posttoday
10 งานฮิต

10 งานฮิต

22 กุมภาพันธ์ 2557

การที่ใครจะเลือกสมัครงานอะไร คงต้องมีปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน ไม่ใช่แค่สุ่มๆ สมัครไปเท่านั้น

โดย...จารุพันธุ์ จิระรัชนิรมย์

การที่ใครจะเลือกสมัครงานอะไร คงต้องมีปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน ไม่ใช่แค่สุ่มๆ สมัครไปเท่านั้น เพราะหากไม่ใช่งานที่ชอบหรืองานที่ถนัดแล้ว ถ้าได้งานขึ้นมาก็อาจทำได้ไม่นานก็ต้องโบกมือลา แต่ก็ใช่ว่าเราจะได้ทำงานที่ชอบหรือถนัดเสมอไป

เรื่องแบบนี้ไม่ได้อยู่ที่ฝีมือและความสามารถเพียงอย่างเดียว จังหวะและโอกาสมีส่วนสำคัญอยู่ไม่น้อย ลองมาดูกันสิว่าในยุคสมัยนี้คนไทยนิยมสมัครงานอะไรและงานอะไรกันที่บริษัทต้องการค้นหาคนมาร่วมงานมาก...

นพวรรณ จุลกนิษฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จัดหางาน จ๊อบส์ ดีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า 10 อันดับอาชีพที่คนสนใจสมัครมากที่สุดในปัจจุบัน ได้แก่ 1.วิศวกร 2.พนักงานขาย เจ้าหน้าที่บริการลูกค้าและเจ้าหน้าที่พัฒนาธุรกิจ 3.พนักงานธุรการ เจ้าหน้าที่ทรัพยากรบุคคล 4.เจ้าหน้าที่เทคโนโลยีสารสนเทศ 5.พนักงานด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ 6.พนักงานบัญชี 7.พนักงานด้านการเงิน/ธนาคาร 8.พนักงานเกี่ยวกับการผลิต 9.เจ้าหน้าที่ด้านการขนส่ง และ 10.พนักงานโรงแรมและการท่องเที่ยว

ส่วนตำแหน่งงานที่แต่ละบริษัทต้องการคนทำงานมากที่สุด 10 อันดับ คือ 1.พนักงานขาย เจ้าหน้าที่บริการลูกค้าและเจ้าหน้าที่พัฒนาธุรกิจ 2.วิศวกร 3.เจ้าหน้าที่เทคโนโลยีสารสนเทศ 4.พนักงานธุรการ เจ้าหน้าที่ทรัพยากรบุคคล 5.พนักงานบัญชี 6.พนักงานด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ 7.พนักงานด้านการเงิน/ธนาคาร 8.พนักงานเกี่ยวกับการผลิต 9.เจ้าหน้าที่ด้านการขนส่ง และ 10.เจ้าหน้าที่ให้บริการเฉพาะทาง เช่น นักกฎหมาย นักวิเคราะห์

ทั้งนี้ ผู้หางานยุคใหม่เน้นใช้เทคโนโลยีมาช่วยอย่างชัดเจน จะเห็นได้จากตั้งแต่ปี 2554-2556 มียอดการหางานผ่านเว็บไซต์จ๊อบส์ ดีบี เพิ่มขึ้น 300% และคาดว่าปี 2558 จำนวนการเข้าชมเว็บไซต์ผ่านโทรศัพท์มือถือจะแซงหน้าการใช้บนเดสก์ท็อปแน่นอน สอดคล้องกับพฤติกรรมคนยุคนี้ที่ชีวิตติดอยู่กับการใช้อินเทอร์เน็ต โดยมีสมาร์ทโฟนตอบความต้องการนี้ได้อย่างดี

พฤติกรรมเช่นนี้เองที่ทำให้คนที่มีงานทำอยู่แล้วพร้อมที่จะหาโอกาสใหม่ๆ ได้เสมอ โดยใช้บริการมากถึง 48% ของผู้ใช้ทั้งหมด ส่วนกลุ่มที่มุ่งหางานอย่างตั้งใจมี 35% และกลุ่มที่พอใจกับงานที่ทำอยู่แล้วแต่แวะเวียนมาใช้บริการดูงานใหม่ๆ บ้าง 17% วันที่จะมาหางานกันมากที่สุดคือ วันอังคารและพุธ มากกว่าวันหยุด แสดงว่า คนทำงานมักหางานช่วงเวลาที่เขากำลังทำงานอยู่นั่นเอง

สิ่งที่ผู้หางานใช้ประกอบการตัดสินใจสมัครงานกับองค์กรหนึ่งๆ อันดับ 1 คือ เงินเดือนและสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ 32.2% เมื่อลงรายละเอียดลึกไปอีก จะพบว่า ที่ผ่านมาผู้สมัครงานผ่านจ๊อบส์ ดีบี เรียกเงินเดือนต่ำกว่า 1 หมื่นบาท เพียง 2% ระดับ 1 หมื่น34,999 บาท เป็นระดับที่มีสัดส่วนสูงสุด 37% ระดับ 3.5 หมื่น59,999 บาท 22% ระดับ 6 หมื่น99,999 บาท 15% และ 1 แสนบาทขึ้นไป 14% ที่เหลือ 10% ไม่ระบุเงินเดือน

สำหรับปัจจัยประกอบการตัดสินใจอันดับรองลงมาคือ รายละเอียดงานที่ต้องทำ 17.2% อันดับ 3 คุณสมบัติพื้นฐานที่บริษัทต้องการรับ 15.6% อันดับ 4 จำนวนวันทำงาน 9.3% และอันดับ 5 ประวัติบริษัท 7.8% แสดงว่าทิศทางการหางานในปัจจุบันต่างจากอดีตมาก ไม่มุ่งเน้นที่ชื่อเสียงองค์กรเป็นหลักเหมือนเมื่อก่อนที่มักเชื่อว่า หากทำงานกับองค์กรมีชื่อเสียงจะมีความมั่นคงในหน้าที่การงานและสวัสดิการที่ดี องค์กรราชการหรือรัฐวิสาหกิจจึงได้รับความนิยม มีการแข่งขันที่สูงมาก

นพวรรณ แนะนำคนที่กำลังหางานในยุคนี้ว่าควรลองสำรวจตัวเองว่า “รู้จัก” สิ่งเหล่านี้ดีแค่ไหน ก่อนลงมือสมัครงาน เริ่มที่ “รู้ตน” ว่า “ชอบ” งานอะไร “ถนัด” งานแบบไหน เพราะจะทำให้มุ่งไปสู่การค้นหาตำแหน่งที่ชอบ หรือไม่ว่าไปสมัครงานองค์กรไหน ย่อมมีความสุขในการทำงาน ประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก

ต่อมาต้อง “รู้แหล่ง” โดยลงมือค้นหางานที่ชอบหรือถนัด จากคุณสมบัติที่ปรากฏในประกาศโฆษณาว่าตรงความรู้ความสามารถหรือไม่ ปัจจุบันเว็บไซต์หางานมีคุณภาพและเชื่อถือได้ต่างก็อำนวยความสะดวกให้ผู้หางานเลือกงานที่ชอบได้ง่ายขึ้น

สุดท้ายคือ “รู้รอบ” เตรียมความพร้อมสมัครงานอย่างมืออาชีพ โดยต้องเตรียมประวัติ ซึ่งเป็นด่านแรกที่จะทำให้บริษัทรู้จักตัวตนของเรามากที่สุด ผู้สมัครงานควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ทั้งการใช้ภาษา ตรวจสอบตัวสะกด เขียนให้ตรงประเด็น ไม่ยืดเยื้อ เน้นจุดแข็งของเราให้ชัดเจน

นอกจากนี้ ต้องเตรียมรูปถ่ายที่เหมาะสม ถูกกาลเทศะ ศึกษาข้อมูลเบื้องต้นของบริษัทที่สมัครงาน และเตรียมตัวเพื่อสัมภาษณ์งาน ทั้งเครื่องแต่งกาย บุคลิกโดยรวม หากผู้สมัครงาน “รู้จัก” สิ่งที่กล่าวไปอย่างดี งานที่ใช่ ตำแหน่งที่ชอบ ย่อมไม่หนีไปไหน

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล