posttoday
เย็น&ร้อน หวาน&ขม ช็อกโกแลต&กาแฟ

เย็น&ร้อน หวาน&ขม ช็อกโกแลต&กาแฟ

21 กุมภาพันธ์ 2557

สำหรับคอกาแฟแล้ว หากวันไหนไม่ได้ดื่มกาแฟสักถ้วย วันนั้นเหมือนจะผ่านไปอย่างยากลำบาก เช่นที่บางคนบอกว่า กาแฟไม่ดีก็ยังดีกว่าไม่มีกาแฟ!!!

โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง ภาพ วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

สำหรับคอกาแฟแล้ว หากวันไหนไม่ได้ดื่มกาแฟสักถ้วย วันนั้นเหมือนจะผ่านไปอย่างยากลำบาก เช่นที่บางคนบอกว่า กาแฟไม่ดีก็ยังดีกว่าไม่มีกาแฟ!!! แต่ถ้าวันไหนได้ดื่มกาแฟดีๆ สักแก้วแล้วละก็ อารมณ์ไม่ต่างกับได้โบนัส!!!

วันนี้ผู้เขียนได้โบนัสหลายเด้ง เมื่อได้ดื่มกาแฟที่ เดอะ กลาสซ์ บาร์ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน ซึ่งร่วมกับแบรนด์กาแฟชั้นนำของโลกอย่าง อิลลี สร้างสรรค์เมนูกาแฟน่าดื่มออกมาให้คอกาแฟทั่วโลกได้ลอง

เอ่ยถึง อิลลี คอกาแฟก็คงร้องอ๋อ ... เพราะแบรนด์นี้อยู่ยังคงกระพันและสร้างชื่อเสียงในแวดวงนี้มาเนิ่นนาน เรื่องราวของ อิลลี เริ่มต้นที่ตรีเอสเต เมืองท่าซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศอิตาลี ที่นี่คือ ประตูบานแรกซึ่งเปิดรับกาแฟเข้าสู่ทวีปยุโรป ในปี 1933 ฟรานเชสโก อิลลี ได้พัฒนาเครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซ่ขึ้นมา ก่อนจะต่อยอดกิจการของเขาด้วย “แพสชั่น” ที่มีในกาแฟ และเรื่องราวยังคงดำเนินมาจนถึงวันนี้โดยมี แอนเดรีย อิลลี รุ่นที่สามของตระกูลเป็นคนดูแล

เย็น&ร้อน หวาน&ขม ช็อกโกแลต&กาแฟ

 

ทุกวันนี้อิลลีนำเมล็ดกาแฟพันธุ์อาราบิก้าเก้าชนิดจากสี่ทวีปมาผ่านกระบวนการคั่วแบบเฉพาะตัวก่อนบรรจุใส่กระป๋องส่งออกไปขายใน 140 ประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน โรงแรม ร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือที่ทำงาน ก็สามารถลิ้มลองรสชาติเดียวกันได้ในทุกมุมโลก นอกจากนั้นแล้วเขายังสร้างเครื่องชงกาแฟ ออกคอลเลกชั่นถ้วยกาแฟ เช่น คอฟฟี่บาร์สไตล์อิตาเลียน รวมทั้งสร้างเครือข่ายร้านกาแฟอิสระและบาริสต้า ตั้งมหาวิทยาลัยกาแฟเพื่อจัดการเรียนการสอนศาสตร์และศิลป์ของกาแฟ เป็นต้น

แปดทศวรรษของประสบการณ์ทำให้อิลลีมีแฟนคลับอยู่มากมายทั่วโลก หนึ่งในงานของกาแฟอิตาลีแบรนด์นี้คือ ร่วมมือกับโรงแรมเครือเลอ เมอริเดียน ของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ทั่วโลก นอกจากจะให้บริการกาแฟในโรงแรมเหล่านั้นแล้ว ทุกปียังร่วมกันสร้างสรรค์เมนูกาแฟใหม่ๆ เพื่อแนะนำให้กับลูกค้าได้ลิ้มลอง ปีนี้โครงการนี้ก็กลับมาอีกครั้งในชื่อ “ฤดูกาลแห่งการดื่มกาแฟกับแบรนด์ เลอ เมอริเดียน”

เย็น&ร้อน หวาน&ขม ช็อกโกแลต&กาแฟ

กาแฟสูตรพิเศษซึ่งผู้เขียนได้ไปลองชิมที่ เดอะ กลาสซ์ บาร์ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน ประกอบด้วยสามเมนูคือ ฟอนแดนท์ (Fondente) เป็นกาแฟเอสเปรสโซ่ผสมกับกรองด์ ครู ดาร์ก ช็อกโกแลต ซึ่งมีสองเมนูที่แตกต่างกันคือ ดอลเช ฟอนแดนท์ (Dolce Fondente) และ เนฟ ฟอนแดนท์ (Neve Fondente) ผสมจากเอสเปรสโซ่กับนมร้อนและผงโกโก้แล้วท็อปด้วยฟองนมเย็น ทั้งสองสูตรนี้จะหน้าตาคล้ายคลึงกันเสิร์ฟในแก้วสไตล์เดียวกัน ต่างตรงที่สีสันและรสชาติที่เข้มกว่า

ความพิเศษของฟอนแดนท์คือ การผสมผสานระหว่างกาแฟร้อนกับ (ฟอง) นมเย็น เวลาดื่มต้องให้ได้ทั้งสองส่วนแล้วจะพบว่าให้รสชาติที่แตกต่างออกไป อีกหนึ่งความพิเศษซึ่งเกี่ยวกับเมนูทั้งสองคือ การจับคู่ระหว่างดาร์กช็อกโกแลตกับกาแฟ (รวมทั้งผงโกโก้ซึ่งเป็นผลผลิตของช็อกโกแลต) คู่นี้นับเป็นคู่สุดแสนคลาสสิกที่นิยมกันมาเนิ่นนาน ไม่ว่าจะเป็นเอสเปรสโซ่หรือกาแฟร้อนอื่นๆ กับช็อกโกแลตสักชิ้น หรือเติมช็อกโกแลตไซรัปลงในกาแฟ หรือผสมกันอย่างสูตรกาแฟข้างบน ทั้งหมดล้วนไปกันได้ดี

เย็น&ร้อน หวาน&ขม ช็อกโกแลต&กาแฟ

 

อีกหนึ่งเมนูสำหรับคนชอบหวาน มัน และขม คือ คาปูชิโน เวียนนิส (Cappuccino Viennese) ผสมจากเอสเปรสโซ่และนมสด ตกแต่งด้วยวิปปิ้งครีมและผงโกโก้ เมนูนี้นับว่ามีความคลาสสิกอย่างมาก คำว่า Cappuccino เป็นภาษาอิตาเลียน ซึ่งมาจากคำว่า Kapuziner ซึ่งใช้ในเวียนนามาก่อน สูตรกาแฟนี้คิดค้นขึ้นในราวต้นศตวรรษที่ 19 ที่อิตาลีก่อนจะแพร่หลายไปทั่วโลก หากเมนูคาปูชิโนที่มีคำว่าเวียนนิสมาด้วยหมายความว่าราดด้วยวิปปิ้งครีม โรยด้วยซินนามอน (อบเชย) หรือผงช็อกโกแลตนั่นเอง

สำหรับคอกาแฟ ไม่ว่าจะเย็นหรือร้อน หวานหรือขม ผสมช็อกโกแลตหรือไม่ กาแฟหนึ่งแก้วรับประทานคู่กับคุกกี้สักชิ้นหรือเบเกอรี่อื่นอย่าง บิสคอตติ เค้ก มัฟฟิน หรือ เอแคลร์ (ในภาพเป็นเอแคลร์สูตรฝรั่งเศสทรงกระบอกยาว สอดไส้ด้วยเนื้อครีมนุ่มๆ ตกแต่งหน้าด้วยวิปปิ้งครีม ไอซิ่ง คาราเมล ฯลฯ มีให้เลือกทั้งรสช็อกโกแลต กาแฟ ตะไคร้ มะพร้าว และราสเบอร์รี่ กรอบนอกนุ่มใน) แค่นี้ก็สามารถเติมเต็มแต่ละวันแต่ละมื้อให้สมบูรณ์มากขึ้น

กาแฟแต่ละแก้วเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่อัศจรรย์ แม้มื้อนี้หรือวันนี้เราจะดื่มไปแล้ว แต่พรุ่งนี้เราก็ยังต้องการอีกอย่างไม่จบสิ้น อย่างที่ใครคนหนึ่งพูดว่า “ชีวิตคือการเดินทางที่สวยงามและไม่มีที่สิ้นสุดเพื่อค้นหากาแฟถ้วยที่สมบูรณ์แบบ ...” @

เย็น&ร้อน หวาน&ขม ช็อกโกแลต&กาแฟ

เคล็ดไม่ลับกาแฟอร่อย

ปิอานนท์ สุวรรณจูฑะ บาริสตาผู้เชี่ยวชาญเรื่องกาแฟแห่ง โรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน แนะเคล็ดไม่ลับแบบเฉพาะตัวที่จะทำให้กาแฟอร่อยขึ้น

ไม่ควรปรุงหรือใส่น้ำตาลเพิ่ม เพื่อรับรสที่แท้จริงของกาแฟได้อย่างเต็มที่ สามารถสัมผัสกับคุณภาพของเมล็ดกาแฟได้

วิธีดื่มเอสเปรสโซ่ก็คล้ายไวน์ ก่อนดื่มต้องดมเพื่อรับอโรม่า แล้วค่อยจิบๆ (แต่ไม่ใช้เวลานานเกิน เพราะเอสเปรสโซ่ต้องดื่มหลังจากชงจากเครื่องอย่างรวดเร็ว) เพื่อรับรู้ถึงกลิ่นของกาแฟ ความหอมละมุน

จิบสองรับรู้เทสต์ของกาแฟ ความหวาน ความเปรี้ยว ความละมุน

จิบสามหรือจิบสุดท้ายจะได้สัมผัสกับอาฟเตอร์เทสต์ ในเมล็ดกาแฟหนึ่งเมล็ดจะมีกลิ่นรสหลากหลายมากถึง 1,000 ชนิด แต่ละคนจะสามารถรับรู้เทสต์ได้แตกต่างกันออกไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท