
ประวัติศาสน์ เพชรบูรณ์
ก่อนเสียงกลองทำวัตรเย็นจะดัง ฝูงนกบังเอิญบินวนเหนือเศียรพระศรีอริยเมตไตรย เหนือหัวพุทธศาสนิกชนนับพันที่มาร่วมพิธีบวงสรวงติดพระเนตร
โดย...กาญจน์ อายุ
ก่อนเสียงกลองทำวัตรเย็นจะดัง ฝูงนกบังเอิญบินวนเหนือเศียรพระศรีอริยเมตไตรย เหนือหัวพุทธศาสนิกชนนับพันที่มาร่วมพิธีบวงสรวงติดพระเนตร เหนือเทียนร้อยเล่มเศษที่เวียนรอบใต้เพ็ญเต็มดวงวันมาฆบูชา
1.งานบุญใหญ่ที่ผ่านมา ตรงกับวันงานใหญ่ที่วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว จ.เพชรบูรณ์ พุทธศาสนิกชนทั่วสารทิศมาพบกันโดยนัดหมายเพื่อร่วมพิธีบวงสรวงติดพระเนตรและอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานไว้ในพระเศียรองค์พระพุทธเจ้าองค์ที่ห้า หรือพระศรีอริยเมตไตรย ณ พระมหาวิหารพระพุทธเจ้าห้าพระองค์
ทั้งหนุ่มสาวและผู้สูงวัยต่างนั่งพับเพียบ เงียบสงบ พนมมือ มองดูพิธีอย่างใจแน่วแน่ พระผู้ใหญ่ทำพิธีที่โต๊ะเครื่องบวงสรวง ร่ายบทสวดทำนองสรภัญญะลงบนศิลาพระเนตรซ้ายขวาก่อนชักลอกขึ้นสู่องค์พระเศียร เมื่อพิธีบวงสรวงสิ้นเสร็จ พุทธศาสนิกชนต่างพร้อมกันเปล่งบทสวดพาหุงมหาการุณิโก หรือพาหุงมหากา ระหว่างการติดพระเนตร จำนวนรอบนับไม่ได้ รู้เพียงว่าเนิ่นนาน นานกระทั่งช่างฝีมือติดพระเนตรลุล่วงสวยงาม จนฝูงนกที่เคยบินวนบินกลับเข้ารังหมดแล้ว ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าขณะอีกฝั่งพระจันทร์ขึ้น ปะรำพิธีที่พระมหาวิหารพระพุทธเจ้าห้าพระองค์เริ่มบางตา คนเคลื่อนที่มาหนาแน่นที่เจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้วสิริราชย์ธรรมนฤมิต
2.เจดีย์พระธาตุผาซ่อนแก้วสิริราชย์ธรรมนฤมิต เป็นเจดีย์ทรงดอกบัวซ้อนกัน 7 ชั้น ตกแต่งด้วยกระเบื้องสี ถ้วยชามเบญจรงค์ ลูกปัด ลูกแก้ว เซรามิกหลากสีสันอันเป็นเอกลักษณ์ของวัด สะท้อนแสงระยับเมื่อสปอตไลต์สาดใส่ เป็นความสวยงามยามค่ำคืนที่น้อยวันนักจะได้เห็น ต้องเป็นวันพิเศษ เช่น มาฆบูชา ที่อนุญาตให้คนขึ้นมาเวียนเทียน
บนยอดพระเจดีย์เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ บริเวณฐานเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธเลิศรัตนโชติมณี หรือพระหยกเขียว และพระพุทธรัตนสัมฤทธิผล หรือพระหยกขาว ให้ศาสนิกชนสักการะได้
วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว ตั้งอยู่บนยอดเขาใน อ.เขาค้อ ล้อมด้วยแนวเขารอบทิศทาง ด้วยความสวยงามของที่ตั้ง ความงดงามของสถาปัตยกรรม และความสำคัญทางศาสนา ทำให้ได้เป็นหนึ่งในสิบ Dream Destinations ที่ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจัดเป็นสถานที่ที่ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องไปสักครั้ง เป็นแหล่งธรรมและแหล่งเที่ยวแห่งใหม่ของ จ.เพชรบูรณ์ เพิ่มเติมจากแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอย่างภูทับเบิกและเขาค้อ
3.ภูทับเบิกเป็นพื้นที่ทำการเกษตรบนที่สูงของชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ตามแนวไหล่เขาเป็นแปลงผัก ผลไม้ ดอกไม้ ดูแล้วก็สวยดี แต่หลายคนไม่มองเช่นนั้น เพราะอีกมุมคือภาพเขาหัวโล้นที่คนเข้ามาแผ่วถางป่าและยึดพื้นที่เพื่อทำการเกษตร จนดูเป็นการทำลายมากกว่าพึ่งพิงธรรมชาติ
ส่วนเขาค้อที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย สุดยอดสถานที่พักตากอากาศหนาวตลอดปี ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งขายที่ดิน เจ้าของที่ต่างตั้งป้ายแบ่งขายที่ดินพร้อมโฉนด ที่ดินถูกแบ่งเป็นบล็อกๆ ถูกทำให้โล่งเตียนพร้อมปลูกอสังหาริมทรัพย์ แต่จะมีใครบ้างกระเป๋าหนักมากว้านซื้อแล้วปลูกป่าแทน
นอกจากนี้ เขาค้อยังเป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ทางการทหารและการเมือง “อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ” คือสิ่งเตือนใจถึงความโหดร้ายของการต่อสู้ระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ (ผกค.) ทั้งสองฝ่ายเป็นคนไทยเหมือนกัน สู้รบตั้งแต่ปี 2511-2525
อนุสรณ์สร้างเป็นแท่งสามเหลี่ยมแทนพลเรือน ตำรวจ และทหาร ที่พลีชีพปกป้องพื้นที่ในเขตรอยต่อ 3 จังหวัด คือ จ.พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย มีรายชื่อผู้เสียสละสลักบนผนัง จำนวน 1,171 รายชื่อ
ประวัติศาสตร์อันโหดร้ายเวลานี้เหลือเพียงร่องรอยบนผนัง อาวุธปลดประจำการ ป้อมปราการร้าง และจุดยุทธศาสตร์ที่ปัจจุบันกลายเป็นจุดชมวิว
“ประวัติศาสตร์กลายเป็นอดีตที่ปัจจุบันเห็นแต่ไม่รู้สึก” ไปเสียแล้ว
4.เส้นทาง “ประวัติศาสน์” แห่ง จ.เพชรบูรณ์ นี้ ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดเป็นเส้นทางแรกของโครงการ Super Bonus แห่งวัย โดยใช้ชื่อว่า “สืบสานศาสน์วิถี รักนี้มอบแด่วีรชน” โดยมอบหมายให้สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (สทอ.) เปิดขายทัวร์ให้นักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป
กฤษฎา รัตนพฤกษ์ ผู้อำนวยการกองตลาดกลางภาคตะวันออก ผู้ริเริ่มแนวคิดการท่องเที่ยวในกลุ่มผู้สูงวัย กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรผู้สูงอายุรวมประมาณ 7.79 ล้านคน หรือร้อยละ 12.38 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งคนที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไปมีอัตราเติบโตสูงที่สุด
“คนวัยนี้เป็นคนที่มีฐานะทางสังคม มีเงิน ไม่มีภาระ ไม่ซีเรียสเรื่องค่าใช้จ่าย แต่ต้องการความสมบูรณ์แบบในการเดินทาง” ผู้อำนวยการกฤษฎา กล่าว
ดังนั้น โครงการนี้จึงตั้งขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของคนสูงวัย และช่วยให้เกิดการใช้จ่ายในวงการท่องเที่ยวทั้งด้านบริษัททัวร์ มัคคุเทศก์ และชุมชน
โครงการ Super Bonus แห่งวัย ประกอบด้วย 8 เส้นทาง ได้แก่ จ.เพชรบูรณ์ (จัดไปแล้ว) หัวหิน (มี.ค.) ชุมพรระนอง (มี.ค.) จันทบุรี (เม.ย.) ชลบุรีระยอง (พ.ค.) นครพนมสปป.ลาว (มิ.ย.) พิษณุโลกแพร่น่าน (ก.ค.) และ อุดรธานีเลย (ส.ค.) โดยทาง สทอ.ได้ให้บริษัทนำเที่ยว 4 บริษัทเปิดขาย ทั้งนี้ โครงการไม่ได้จำกัดเฉพาะคนที่มีอายุ 55 ปีเท่านั้น แต่เส้นทางและกิจกรรมจะเป็นตัวกรองผู้เข้าร่วมเอง







