
สุวพิชญ์ ว่องวิริยะวาณิช นักบินคนสวยและจิตใจงาม
สาวสวยผิวดีผู้นี้ “วินดี้” สุวพิชญ์ ว่องวิริยะวาณิช มิใช่มีดีที่ความสวยอย่างเดียว แต่เธอยังเก่งและมีความสามารถหลายอย่าง
โดย...วรธาร ทัดแก้ว / ภาพ เสก
สาวสวยผิวดีผู้นี้ “วินดี้” สุวพิชญ์ ว่องวิริยะวาณิช มิใช่มีดีที่ความสวยอย่างเดียว แต่เธอยังเก่งและมีความสามารถหลายอย่าง เป็นทั้งนักบิน ทั้งอาจารย์มหาวิทยาลัย และครูสอนโยคะ ยิ่งกว่านั้นเธอยังมีจิตงดงามด้วยหัวใจผู้ให้ โดยรับเป็นผู้อุปถัมภ์เด็กในมูลนิธิศุภนิมิตด้วย โดยเป็นนักบินผู้ช่วยประจำสายการบินแอร์เอเชีย เป็นอาจารย์พิเศษสอนจิตวิทยา ภาคอินเตอร์ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และเป็นครูสอนโยคะที่วีว่า คลินิก สาขาปิ่นเกล้า
ด้วยความชอบในเครื่องบินและใฝ่ฝันอยากบินไปทั่วโลก เป็นแรงผลักดันให้เธอมองไปที่การเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเป็นอันดับแรก จึงไปสอบแอร์โอสเตสของสายการบินกาตาร์แอร์เวย์ส และทำอยู่ที่สายการบินแห่งนี้เป็นเวลา 1 ปี ก่อนจะมาทำอยู่ที่แอร์เอเชีย และเป็นแอร์เอเชียที่เปิดปรากฏการณ์ใหม่ให้กับผู้หญิงสามารถเป็นนักบินได้
“ดี้อยู่ที่กาตาร์แอร์เวย์ส 1 ปี จากนั้นออกมาอยู่แอร์เอเชีย ตำแหน่งพนักงานต้อนรับบนเครื่องเหมือนกัน แต่ขณะเดียวกันนั้นทางแอร์เอเชียได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงเป็นนักบินได้ จึงไปสมัครสอบควบด้วย ปรากฏว่าสอบได้ จึงเลือกเป็นนักบิน นับจากวันนั้นถึงวันนี้ก็ขับเครื่องบินมาเกือบ 8 ปีแล้ว”
เธอเล่าย่างก้าวของการได้เป็นนักบินว่า ต้องผ่านการสอบข้อเขียน แล้วจึงไปสอบสัมภาษณ์ ตรวจร่างกาย สอบจิตวิทยาการบิน จากนั้นฝึกอยู่เป็นเวลา 1 ปีครึ่ง เพื่อเก็บชั่วโมงบินให้ได้ 200 ชั่วโมง กับเครื่องบินเล็กแบบไม่มีผู้โดยสารบนเครื่อง เพื่อให้รู้เกี่ยวกับพื้นฐานการบินทุกอย่าง และทำความคุ้นเคยกับเครื่อง จากนั้นจึงไปฝึกเครื่องที่ใหญ่ขึ้น
“ฝึกกับเครื่องบินเล็กอยู่ปีครึ่ง ก็มาฝึกกับเครื่องใหญ่ขึ้น ซึ่งรับผู้โดยสารได้ 180 คน แต่เป็นการฝึกกับเครื่องบินจำลอง หรือซิมูเลเตอร์อยู่ประมาณ 2 เดือน จนชำนาญแล้วสอบเพื่อจะขึ้นบินเครื่องจริง พอสอบผ่านก็ได้บินเครื่องจริงกับครูการบิน รับผู้โดยสารตั้งแต่เที่ยวแรก รู้สึกประทับใจ เป็นอะไรที่ท้าทายมากสำหรับผู้หญิงคนหนึ่ง”
ตอนนี้เพื่อนรุ่นเดียวกับเธอเป็นกัปตันไปหมดแล้ว แต่ตำแหน่งของเธอยังคงเป็นนักบินผู้ช่วยอยู่ ทว่าก็ก้าวขึ้นเป็นแคนดิเดตกัปตันเต็มตัว คือ สามารถที่จะสอบกัปตันได้ในปีนี้ เพราะชั่วโมงบินเธอมากถึง 4,500 ชั่วโมง
“ดี้ยังไม่ได้เป็นกัปตันค่ะ เพราะยังไม่ได้สอบ แต่ก็สามารถที่จะสอบกัปตันได้ในปีนี้ เพราะชั่วโมงบินดี้ 4,500 ชั่วโมงแล้ว แต่ที่ยังไม่สอบ เพราะตอนนี้แอร์เอเชียกำลังจะนำเครื่อง 330 เข้ามา คิดว่าเดือนหน้า ซึ่งรับผู้โดยสารได้มากถึง 345 คน เครื่องใหญ่ขึ้น บินไกลขึ้น จากปัจจุบันเราบินเครื่อง 320 รับผู้โดยสาร 180 ที่นั่ง คิดว่าขับเครื่องใหญ่แล้วจึงจะสอบกัปตัน ซึ่งต้องได้ชั่วโมงบิน 6,000 ชั่วโมง คาดว่าใน 5 ปี จะสอบกัปตันลำใหญ่ให้ได้”
นักบินคนสวยบอกว่า เครื่องบินไม่ได้ขับยากอย่างที่คิด เพราะเครื่องถูกสร้างให้คนที่มีไอคิวปกติทุกคนสามารถขับได้ แต่สิ่งที่ท้าทายที่สุดของอาชีพนี้เวลาเกิดเหตุฉุกเฉิน จะควบคุมอารมณ์ได้ดีแค่ไหน แล้วจะทำยังไง จะตัดสินใจอย่างไร มีเรื่องให้คิดตลอด มิใช่แค่เรื่องสภาพอากาศ อาจจะผู้โดยสารป่วยหนัก เป็นต้น
“เป็นนักบินมา 8 ปีแล้ว ตั้งแต่ปี 2005 เรียกว่าถ้าไม่รักอาชีพนี้ทำไม่ได้ งานทุกอย่างมีทั้งสิ่งที่ดีและไม่ดี มีทั้งสิ่งที่เราชอบและไม่ชอบ มีทั้งเรื่องกดดันและไม่กดดัน หากเราอยู่กับสิ่งที่ไม่ชอบ เจอเรื่องที่ไม่ดี เรื่องที่กดดันนิดเดียวก็ไม่อยากทำต่อแล้ว แต่ถ้ามีความชอบ หากเจออุปสรรคมากหรือน้อยเราก็จะพยายามทำต่อไปให้ดีที่สุด จนวันหนึ่งอุปสรรคผ่านไป ชีวิตก็จะเป็นเรื่องปกติ ชิลชิลแล้ว เพราะผ่านความยากและอุปสรรคมาแล้ว”
อย่างไรก็ตาม ปัญหาอย่างหนึ่งของนักบินรวมถึงพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน คือ เรื่องสุขภาพ โดยเฉพาะนักบินต้องใช้สมองและความคิดตลอดเวลา และมีภาระหนักในการนำพาผู้โดยสารไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ทำให้เธอต้องใส่ใจดูแลสุขภาพอยู่เสมอ
“อายุเฉลี่ยของนักบินอยู่ที่ 65 ปี แต่ไม่คิดอยู่นานขนาดนั้นแน่ แค่คิดว่าชีวิตคนเราเกิดมาชีวิตหนึ่ง เพียงอยากทำในสิ่งที่ชอบให้เต็มศักยภาพของตัวเองก็พอ ดังนั้นสิ่งแรกดี้จะบริหารเวลาให้ดี ให้ชีวิตเราสามารถอยู่ได้อย่างปกติ เช่น บินดึกกลับเช้า ต้องนอนให้อิ่ม กินให้เต็มที่ ไม่งั้นร่างกายจะโทรม เพราะนักบินใช้สมองเยอะ ต้องนั่งกับที่นานๆ 5 6 7 8 ชั่วโมง เวลาที่กล้ามเนื้อไม่ขยับ โรคปวดหลังถามหา วันที่ไม่ได้บินก็จะไปเล่นโยคะ”
นอกจากเป็นนักบินที่หน้าตาสวยหุ่นดีแล้ว เธอยังแบ่งเวลาไปทำประโยชน์ด้วยการสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นงานที่เธอทำมาหลายปี และเป็นงานที่ชอบก่อนที่จะมาเป็นแอร์โฮสเตสและนักบิน โดยเคยเป็นครูสอนภาษาที่โรงเรียนสอนภาษาแห่งหนึ่งมาก่อน
“การเป็นครูถือว่าเป็นอาชีพที่มีเกียรติ เพราะเป็นอาชีพที่ให้สิ่งที่ดีหรือคุณค่าแก่สังคม ต่างจากอาชีพนักบินที่สร้างรายได้เฉพาะบุคคลเท่านั้น เนื่องจากการเป็นครูนอกจากจะสอนในเรื่องเนื้อหาสาระของวิชาแล้ว ยังได้หล่อหลอมชีวิตของนักศึกษาด้วยการสอดแทรกแนวความคิด การใช้ชีวิต ให้ได้รับประสบการณ์ นำไปคิดและนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้”
สุดยอดจริงๆ ครับ กับทุกบทบาทที่เป็น ไม่ว่านักบิน อาจารย์สอน หรือแม้แต่ครูสอนโยคะ และยังพูดได้ถึง 5 ภาษาด้วย
การศึกษา ปริญญาตรีเกียรตินิยมเหรียญเงิน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เอกภาษาจีนธุรกิจ ปริญญาโทจิตวิทยาการให้คำปรึกษา หลักสูตรอินเตอร์ มหาวิทยาลัยเดียวกัน
ปัจจุบัน เป็นนักบินผู้ช่วยที่แอร์เอเชีย ขณะเดียวกันก็เป็นอาจารย์พิเศษสอนจิตวิทยาที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ทุกวันศุกร์ ในภาคบ่าย ได้ประมาณ 5 ปี ก่อนที่จะมาสอนโยคะที่วีว่า คลินิก ที่ปิ่นเกล้า เวลา 18.3019.30 น. (สอนได้ 7 เดือนแล้ว)
เป้าหมายในอนาคต อยากเป็นกัปตันเครื่องบินใหญ่ หลังเป็นกัปตัน อยากไปเรียนโยคะกับไอเอนก้า กูรูโยคะชาวอินเดีย ที่ประเทศอินเดีย ในอาศรมที่สงบเงียบ
ในชีวิตไม่คิดว่าต้องรวยมีเงินเท่านั้นเท่านี้ เพราะรู้สึกว่ามีเงินแต่ไม่มีความสุขก็ไม่มีความหมาย แต่ชีวิตทุกวันนี้โดยรวมมีความสุข







