บทถ้าคุณไม่ชอบก็ถกเถียงกับอัลต์แมนได้ หรือประโยคไหนที่พูดไม่เข้าปากก็สามารถแก้ได้
McCabe and Mrs.Miller อัลต์แมนหอบเสื้อผ้ามากองไว้ แล้วให้นักแสดงเลือกใส่เอง Nashville อัลต์แมนขอให้นักแสดงแต่งเพลงมาคนละเพลง
ในการกำกับอัลต์แมนดูจะง่ายและชิล แต่พอถึงการปะทะกับสตูดิโอ อัลต์แมนแสบมากกกก เขาคือเจ้าของประโยค “ผมเป็นเจ้าของหนังเวอร์ชั่นสุดท้ายเสมอ” (ปกติสตูดิโอฮอลลีวูดจะเป็นตัดต่อหนังเวอร์ชั่นสุดท้ายก่อนออกฉาย) อัลต์แมนทำได้อย่างไม่ยี่หระ โดยมีเสียงก่นด่าจากนายทุนไล่ตามหลังมา “เมริงบ้าไปแล้วเหรอ”
Short Cut มีความยาวถึง 187 นาที PretaPorter ที่มี “จูเลีย โรเบิร์ตส์” แสดงนำ อัลต์แมนก็นำเสนอแบบสารคดี ทำเอานายทุนกรี๊ดดดแตก แถมแฟนคลับโรเบิร์ตถึงกับส่ายหน้า หนังอะไรหว่า?
ไม่พอ หนังทุกเรื่องของอัลต์แมนก็มักอยู่ในบรรยากาศคล้ายปาร์ตี้อันแสนหรูหราและรื่นเริง ทว่ากลับสอดแทรกด้วยอารมณ์ที่ปุถุชนคนทั่วไป ไม่ว่ายากดีมีจน ไฮโซ หรือรากหญ้า ล้วนมีอยู่ในตัวตน เย้ยหยัน สมเพช หดหู่ หม่นมัว ลั่นล้า หัวเราะร่า บางคราก็คลุมเครือ ไม่ต่างจากคนกำลังมืดบอดอยู่ในอุโมงค์ที่รอแสงสว่างปลายทาง
Cookie’s Fortune หญิงชรากลืนจดหมายลาตายของป้า หลังยอมรับความจริงไม่ได้ Gosford Park เจ้าของคฤหาสน์ถูกฆ่าตาย แต่คนไม่ไยดี ยกเว้นคนใช้
กระทั่ง A Prairie Home Companion เมื่อนางฟ้าแห่งความตายปรากฏกายในชุดโอเวอร์โค้ตสีขาว ก็มีตัวละครหนึ่งตายระหว่างคอนเสิร์ต แต่เจ้าของคอนเสิร์ตกลับไม่ยอมไว้อาลัย เพียงเพราะให้เหตุผลว่าคอนเสิร์ตกำลังออกอากาศสดทางวิทยุ ซึ่งรายการวิทยุต้องไม่มีช่วงเดดแอร์
เป็นผู้กำกับที่ไม่ได้รวยรางวัล แต่เขาก็ชนะเวทีใหญ่ๆ มาแล้ว อาทิ คานส์ 2 ครั้ง ลูกโลกทองคำ 1 ครั้ง เบอร์ลิน 5 ครั้ง บาฟตา 2 ครั้ง เวนิซ 4 ครั้ง
ส่วนออสการ์เข้าชิง 5 ผู้กำกับ และ 2 หนังแห่งปี อัลต์แมนไม่เคยชนะ แต่เขาก็มาได้จริงๆ กับรางวัลออสการ์เกียรติยศ ปี 2006 ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต
นั่นอาจเป็นเรื่องไม่สลักสำคัญอะไรสำหรับอัลต์แมนเท่าไร เพราะสิ่งที่เขาต้องการทำจริงๆ คือทำหนังในแบบฉบับอัลต์แมน
ขอคารวะจากใจ “โรเบิร์ต อัลต์แมน”







