posttoday
คลายเครียด 2 วัย ช่วงการเมืองร้อน

คลายเครียด 2 วัย ช่วงการเมืองร้อน

22 กุมภาพันธ์ 2557

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล/อรวรรณ จันทร์ธิวัตรกุล

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล/อรวรรณ จันทร์ธิวัตรกุล

@ คนโสด รู้เท่าทันชุมนุม

อู๊ด-พงษ์ศักดิ์ ธงรัตนะ วัย 41 ปี หนึ่งในเจ้าหน้าที่หน่วยงานองค์กรระหว่างชาติ ที่ตัดสินใจออกมาร่วมชุมนุม เพราะไม่เห็นด้วยกับกรณีที่รัฐบาลจะออกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) นิรโทษกรรม เพราะมองว่าไม่ถูกต้องและไม่สมเหตุและสมผล จึงต้องลุกขึ้นแสดงจุดยืนและความเห็นของตนเอง

พงษ์ศักดิ์ ยอมรับว่า มีโอกาสได้เข้าร่วมการชุมนุมทางการเมืองมาแล้วหลายครั้งและหลายเวที โดยจะไปร่วมทุกครั้งเมื่อมีเวลา ส่วนใหญ่เวทีที่ไปก็จะเป็นเวทีปทุมวัน ชิดลม และสีลม เนื่องจากเดินทางสะดวก อยู่ใกล้ที่ทำงาน หลังเวลาเลิกงานวันไหนว่างก็นัดไปเจอกับกลุ่มเพื่อนที่ทำงานอยู่ในละแวกนั้นเช่นกัน

การชุมนุมครั้งนี้ไม่ได้สร้างความเครียดให้กับเจ้าตัวเลย เพราะบรรยากาศการชุมนุมเป็นไปแบบญาติพี่น้องกัน ทุกคนที่ออกมาตรงนี้ ส่วนใหญ่ค่อนข้างเป็นคนใจดี มีมิตรไมตรี อย่างบางทีไปคนเดียวไม่มีที่นั่ง คุณป้าข้างๆ ก็จะชวนมานั่งด้วยกัน แล้วก็มีการแลกเปลี่ยนไลน์หรือเฟซบุ๊กกัน เพื่อคอยอัพเดตสถานการณ์ แชร์ภาพ แชร์ข้อมูลแลกเปลี่ยนกัน สุดท้ายมันเลยมาเป็นความน่ารักของคนไทยมากกว่าความรุนแรง เคร่งเครียด

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมบนเวทีที่แต่ละเวทีนำมาเสนอ ไม่ว่าจะเป็นตลก คอนเสิร์ต หรือแม้แต่การเดินแบบ สิ่งเหล่านี้ก็นับว่าเป็นการช่วยคลายเครียดจากการชุมนุมได้ระดับหนึ่งแล้ว รวมทั้งยังมีร้านค้ามากมายให้เลือกช็อป ชิม ชม ไม่ว่าจะเป็นร้านขายเสื้อ ของที่ระลึก ร้านขายอาหารและกาแฟที่มีให้เลือกซื้อหา ทำให้ภาพที่ออกมากลายเป็นเหมือนการออกมาปิกนิกกันกลางถนนอย่างที่หลายคนบอกนั่นเอง

“ส่วนตัวแล้วผมมาเพื่อหาและฟังข้อมูลมากกว่า และก็จะเลือกคนพูดที่น่าเชื่อถืออย่างอาจารย์สมเกียรติ อ่อนวิมล ที่พูดถึงเรื่องการทำงานและการบริหารงานของรัฐบาลและคณะกรรมการ (บอร์ด) การบินไทย และ อสมท ว่า บริหารอย่างไรถึงมีผลดำเนินการแย่ ข้อมูลเหล่านี้ก็ทำให้คนไทยได้มีโอกาสรับรู้ข้อมูลอีกด้าน และได้ใกล้ชิดขึ้นว่าตอนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทยบ้างแล้ว วันนี้จึงทำให้ผมคิดว่า ผมมาถูกทางแล้วที่เลือกจะไปต่อสู้กับพวกเขา”

ทั้งนี้ ต้องขอบอกเลยว่า ไม่ได้ฟังข้อมูลฝ่ายเดียว เพราะจะฟังข้อมูลจากทั้งสองฝ่าย อย่างรายการเอเชีย อัพเดท ก็เปิดดูว่ามุมคิดของแต่ละฝ่ายเป็นอย่างไร แล้วนำข้อมูลที่ได้มาเปรียบเทียบเหตุผลกัน นอกจากนี้ยังมีการเช็กบาลานซ์ข้อมูลกับเพื่อนๆ หรือผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในแต่ละสายงานที่เกี่ยวข้องกับประเด็นนั้นๆ ด้วย ว่าข้อมูลที่ได้มาจริงเท็จและเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน ก่อนจะแชร์ข้อมูลออกไป

พงษ์ศักดิ์ ยอมรับว่า เคยพลาดพลั้งแชร์ข้อมูลที่ส่งต่อกันมาตามโซเซียล เน็ตเวิร์กที่ผิดเพี้ยนออกไปในช่วงแรกๆ เนื่องจากรับข้อมูลมาจากหลากหลายแหล่ง ดังนั้นช่วงหลังจึงต้องดูและเช็คข้อมูลจากหลายที่เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลถูกต้อง โดยข้อมูลจากสื่อสารมวลชนก็จะเชื่อในระดับ 30% ที่เหลือจะใช้วิธีมานั่งฟังข้อมูลและไปรีเช็คข้อมูลมาสนับสนุนจนมั่นใจ

ขณะเดียวกัน เมื่อออกจากสถานที่การชุมนุม หรือกลับถึงบ้านก็ต้องรู้จักปล่อยวางให้ได้ ว่าบทบาทมันเปลี่ยนไปแล้ว ซึ่งก็ค่อนข้างโชคดีที่ที่บ้านมีแนวคิดคล้ายๆ กัน แต่ก็มีบ้างที่พ่อกับแม่จะบ่นว่า การปิดถนนไม่ใช่เรื่องดี ซึ่งเราก็เข้าใจในมุมคิดของท่าน เพราะท่านทำธุรกิจส่วนตัว ก็ย่อมกระทบต่อการค้าการขายไปบ้าง ก็ต้องอธิบายเหตุผลให้ท่านฟังว่า มันน่าจะเป็นการดีนะ ที่ทำให้คนไทยมีโอกาสได้หันมาใช้บริการขนส่งสาธารณะกันมากขึ้น และยังเป็นการช่วยลดมลพิษได้ด้วย

นอกจากนั้น ยังมองว่าเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะคนไทยและคนกรุงเทพฯ ก็สามารถปรับตัวรับกับสถานการณ์นี้ได้ดีที่เดียว รวมทั้งส่วนตัวยังเห็นว่า หากไม่ใช่วิธีนี้ก็จะทำให้ไม่มีพลังที่จะใช้เป็นแรงกดดันรัฐบาล ส่วนเรื่องการไม่สนับสนุนให้เกิดการเลือกตั้งนั้น ในฐานะที่เคยไปเรียนและใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกมานาน ก็มีบ้างที่เพื่อนชาวต่างชาติถามเข้ามาว่าเพราะอะไร เรื่องนี้ใช่ว่าไม่สนับสนุนประชาธิปไตย แต่จะดีกว่าไหมที่จะเปลี่ยนแปลงให้ดีก่อน เพื่อให้ประเทศดีขึ้นและก้าวต่อไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง เพราะประชาธิปไตยเรามีมานานแล้วแต่ก็ไม่ได้ดีขึ้น ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นก็ยังมีอยู่

“อยากฝากว่า อยากให้คนที่จะไปร่วมชุมนุมทางการเมืองทำการบ้านก่อนไป ต้องเช็กข้อมูลให้ชัวร์ก่อน ไม่ใช่เชื่อแต่ข้อมูลที่แชร์ผ่านกันมาทางโซเชียล เพราะจะได้ไม่หลงทาง ซึ่งจะส่งผลให้เราเป็นคนที่มีความตื่นตัวทางการเมืองและมีจุดยืนที่ดีพอ จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ”

@ วัยเกษียณ รับข้อมูลรอบด้าน

“ปัจฉิมา ธนสันติ” อดีตอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ที่เพิ่งจะเกษียณอายุราชการไปหมาดๆ มีเวลาว่างรับข้อมูลข่าวสารสถานการณ์บ้านเมืองในทุกช่องทางต่างๆ ไม่เว้นในแต่ละวัน ซึ่งอาจสร้างความเครียดส่วนตัวให้กับผู้รับข่าวสารได้ มีข้อเสนอแนะ วิธีปฏิบัติตัวในยุคโซเชียลมีเดียกำลังเฟื่องฟู ซึ่งเป็นข้อคิดดีๆ ที่จะทำอย่างไรให้ไม่เครียดจนเกินไปกับสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้

สถานการณ์ทางการเมืองที่มีการชุมนุมปิดกรุงเทพฯ (ชัตดาวน์กรุงเทพฯ) ซึ่งลากยาวมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา และยังไม่มีสัญญาณว่าจะยุติอย่างไร

ภาพจากการชุมนุมทางการเมืองที่ได้เห็น คือกลุ่มคนทุกเหล่าทุกวัยตั้งแต่ลูกเล็กเด็กแดง ไปจนถึงวัยรุ่น กลุ่มคนทำงาน รวมไปถึงผู้สูงอายุ ที่มีเป้าหมายเดียวกัน

มวลมหาประชาชนจำนวนมากทั้งคนกรุงเทพ และคนต่างจังหวัดต่างรวมใจกันไปร่วมชุมนุมครั้งนี้อย่างคับคั่ง พร้อมทั้งติดตามข่าวสารสถานการณ์บ้านเมืองในทุกช่องทางต่างๆไม่เว้นในแต่ละวัน ซึ่งอาจสร้างความเครียดส่วนตัวให้กับผู้รับข่าวสารในแต่ละวันเป็นอย่างมาก หลายคนวิตกกังวลว่าจะจบเมื่อไหร่ ชีวิตจะหายวุ่นวายเสียที บางคนก็บอกว่าจะใช้เวทีนี้เปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศ

โพตส์ทูเดย์ ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่เพิ่งจะเกษียณอายุราชการไปหมาดๆ กับวิธีปฏิบัติตัวในยุคโซเชียลมีเดียกำลังเฟื่องฟู ซึ่งเป็นข้อคิดดีๆที่จะทำอย่างไรให้ไม่เครียดจนเกินไปกับสถานการณ์การเมืองที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้

“พี่จะเปิดรับฟังข้อมูลทั้งสองด้าน แล้วชั่งน้ำหนักว่าข่าวไหนเป็นความจริงหรือไม่จริง เพราะการรับฟังข่าวสารในปัจจุบัน ไม่ควรเชื่อตั้งแต่ต้น แต่ควรตรวจสอบที่มาของข่าวสารก่อน”

เป็นอีกหนึ่งข้อคิดดีๆที่ อดีตอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา “ปัจฉิมา ธนสันติ” ได้บอกเล่าไว้ ซึ่งเป็นหลักวิธีปฏิบัติในการรับฟังข่าวสารบ้านเมืองในปัจจุบันนี้

อดีตอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา บอกว่า เหตุผลที่ต้องมีหลักในการรับข้อมูลข่าวสาร เพื่อไม่ให้เกิดความเครียดแก่ตนเองมากเกินไป เพราะปัจจุบันสถานการณ์การเมืองแบ่งแยกเป็น 2 ฝ่าย ดังนั้นการรับรู้ข่าวสารรอบด้าน น่าจะเป็นทางออกต่อการรับรู้ข่าวสารออนไลน์ในยุคปัจจุบัน

นอกจากการรับฟังข้อมูลทั้งสองด้านแล้ว ปัจฉิมา ยังมองว่า ประเทศไทยในฐานะเมืองพุทธ สามารถที่จะนำธรรมะเข้ามาช่วยผ่อนคลาย หรือทำจิตใจให้สงบได้อีกทางหนึ่ง

“ทุกคืนจะสวดมนต์ภาวนาให้กับทุกคนและประเทศไทยสงบสุข เพราะการเผชิญหน้าที่เกิดขึ้นในทุกวัน ไม่ได้ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในภาพรวม ยังทำให้เกิดการสูญเสียรายได้ทั้งภาคธุรกิจการค้า ซึ่งพี่ก็สวดมนต์ให้ประเทศของคนไทยทุกคนผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยดี ให้เกิดความสงบสุขและเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจ”

โดยส่วนตัวแล้ว เชื่อว่าหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาสามารถทำให้จิตใจผ่อนคลายได้ เพราะทุกคนหวังดีต่อประเทศชาติ ก็จะใช้หลักธรรมะในการฝึกจิตและสวดภาวนาให้ผ่านพ้นเหตุการณ์ครั้งนี้ไปด้วยกัน และยิ่งเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ มีหลักคำสอนมากมายที่สามารถนำมาเป็นหลักปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้

หมอดูก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการผ่อนคลายความเครียดให้กับอดีตอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพราะทุกวันนี้จะมีหมอดูจากหลายสำนักที่ทายดวงเมืองให้กับประเทศไทย ซึ่งก็ชอบฟังและนำมาวิเคราะห์ด้วยหลักของเหตุผล และถ้ามีโอกาสสอบถามหมอดู ก็จะถามในสิ่งที่คิดว่าจะให้ประเทศสงบสุขเกิดขึ้นได้หรือไม่ อาจเป็นการถามที่เข้าข้างความคิดของตนเอง แต่บางครั้งการเปิดรับฟังข่าวสารช่องทางใหม่ๆ ก็จะช่วยผ่อนคลายได้อีกทาง

การเปิดมุมมองใหม่ๆ ไปกับสถานการณ์ทางการเมือง ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางผ่อนคลายความตึงเครียด ซึ่งส่วนตัวแล้วมองว่าการชุมนุมที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ตามมา โดยเฉพาะความคิดสร้างสรรค์ในเวทีการชุมนุม งานเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นบทกลอนที่แต่งขึ้น เสื้อผ้าที่มีการออกแบบลวดลายต่างๆ หรือแม้แต่บทเพลง หรือหนังสั้นที่เกิดขึ้นมาจากความคิดสร้างสรรค์ทางการเมือง

ปัจฉิมา มองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งหนึ่งที่ยืนยันได้ว่า คนไทยมีความคิดสร้างสรรค์ แปลกใหม่ และเกิดขึ้นได้ทุกสถานที่และเวลา

“พี่จะชอบเดินไปดูว่าพื้นที่ชุมนุมมีกิจกรรมอะไรบ้าง ร้านค้าไหนนำสินค้ามาขาย มีความคิดแปลกใหม่อย่างไร ซึ่งงานเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นงานลิขสิทธิ์ทั้งนั้น ซึ่งก็ถือเป็นมิติใหม่ของการแสดงออกทางด้านครีเอทีฟที่เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมือง สิ่งเหล่านี้หากเปิดรับจะพบว่าสามารถทำให้จิตใจผ่อนคลายได้เช่นกัน” ปัจฉิมา บอกเคล็ดลับในการใช้ชีวิต

เมื่อถามว่าไปร่วมชุมนุมทางการเมืองบ่อยแค่ไหน ปัจฉิมาบอกว่า ขึ้นอยู่กับโอกาสมากกว่า และมองว่า การไปของตนนั้นเหมือนกับการไปปิกนิค ซึ่งส่วนตัวแล้วที่ไปร่วมเวทีชุมนุมบางครั้ง เพราะต้องการให้เห็นกับตาว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมาใหม่ในสังคมไทยคืออะไร และพบว่าท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ยืดเยื้อ แต่ในเวทีการชุมนุมแต่ละแห่ง กลับพอความเอื้อเผื่อแผ่ของคนไทยด้วยกัน เป็นสังคมแห่งความเอื้ออาทรต่อกัน มีการทำกิจกรรมร่วมกัน และมีร้านค้าสร้างความบันเทิง

สำหรับอดีตอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท