posttoday
เอดส์ไดอะรี

เอดส์ไดอะรี

20 กุมภาพันธ์ 2557

โดย...วิชช์ญะ ยุติ

โดย...วิชช์ญะ ยุติ

ความป่วยไข้ไม่เคยจางหายไปจากโลกภาพยนตร์ ยังเป็นประเด็นที่ถูกหยิบมาเล่าซ้ำกันบ่อยๆ ไม่ว่าจะป่วยไข้ด้วยโรคอะไร ก็ล้วนแต่ได้รับความสนใจจากสังคมทั้งสิ้น

และที่ลืมไม่ได้ ภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเหล่านี้ ก็มักโดนจริตกรรมการออสการ์ ถึงขั้นต้องมอบความยอดเยี่ยมให้เป็นกำลังใจ

เราไม่กล้าฟันธงว่า Dallas Buyers Club จะคว้ารางวัลใหญ่หรือไม่ เมื่อวัดจากจำนวนคู่แข่ง 9 เรื่องสุดท้าย ต่างก็มีลุ้นพอๆ กัน ต้องรอดูว่าหวยจะออกที่เรื่องนี้ หรือเรื่องอื่น

แต่ที่มีลุ้นแน่ๆ คงหนีไม่พ้นสาขานักแสดงนำชาย “แมทธิว แมคคอนนาจ์เฮย์” ที่ยอมลดน้ำหนักกว่า 20 กิโล เพื่อบทโรดิโอติดเชื่อเอดส์ (เหมือนตอน คริสเตียน เบล รับบทชายไม่หลับไม่นอนใน The Machinist) ต้องขอคารวะในความทุ่มเทและสปิริตแรงกล้าในฐานะนักแสดงที่พร้อมจะทำให้ผู้ชมเชื่อว่าเขาคือตัวละครตัวนั้น

“รอน วูดรูฟ” (มีตัวตนจริงๆ) ที่แมทธิวรับบท สะท้อนภาพเอดส์ในมุมที่ดูไม่ฟูมฟาย หม่นมัว ซึมเซาแบบจงใจบิ้ว เพื่อให้เกิดอารมณ์สะเทือนใจ แต่ภาพยนตร์กลับสร้างพลังให้เห็นถึงหาญกล้าที่จะต่อสู้กับโรคร้ายด้วยหัวใจแกร่ง ใจคุณเท่านั้น ไม่มีใครช่วยได้ ตราบใดใจคุณสู้ คุณก็จะมีลมหายใจต่อ

ไม่พอ ตัวละครตัวนี้ยังทำหน้าที่เสมือนคนหัวรั้น เต็มไปด้วยอคติ ไม่ไว้วางใจใครง่ายๆ ทว่า สุดท้ายเอดส์ก็พาเขาไปพบกับมิตรภาพ ความดีที่ซ่อนเร้นอยู่ในร่างกะเทยและหมอสาว โลกที่เขาอยู่นั้นเลวร้ายและชั่วช้ากว่าโรคร้ายหลายเท่า ยิ่งเฉพาะการเข้าถึงยารักษา ที่ผูกขาดกันระหว่างบริษัทยากับระบบสาธารณสุข คนรากหญ้าไม่สามารถเข้าถึงยาได้อย่างสะดวกโยธิน

ภาพยนตร์ชวนให้ใจหายในหลายๆ ฉาก บางฉากแม้ไม่ได้ฟูมฟาย แต่ก็อดสะเทือนใจไม่ได้ อย่างเรื่องความเข้าใจต่อเอดส์ที่เกิดขึ้นกับรอน เขาเชื่อมาตลอดว่า เอดส์คือโรคร้ายของกลุ่มรักร่วมเพศ โรดิโอแมนๆ เช่นเขา เที่ยวผู้หญิง ดื่มจัด เสพยา ไม่มีวันเป็นได้

ผิดมหันต์!!! ผู้ชายหนุ่มแน่นอย่างรอนก็มีความเสี่ยง เขาตกเป็นเหยื่อของโรคร้าย เพราะเขาเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยง ชีวิตในสนามปราบวัวพยศก็ว่าเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายแล้ว แต่ชีวิตนอกสนามของรอนกลับเสี่ยงกว่ามาก ผลลัพธ์ของการใช้ชีวิตเสี่ยงๆ คือ หมอบอกรอนว่าเขาติดเชื้อเอดส์

ทันที่รู้ว่าตัวเองติดเอดส์ โลกทั้งใบของรอนก็หมุนติ้วทันที เราได้เห็นอาการเป๋ของคนมั่นใจ มันพังทลายและแตกสลายโดยพลัน ความไม่เชื่อแล่นเข้ามาในหัว แต่นั่นมันก็สายไป เพราะความจริงเขาคือผู้ป่วยติดเอดส์ เขาต้องอยู่กับมัน มีชีวิตกับมัน ที่สำคัญ เขาต้องสู้กับโรคร้ายนี้ให้ได้ ไม่ใช่แค่ตัวเขา แต่เพื่อเอนร่วมชะตากรรม

ตัวละครกะเทย (รับบทโดย จาเรด เลโต) กับหมอสาว (รับบทโดย เจนนิเฟอร์ การ์เนอร์) กลายเป็นแรงผลักดันให้รอนลุกขึ้นสู้ กล้าที่จะเดินออกมาสู้กับโรคร้ายและระบบสาธารณสุขอันไร้ยางอาย ภาพยนตร์ไม่ได้สรุปว่าใครคือผู้ร้าย เอดส์ การเข้าไม่ถึงยา ระบบสาธารณสุข กลุ่มรักร่วมเพศ หรือว่าโรงพยาบาลและหมอใจดำ แต่ภาพยนตร์กลับมุ่งที่จะให้ตัวละครทุกตัวพุ่งไปข้างหน้า โดยไม่หันกลับมามองหลังหรืออดีต สู้กับสถานการณ์ที่กำลังจะเกิด เพื่อให้มีชีวิตอยู่กับโลกที่ตัวเองเป็นคนเลือกและเป็นคนเสี่ยง

แมทธิวกับจาเรดกวาดรางวัลด้านการแสดงมาหลายเวที ลูกโลกทองคำ Screen Actors Guild, Broadcast Film Critics Association, DallasFort Worth Film Critics, Hollywood Film Festival, Toronto Film Critics ส่วนออสการ์ แมทธิวมีลุ้น จาเรดเจอคู่แข่งสายแข็ง

จาเรดเริ่มงานแสดงตั้งแต่ปี 1992 แต่ภาพที่ทุกคนจำได้ คือ การเป็นนักร้องนำวงร็อกชื่อดัง 30 Seconds to Mars และนี่คือการเข้าชิงออสการ์ครั้งแรก เช่นเดียวกับแมทธิวก็เข้าชิงออสการ์ครั้งแรก หลังผ่านงานแสดงมามากมายทั้งบล็อกบัสเตอร์และงานอินดี้ อาทิ Mud, Magic Mike, Contact, U571, A Time to Kill

สาขาผู้กำกับยอดเยี่ยมไม่มีชื่อ ฌองมาร์ก วาลลี นั่นก็พอจะเดาได้ว่า Dallas Buyers Club คงไปไม่ถึงฝั่งฝันในฐานะภาพยนตร์แห่งปี แต่เจ้าตัวก็บอกได้แค่ว่า “มันเป็นการปิดฉากการผจญภัยอันน่าทึ่งของหนังเรื่องนี้ ที่สามารถแชร์ความรู้สึกดีๆ ร่วมกัน เมื่อเรามีโอกาสโฟกัสประวัติศาสตร์ที่ทั้งงดงามและบางคราวก็เจ็บปวด แต่เราก็ต้องจดจำไว้”

Dallas Buyers Club

ปี 2013

ประเภท ชีวิต/ชีวประวัติ

ประเทศ สหรัฐ

ความยาว 117 นาที

ภาษา อังกฤษ/ญี่ปุ่น

เรตติ้ง น18+ (เหมาะสำหรับผู้ชมอายุ 18 ปีขึ้นไป)

กำกับ ฌองมาร์ก วาลลี

แสดงนำ แมทธิว แมคคอนนาจ์เฮย์/จาเรด เลโต/เจนนิเฟอร์ การ์เนอร์

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท