
เรื่องรักหลากรส
เมื่อพูดถึงวันแห่งความรักมักจะไปคิดถึงประเพณีวันวาเลนไทน์สไตล์ฝรั่ง ปีนี้ตรงกับวันมาฆบูชา ขอนำเสนอข้อคิดดีๆ
โดย...ชมดาวยูนอา/ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์ บอยเจี๊ยบ เครดิต นิตยสารอิน
เมื่อพูดถึงวันแห่งความรักมักจะไปคิดถึงประเพณีวันวาเลนไทน์สไตล์ฝรั่ง ปีนี้ตรงกับวันมาฆบูชา ขอนำเสนอข้อคิดดีๆ โดยนำธรรมะมาใช้ในการบริหารความรักอย่างสร้างสรรค์ ให้จิตใจร่มเย็น ไม่ร้อนรุ่ม เพราะหากใช้แต่หลักการแนวคิดแบบแนวตะวันตกอาจจะทำให้อัตราเลิกราพุ่งพรวดอย่างน่าละเหี่ยใจ แถมด้วยข้อคิดดีๆ จากหลายคู่ที่ผ่านวันคืนของชีวิตคู่กันมานานนับสิบปีกันดูว่ามีเคล็ดลับครองคู่อย่างไรที่อยู่กันยืนยาว
รักนี้มีแต่ให้
เป็นคู่ที่รู้จักกันดีในวงการบันเทิงอยู่กันนานถึง 46 ปี รอง และ ปทุมวดี เค้ามูลคดี ผ่านร้อนหนาวกันมามากมาย เรียกว่ารักครบรส บู๊ ตลก รัก หวาน ขม
แม้วันนี้แม่ทุมป่วยหนักมานาน 3 ปีกว่า และอาการก็ทรุดลงไปเรื่อยๆ แต่พ่อรองก็ดูแลใกล้ชิดทุ่มเทในการรักษาอย่างเต็มกำลังความสามารถเท่าที่จะทำได้ในวัย 67 ปี พ่อรอง บอกว่า ครั้งนี้หนักที่สุด เพราะอยู่ด้วยกันมาไม่เคยพรากจากกันเลย เป็นเรื่องที่ยากจะทำใจ ตอนนี้ได้แต่สวดมนต์ไหว้พระให้อาการของแม่ทุมดีขึ้น หรือไม่ให้แย่ไปกว่านี้ จากโรคไทรอยด์เป็นพิษและโรคแทรกซ้อนอีกหลายโรค
พ่อรอง เล่าว่า เกิดจากเซลล์ประสาทตัวหนึ่งของปทุมวดีตาย ทำให้เซลล์ประสาทอื่นๆ ในร่างกายตายตาม ซึ่งเคสนี้จะพบแค่ 1 ในล้านเท่านั้น และไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหน โดยคนที่เคยเป็นโรคนี้จะสามารถอยู่ได้ 40 เดือนเต็มที่เท่านั้น ซึ่งก็ไม่รู้ว่าแม่ทุมเริ่มเป็นมานานเท่าไหร่แล้ว ก็เตรียมทำใจไว้ระดับหนึ่งแล้ว บางคืนก็นอนร้องไห้ นึกถึงคนที่เคยนอนข้างๆ นึกถึงว่าวันหนึ่งถ้าไม่มีเขาจะอยู่ได้ไง แต่ก็ต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุด
เขาเล่าว่า สมัยหนุ่มๆ พ่อขี้เล่น ตลก แล้วเจ้าชู้โดยไม่ตั้งใจ แม่ทุมนี่ตามตลอด แต่เขาไม่เคยฉีกหน้าพ่อ จับได้ก็พูดดีๆ ไม่มีตี ไม่มีอาละวาดหรือโวยวาย “ส่วนหนึ่งเพราะเขาให้เกียรติสามี พอบ่อยๆ เข้าเราละอายใจไปเอง ถ้าเขาโวยวายอาละวาดเราอาจตอบรับไปอีกอย่าง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เขาทำเรารับรู้และเห็นถึงสิ่งที่เขาทำเพื่อเรา
เมื่อก่อนพ่อทำงานได้เงินมาก็ให้แม่ทุมบริหาร เราไม่เคยรู้ว่าที่ให้ไปเขาพอไหม ขาดเหลืออะไรรึเปล่า แม่ทุมไม่เคยมาเล่าให้ลำบากใจ เช้ามาเขาก็มีเงินให้ลูก ให้สามีไปทำงาน เขาจัดการได้อย่างดี แต่พอแม่ทุมป่วย มาระยะหลัง 7 ปีที่ผ่านมา พ่อต้องมาบริหารค่าใช้จ่ายเอง มันไม่พอ พ่อวิ่งวุ่นเลย เออ!! ตอนนั้นแม่เขาทำได้ไง เขาเป็นผู้ให้จริงๆ
ชีวิตคู่ของพ่อไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เราอดทนเราไม่เคยคิดเลิกกัน ต้องมีความรัก ความเข้าใจ ให้อภัย ให้เกียรติกัน นี่คือสิ่งที่ทุกคู่ควรมี เมื่อเจออุปสรรคปัญหาให้นึกถึงวันเริ่มต้นที่เรารักกันจีบกัน อยากอยู่ด้วยกันว่าเราต้องผ่านอะไรกันมามากแค่ไหนนึกถึงวันเก่าๆ ที่เรารักกัน พ่ออยากบอกว่าชีวิตคู่ต้องอดทน ใช้สติมากกว่าอารมณ์”
ระยะทางไม่ใช่อุปสรรค
คู่รักไฮโซอย่าง คุณหญิงแอร์ม.ร.ว.จันทรลัดดา ยุคล ราชนิกุลสาวแห่งตระกูลยุคล กับนายทหารหนุ่ม ผู้พันช้าง-พ.ท.วรรธ อุบลเดชประชารักษ์ เป็นตัวอย่างของคู่รักที่มีระยะทางมาเป็นเครื่องพิสูจน์ เนื่องจากฝ่ายชายเป็นทหารต้องประจำการอยู่ที่ จ.กาญจนบุรี วันจันทร์ศุกร์ จะมีเวลากลับมาหาภรรยาและลูกก็เฉพาะวันเสาร์อาทิตย์เท่านั้น
ถามว่ามีเคล็ดลับอย่างไร ประคองความรักบนเส้นทางความรักที่มีเวลาอยู่ด้วยกันน้อยกว่าคู่อื่น หญิงแอร์ บอกว่า เพราะตั้งแต่สมัยจีบกันใหม่ๆ พี่ช้าง (สามี) ก็เป็นแบบนี้ คือ ไม่มีเวลาให้ เพราะเขารับราชการ “เราเองถามว่ามีงอแง อารมณ์ผู้หญิง ก็มีบ้าง แต่ด้วยวัยที่โตขึ้น มีความรักครั้งนี้ตอนอายุ 35 ปี ก็มองโลกแบบเป็นผู้ใหญ่ขึ้น เลยเข้าใจว่าเพราะภาระงานของทั้งสองฝ่ายถึงต้องเป็นแบบนี้
ตอนจีบกันใหม่ๆ โทรคุยกันน้อยมาก ข้อความที่ส่งหากันก็ไม่ได้มาก ตัวหญิงเองตอนแรกยังปรึกษา แมงมุม (ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล) เลยว่า นี่ฝ่ายชายเขาจีบหญิงหรือเปล่า แต่แมงมุมก็บอกว่า สามี (ดอลลาร์พล.ต.พัชร รัตตกุล) ก็เป็นแนวๆ นี้เหมือนกัน”
หญิงแอร์ เล่าอีกว่า ตอนช่วงแรกๆ ทั้งสองมีโอกาสได้เจอกันน้อยมาก เพราะเวลาวันหยุดฝ่ายชายมาหาที่กรุงเทพฯ แต่งานของหญิงแอร์ต้องทำช่วงวันหยุด เลยได้แต่ไปกินข้าวเที่ยง เจอกันหลังเลิกงาน แต่เพราะเข้าใจกัน ทำให้ในที่สุดทั้งสองก็ตัดสินใจใช้ชีวิตคู่
หญิงแอร์ บอกว่า ด้วยเป็นคู่ที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันทุกวัน เลยยิ่งทำให้ทั้งสองคนพยายามใช้เวลาอยู่ด้วยกันอย่างคุ้มค่าที่สุด เวลามีปัญหาก็จะเปิดใจ พูดกันตรงๆ ให้จบ หรือถ้าฝ่ายชายติดภารกิจไม่สามารถมาหาได้ เธอก็จะเป็นฝ่ายไปหาเอง
“ทุกวันนี้เราคุยโทรศัพท์กันทุกวัน วันละครั้ง เพื่อถามสารทุกข์สุขดิบ หญิงไม่ใช่แนวแบบโทรไปจิก หญิงว่าสิ่งสำคัญในการใช้ชีวิตของคู่เราคือ เข้าใจและให้เกียรติกันเสมอ ยิ่งทุกวันนี้เรามีลูก (น้องพลาย อุบลเดชประชารักษ์) ยิ่งทำให้ความรักของเราเหนียวแน่นขึ้น เอาเวลาว่างมานั่งคุยเรื่องลูกกัน ทำให้หญิงไม่เหงา หรืออย่างวันหยุด เราก็ไปเที่ยวกับพ่อแม่ลูกบ้าง บางทีก็ไปกันสองคน ฝากลูกไว้กับคุณยาย ไปดูหนัง หาร้านอร่อยๆ กิน”
8 ปี รักเราไม่เก่าเลย
ปล่อยให้แฟนๆ ลุ้นมานานว่า แต่งหรือไม่แต่งแน่ ต้องคู่ของ บอย พีชเมกเกอร์ หรือ อนุวัฒน์ สงวนศักดิ์ภักดี กับ เจี๊ยบ-พิจิตรา กฤติกุล ที่ปลูกต้นรักกันมานานถึง 8 ปี บอย บอกว่า สิ่งที่ทำให้คู่ของเขาประคับประคองความรักกันมาได้นาน เพราะเราต่างไม่ได้คิดเรียกร้องจากอีกฝ่าย ต่างคนต่างให้ซึ่งกันและกัน ส่วนภายใน 2 ปีนี้ จะมีข่าวดีของทั้งคู่หรือไม่ ทั้งบอยและเจี๊ยบบอกว่า ต้องรอเรือนหอด้วย
“เรือนหอของเรากำลังสร้างอยู่ค่ะ เป็นความตั้งใจของบอยที่ออกแบบ ติดต่อ คุมการก่อสร้างเรือนหอของเราด้วยตัวเอง เป็นสิ่งที่ทำให้เจี๊ยบยิ่งประทับใจในตัวเขานะ เพราะงานมันมีดีเทล จุกจิกหลายอย่าง เราเองดูอยู่ภายนอก เห็นแล้วบางทียังท้อเลย ว่าซื้อบ้านแบบสำเร็จรูปเลยดีกว่ามั้ย แต่บอยก็ไม่เอา เพราะอยากให้เป็นบ้านที่พิเศษสำหรับเราสองคนจริงๆ” เจี๊ยบบอกเล่าถึงหนึ่งในอีกหลายๆ ความประทับใจที่มีต่อแฟนหนุ่ม
ด้วยคบหาดูใจกันมานาน ผ่านเหตุการณ์ทั้งสุขสุดและทุกข์มากๆ ด้วยกันมาหลายครั้ง เลยทำให้ทั้งคู่ยิ่งรักและเข้าใจกัน บอยเล่าบ้างว่า ทั้งคู่ให้กำลังใจกันตลอด เวลาเจอเรื่องร้าย คำพูดที่ให้กันตลอด คือยังไงจะอยู่ด้วยกัน ถ้ามีปัญหาก็จะผ่านไปด้วยกัน จะไม่มีทางปล่อยให้อีกฝ่ายต้องอยู่คนเดียวแน่นอน
“เวลาบอยมีปัญหา เจี๊ยบก็จะพยายามช่วยเหลือ ถ้าเรื่องไหนช่วยไม่ได้จริงๆ ก็ให้กำลังใจแทน เราผ่านหลายเหตุการณ์มาด้วยกัน จนรู้แล้วว่า นอกจากที่บ้านผู้ชายคนนี้แหละที่จะอยู่ข้างเราตลอดไป” เจี๊ยบหยอดความหวานถึงแฟนหนุ่ม
สำหรับวาเลนไทน์ปีนี้ คู่รักคนดังตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่ได้ฉลองด้วยกันมาหลายปีแล้ว เพราะวันวาเลนไทน์เป็นวันที่บอยต้องมอบความรักความสุขให้กับอื่นผ่านเสียงเพลงในฐานะนักร้อง มีบางปีที่ได้เจอกัน ก็ต้องไปฉลองกันในร้านแมคโดนัลด์ เพราะจองโต๊ะที่ร้านอาหารไม่ทัน (ฮา)
ธรรมะกับชีวิตคู่
เนื่องเพราะวันแห่งความรักปีนี้ เวียนมาบรรจบกับวันวาเลนไทน์ เลยนำธรรมะที่ควรมีในการใช้ชีวิตคู่มาฝาก...
การที่จะครองคู่กันให้อยู่ยืดยาวจนตายจากกันนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะบางทีความรักก็ต้องอาศัยปาฏิหาริย์เหมือนกัน แต่หลายคู่ได้นำหลักธรรมะมาช่วยบริหารจัดการ ก็สามารถช่วยให้ทุกอย่างราบรื่นเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น มีข้อคิดดีๆ ที่มีความรักสร้างสรรคืแบบวิถีพุทธของ พระอาจารย์ธมฺมทีโป (ธวัชชัย) ว่า
การมีความรักแบบสร้างสรรค์ก็คือ มีความรักแบบไม่ประมาทและไม่เห็นแก่ตัว กล่าวคือ มีความรักแบบมีเมตตาธรรมหวังให้คนที่เรารักมีความสุข ดูแลจิตใจเขาดูแลซึ่งกันและกัน ไม่ยึดมั่นมาไว้เป็นของตัวแล้วอยากให้เขาได้ดั่งใจเราทุกอย่าง ฟังดูไม่ใช่เรื่องง่ายก็จริง แต่หากมีการฝึกสติ ให้มีสัมปชัญญะ ใช้ปัญญา ฝึกเรื่อยๆ บ่อยๆ ก็จะดีขึ้นได้ แล้วเราก็จะไม่เห็นแก่ตัวไม่คาดหวังให้เขาเป็นโน่นเป็นนี่ไม่ครอบครอง เมื่อไม่คาดหวังมากก็จะไม่ผิดหวังไม่เสียใจจนเกินควร
“อย่าลืมว่ารักอย่างใช้สมองคือมีสติใช้ปัญญาอยู่เสมอ ไม่หน้ามืดตามัว ลืมเนื้อลืมตัว ลืมผิดชอบชั่วดี ไม่ปล่อยให้ความรักพาเสียคน เสียงาน พัฒนาความรักให้สูงขึ้นไปกว่าในเรื่องเชิงชู้สาว ลอยพ้นอัตตาของตัวเองเป็นรักที่สร้างสรรค์ส่งเสริมให้คู่ชีวิตดีขึ้นเป็นความรักที่เป็นสากล”







