
หมายเหตุ งานมาฆบูชาโลกครั้งที่ ๕ ณ ประเทศอินเดีย
ขอเจริญพรสาธุชนผู้มีศรัทธามั่นคงในพระพุทธศาสนา อาตมาได้นั่งเขียนต้นฉบับ “ธรรมส่องโลก”
ขอเจริญพรสาธุชนผู้มีศรัทธามั่นคงในพระพุทธศาสนา อาตมาได้นั่งเขียนต้นฉบับ “ธรรมส่องโลก” ขึ้นในกุฏิเล็กๆ ณ วัดเวฬุวันมหาวิหาร แห่งพระนครราชคฤห์ปัจจุบันตั้งอยู่ในเขตนาลันทา นครปัตนะ รัฐพิหาร/อินเดีย ซึ่งหน่วยงานป่าไม้ที่กำกับดูแลสวนป่าเวฬุวัน โดยรัฐบาลแห่งรัฐพิหาร ได้อนุญาตให้สร้างกุฏิเล็กพร้อมห้องน้ำห้องสุขา เพื่ออยู่อาศัยได้ จึงเป็นเรื่องปกติที่อาตมามาพักที่นี่ เมื่อเดินทางมาปฏิบัติศาสนกิจในพุทธคยาและพระนครราชคฤห์ หรือ ต.ราชกีร์/นาลันทาฯ ในปัจจุบัน การมาพักในครั้งนี้ของอาตมา ด้วยต้องรับผิดชอบจัดงาน “มาฆบูชาโลกครั้งที่ ๕” ขึ้นระหว่างวันที่ ๑๑๑๕ ก.พ. ๒๕๕๗ ซึ่งขณะที่เขียนต้นฉบับอยู่นี้ อาตมาเพิ่งเสร็จสิ้นการประกอบศาสนกิจในวันมาฆปุรณมี ที่ตรงกับวันศุกร์ที่ ๑๔ ก.พ. ๒๕๕๗... โดยมีศรัทธาสาธุชนมาร่วมงานกันพอสมควร ทั้งชาวอินเดียและคณะศรัทธาชาวไทยโดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลอินเดีย จนถึงหัวหน้าวิปของรัฐบาลแห่งรัฐพิหาร/อินเดีย ซึ่งเสมือนเป็นตัวแทนของรัฐบาลมากล่าวต้อนรับด้วยความคุ้นเคยกันพอสมควรโดยได้กล่าวยืนยันการสนับสนุนการทำงานของอาตมา ที่เกี่ยวข้องอยู่ในพื้นที่รัฐพิหารหรือมคธชนบทในอดีต แห่งชมพูทวีป... มีคำกล่าวอยู่ประโยคหนึ่งที่ควรบันทึกไว้ของหัวหน้าวิปรัฐบาลฯ “หากสิ่งใดที่ทางการทูตไม่สามารถช่วยได้หรือเข้าไปไม่ถึง ก็ขอให้บอกมา พร้อมที่จะช่วยหากเกี่ยวเนื่องในพื้นที่รัฐพิหาร”
...จริงๆ แล้ว การทำงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาของอาตมาในปัจจุบัน มักจะนิยมใช้วิธีการประสานงานกับสถานทูตของประเทศที่เกี่ยวข้องเพื่อความมั่นใจชัดเจนในการทำงาน ซึ่งต้องยอมรับว่าได้ผลเป็นอย่างยิ่ง... แต่ในขณะเดียวกัน พิธีการทูตก็จะเป็นไปเฉพาะงานประสานการติดต่อแบบราชการ (Official) การที่จะประสานงานลงไปในรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับบุคคล องค์กรภาคเอกชนนั้นๆ ก็ออกเป็นปัญหา จึงต้องพึ่งพาบุคคลที่มีศักยภาพในแต่ละเรื่องราวเป็นลำดับการมีความสัมพันธ์กับบุคคลองค์กรฯ จึงเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อการขอรับการสนับสนุนการช่วยเหลือในกิจการงานที่ต้องกระทำและหวังความสำเร็จขั้นสูงสุด
ดุจดังเช่นการจัดงานมาฆบูชา หรือการประสานงานใช้สถานที่สำคัญๆ ในประเทศอินเดียที่ต้องใช้ลักษณะความสัมพันธ์ทั้งสองทาง คือ ทั้งทางการทูตและช่องทางส่วนตัว ทำให้ได้รับอนุมัติจากหน่วยงานของรัฐบาลอินเดีย ให้สามารถใช้สถานที่อย่างสวนป่าเวฬุวันหรือวัดเวฬุวันมหาวิหาร มาจัดงานเฉลิมฉลองในเทศกาลมาฆบูชาได้ตามประสงค์ อันนำมาสู่ความปีติยินดีของศรัทธาสาธุชนเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเป็นความภาคภูมิใจของคณะสงฆ์ที่ได้รับวัดเวฬุวันมหาวิหารกลับคืนมาสู่อ้อมกอดของพระพุทธศาสนา แม้เป็นเพียงการได้รับสิทธิเข้ามาใช้สอยเพื่อจัดงานมาฆบูชา... จึงไม่แปลกที่จะได้รับการสนับสนุนจากศรัทธาสาธุชน เพื่อให้งานมาฆบูชาปรากฏคืนกลับสู่แผ่นดินเกิดพระพุทธศาสนาอย่างสมบูรณ์
ในปีนี้พุทธศักราช ๒๕๕๗ นับเป็นปีที่ ๕ แห่งการจัดงานมาฆบูชาในประเทศอินเดีย ณ วัดเวฬุวันมหาวิหาร ดินแดนที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประทับถึง ๕ พรรษา ซึ่งเพิ่งจบสิ้นไปอย่างสมบูรณ์ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายด้วยการเปิดโอกาสให้ชาวอินเดียในท้องถิ่นและจากรัฐต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมในงานเฉลิมฉลองสัปดาห์งานมาฆบูชา เว้นการประกอบศาสนกิจของหมู่สงฆ์ อันเป็นไปตามพระธรรมวินัย
จึงใคร่ขอบันทึกร่องรอยงานมาฆบูชา ณ วัดเวฬุวันฯ ครั้งที่ ๕ ไว้ใน “ธรรมส่องโลก” ทั้งนี้ จะได้นำสารแสดงความยินดีของท่านเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทย เขียนในโอกาสวันมาฆบูชามาเผยแพร่เพื่อสาธุชนชาวไทยจะได้ร่วมกันอนุโมทนา...สาธุการโดยเฉพาะการแสดงความขอบคุณต่อท่านเอกอัครราชทูตอินเดียประจำประเทศไทยที่มีความศรัทธาต่อพระพุทธศาสนา และมีความกรุณาถวายการดูแลให้งานมาฆบูชาที่จัดขึ้นในประเทศอินเดียครั้งนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยสมบูรณ์ทุกประการ
ขอเจริญพร







