
อยากแปลกแต่กลัวโดดเดี่ยว
โดย...โยโมทาโร่
โดย...โยโมทาโร่
สถานการณ์ วรชัยเป็นคนที่ชอบอะไรแปลกใหม่ๆ และอยากจะเป็นคนที่นำเทรนด์คนอื่นๆ เสมอ เขามักจะมีโทรศัพท์รุ่นใหม่เปลี่ยนทุกปี แต่ถ้าใช้ไม่ดีดังใจหวังก็ขายเครื่องเก่าแล้วเปลี่ยนใหม่ทันที ส่วนเรื่องแอพ เว็บไซต์ โปรแกรมใหม่ๆ เขาจะเป็นคนแรกๆ ที่ได้ทดลองใช้จนเพื่อนๆ บอกว่าน่าจะไปเขียนบล็อกรีวิวนะ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะบ้าเทคโนโลยีได้มากขนาดนี้
หลังๆ วรชัย เริ่มห่างหายจากเฟซบุ๊กไม่ค่อยอัพเดตอะไรมากนัก เพื่อนๆ ก็เริ่มแปลกใจจึงถามเขาว่าหายไปไหน วรชัย ตอบว่าเปลี่ยนมาเล่นทวิตเตอร์กับกูเกิลพลัส เพราะเขาบอกว่า คนที่ชอบเล่นทวิตเตอร์ ส่วนใหญ่เป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือ และมักจะคิดก่อนพิมพ์สเตตัส แล้วก็ชวนมาเล่นทวิตเตอร์ด้วยกัน
แรกๆ เพื่อนๆ ไม่ค่อยถนัดกับทวิตเตอร์เท่าไหร่นัก เพราะดูแล้วเหมือนกลับไปใช้ RSSfeed ที่ใช้รับข่าวสมัยมือถือยังเป็นระบบ 2จี จากที่เคยโพสต์ทวิตเตอร์เล่นกับวรชัย ก็กลายมาเป็นแอพรับข่าวจากสำนักข่าวต่างๆ แทน และกลับไปเน้นเล่นเฟซบุ๊กเหมือนเดิมด้วยความเคยชิน
ในขณะที่วรชัยก็เริ่มโพสต์สเตตัสถึงข้อดีของการเล่นทวิตเตอร์และกูเกิลพลัส รวมทั้ง ทัมเบลอร์ โซเซียลบล็อกอันใหม่ ว่ามีสาระมากกว่า ซึ่งไม่มีใครทราบจุดประสงค์ที่แท้จริง ว่าเขาต้องการเหน็บแนมเพื่อนๆ ที่กลับไปเล่นเฟซบุ๊กหรือแค่อยากจะชวนให้เล่นเป็นเพื่อนเขา แต่ที่แน่ๆ วรชัยไม่กลับไปเล่นเฟซบุ๊กอีกเลย อาศัยแค่ส่องเพื่อนๆ เท่านั้น
แต่เพื่อนๆ ในกลุ่มก็อยากให้เขากลับมาเล่นเฟซบุ๊กเหมือนเดิม เพราะเวลาแจ้งข่าวสารทางเฟซบุ๊กในกลุ่มจะดูง่ายกว่า จนหลายคนเริ่มอันเฟรนด์วรชัยออกจากเฟซบุ๊ก เพราะไม่ชอบให้ถูกส่องเพียงอย่างเดียว โดยที่ไม่รู้ความคืบหน้าของอีกคนเลย
ทางออก ที่จริงแล้วการหาอะไรใหม่มาเล่นก็เป็นเรื่องที่ดี แต่เราก็ไม่ควรดูแคลนคนที่คิดต่าง หรือใช้สิ่งเดิมๆ โดยไม่เปลี่ยนแปลง เพราะบางอย่างที่ใช้ได้ดีอยู่เราก็สามารถใช้ไปได้เรื่อยๆ เพราะคนเราโดยทั่วไปจะเปลี่ยนแปลงการใช้งานก็ต่อเมื่อมีสิ่งใหม่ที่ดีกว่าเดิม
กรณีของวรชัย เราไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย เพราะถ้าคนส่วนใหญ่ยังอยู่กับเฟซบุ๊กวรชัยจะกลับมาเอง เพราะโซเซียลมีเดียจะเล่นสนุกก็ต่อเมื่อมีเพื่อนๆ เล่นด้วยเท่านั้น และอันที่จริงแล้ววรชัยก็ไม่จำเป็นต้องทิ้งเฟซบุ๊กไปเสียทีเดียว เขายังสามารถลิงก์การโพสต์สเตตัสทวิตเตอร์กับเฟซบุ๊กเข้าด้วยกันได้ และตราบใดที่เรายังพอติดต่อวรชัยได้ นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาทีเราจะต้องมาเดือดร้อน ว่าใครจะต้องเล่นอะไรเพราะเป็นสิทธิของแต่ละคน ที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง
Ask the expert
Q: ตอนนี้มีปัญหาเรื่องการเงินเริ่มขาดทำให้รายได้ไม่พอกับรายจ่ายในครอบครัว ผมเองก็เริ่มเครียดเพราะหากเป็นอย่างนี้ไปอีก 23 เดือน ก็อาจจะต้องกู้หนี้ยืมสิน ไม่กล้าบอกภรรยากับลูกๆ เพราะกลัวว่าเขาจะเครียดไปกับเราด้วย ตอนนี้ก็เริ่มหารายได้เสริมแต่ช่วงนี้รู้สึกอิดโรยจากอาการนอนไม่หลับควรทำอย่างไรดีครับ
A: ผู้เชี่ยวชาญจากสายด่วนกรมสุขภาพจิต 1667 ให้คำแนะนำว่า เรื่องนี้ประการแรกควรบอกภรรยาและลูกให้พวกเขาได้รับรู้ถึงปัญหาในครอบครัวร่วมกันไม่ว่า ภรรยาคุณจะซ้ำเติมหรือไม่ แต่ก็คือความจริงที่ทุกคนในครอบครัวได้รับรู้ เพื่อหาทางออกร่วมกัน เพราะหากปล่อยปัญหาไว้นานเกินไป นอกจากหาทางออกไม่ทันการแล้ว ยังอาจนำมาสู่ความแตกร้าวของคนในครอบครัวอีกด้วย
He Said / She Said
เจตน์พนักงานบริษัท
“ผมชอบผู้หญิงใจเย็นครับ ไม่ชอบผู้หญิงใจร้อน เพราะผมค่อนข้างใจร้อน ผู้หญิงใจเย็นผมว่าเธอใจดี ดูมีสติ คิดอ่านรอบคอบดีครับ”
จอยพนักงานบริษัท
“ชอบหนุ่มฝรั่ง หรือแบบลูกครึ่งค่ะ ด้วยงานของเราด้วยมั้งค่ะ คือจะดูแลคนปีนหน้าผา จะเจอกับฝรั่งเยอะเท่าที่สัมผัสเขาดูง่ายๆ ไม่เรื่องมาก อยู่ด้วยแล้วคุยกันได้ทุกเรื่อง”
Quote
“ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ก่อเกิดขึ้นจากความรู้สึกล้วนๆ ไม่เกี่ยวกับเหตุผล หรือหลักความรู้ใดๆ เลย และความรู้สึกนั้นก็ไม่ใช่เรื่องวิทยาศาสตร์ แต่ดูจะเป็นเรื่องของจิตวิญญาณมากกว่า ความสัมพันธ์ล้วนกอปรขึ้นด้วยความคลุมเครือจริงๆ”
เอมีเลีย บาร์ นักเขียนชาวอังกฤษ







