
อริยสัจทูเดย์...ระวังความคิด คิดผิดชีวิตเสียหาย (2)
ต่อไปวิญญาณ วิญญาณไม่ใช่ผีที่ล่องลอยนะ ในความจริงของพระพุทธศาสนา วิญญาณไม่ใช่ผี วิญญาณหมายถึงความรู้
โดย...ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย&<2288;
ต่อไปวิญญาณ วิญญาณไม่ใช่ผีที่ล่องลอยนะ ในความจริงของพระพุทธศาสนา วิญญาณไม่ใช่ผี วิญญาณหมายถึงความรู้ ที่เกิดขึ้นทางตา หู จมูก ลิ้น กาย เมื่อประสาทสัมผัสทั้ง 5 กระทบกับอะไรก็ตามแล้วเกิดความรู้ขึ้นมา เช่น ตาเห็นรูปรู้ว่าเป็นรูป หูฟังเสียงรู้ว่าเป็นเสียง นี่เรียกว่าวิญญาณ แท้ที่จริงมีตัวกูของกูอยู่ที่ไหน เมื่อเราเจาะชีวิตออกมาแล้ว มีไหม มีแต่รูป รูปนี้เสื่อมไหม เสื่อม มีแต่เวทนา เวทนาเสื่อมไหม สุขเปลี่ยนเป็นทุกข์ไหม ทุกข์เปลี่ยนเป็นสุขได้ไหม ชอบแล้วเปลี่ยนเป็นชังได้ไหม ชังพลิกเป็นชอบได้ไหม มันเที่ยงไหม ไม่เที่ยง
รูป เวทนา สัญญา เคยจำอะไรต่อมิอะไรได้หมด แล้ววันหนึ่งมันจำไม่ได้ ตอนนี้มันเริ่มจำอะไรไม่ได้บ้างหรือยัง ตอนวัยรุ่นจะจำแม่น พออายุเริ่มเข้า 50 ปี เริ่มจำอะไรได้ไม่หมดแล้ว สัญญาก็เสื่อม สัญญาก็เป็นอนิจจัง รูป เวทนา สัญญา สังขาร ความคิด เราอยากคิดแต่เรื่องที่ทำให้เรามีความสุขตลอดเวลาได้ไหม สั่งมันได้ทั้งหมดไหม ก็เพราะมันเป็นอนิจจัง รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ วิญญาณเที่ยงไหม มันก็ไม่เที่ยง วิญญาณเป็นทุกข์ไหม ไปรู้บางเรื่องแล้วทุกข์ไหม ไม่รู้บางเรื่องแล้วสุขไหม สุขๆ ทุกข์ๆ ทุกข์ๆ สุขๆ จริงไหม
ชีวิตเมื่อวิเคราะห์ลงไปแล้วเหลือแต่เพียง ธาตุ 4 ขันธ์ 5 ตรงไหนล่ะที่ทำให้เรายึดติดถือมั่น ว่าเป็นตัวกูของกู ตัวฉันของฉันมีไหม ถ้าเราเข้าใจเรื่องนี้ ความทุกข์ก็จะเบาบางลง ทำความเข้าใจให้ดีๆ นะ ฝึกสมาธิภาวนาไป 10 นาทีแล้วปวดไหม ปวดจนต้องสลับจากซ้ายไปขวา ขวาไปซ้าย เพราะทนต่อความทุกข์ไม่ได้ เราห้ามมันไม่ให้เกิดไม่ได้
ความทุกข์มันเป็นตัวเราไหม ไม่ใช่ตัวเรา ฉะนั้น ธาตุ 4 ขันธ์ 5 เป็นอนิจจัง คือเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เป็นทุกขัง คือ ไม่อาจอยู่ในสภาพเดิมได้ตลอดเวลา เป็น อนัตตา คือ เราไม่สามารถบังคับบัญชามันได้ตลอดเวลา ถ้าเราเข้าใจว่าเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา คือมันเป็นไตรลักษณ์ อย่างนี้แล้ว ความยึดติดถือมั่นในชีวิตของเราจะลดน้อยถอยลง ตามลำดับๆ
อาจารย์อาจอง ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ ท่านสอนเคล็ดอาตมาว่า ที่ท่านไม่ทุกข์เวลาคนวิจารณ์ท่านว่าเป็นดอกเตอร์สติเฟื่อง ทั้งๆ ที่ท่านมาจากนาซา คิดระบบลงจอดบนดาวอังคาร ท่านเป็นอัจฉริยะไม่ใช่สติเฟื่อง แต่คนชอบกระแนะกระแหนท่านว่าสติเฟื่อง อาตมาถาม ทำไมอาจารย์ไม่โกรธ
ท่านตอบว่า ผมคิดว่าเวลามีคนด่าผม ในฐานะนักวิทยาศาสตร์ผมก็มองว่า คลื่นพลังงานที่สั่นสะเทือนมาถึงหูผมนี่ มันเป็นแค่การสั่นสะเทือนของเสียง มันไม่ใช่คำด่า ตัวผมก็ไม่มี แค่องค์ประกอบของเคมีและฟิสิกส์ มาหลอมรวมกันอย่างลงตัวเท่านั้น ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า ดร.อาจอง ท่านเอาวิธีคิดแบบนักวิทยาศาสตร์มารับมือกับความทุกข์ ท่านก็รับได้
แต่ในทางพุทธศาสตร์เราก็แยกแยะลงไป รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ไม่มีตัวเรา ถ้าเข้าใจอย่างนี้ ความทุกข์ในชีวิตจะลดน้อยถอยลง นี่คือ ทุกขัง รวบยอดความทุกข์ รวบยอดก็คือ ความยึดติดถือมั่นในขันธ์ 5 กายกับจิต ถ้าลดทอนความยึดติดถือมั่นในขันธ์ 5 ได้ ความทุกข์ลดฮวบทันที
สมุทัย ต้นเหตุแห่งความอยาก
สมุทัย ตัณหา คือ ความอยาก อยากเมื่อไหร่เป็นทุกข์ทันที นั่งสมาธิ ถ้าอยากเปลี่ยนข้างแล้วถูกห้ามไม่ให้เปลี่ยน ก็เป็นทุกข์ ถ้าอยากนั่งผ่อนสบายๆ แต่ถูกห้ามไม่ให้นั่งก็เป็นทุกข์ แค่อยากแค่นี้ก็ทุกข์แล้ว ไม่ต้องพูดว่าอยากเป็นนั่นเป็นนี่ หรืออยากมีนั่นมีนี่ อยากมากทุกข์มาก อยากน้อยทุกข์น้อย หมดอยากหมดทุกข์
ความอยากมี 3 รูปแบบ คือ
1.กามตัณหา อยากสนองประสาทสัมผัสทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ตาอยากเห็นรูปสวยๆ หูอยากฟังเสียงเพราะๆ จมูกอยากหอมกลิ่นหอม ลิ้นอยากลิ้มรสอร่อย กายอยากสัมผัสที่นุ่มนวล ใจอยากคิดอย่างที่ต้องการ ถ้ามันสมอยาก ก็มีความสุข แต่ถ้าอยากแล้วไม่สมอยาก ก็มีความทุกข์ นี่เขาเรียกว่า กามตัณหา ความอยากที่เกิดจากการสนองความต้องการทางประสาทสัมผัสทั้ง 5 และใจ
2.ภวตัณหา อยากเป็นโน่น อยากเป็นนี่ พอได้เป็นแล้วสุขไหม สุข บางคนสุข บางคนทุกข์ พอได้เป็นแล้วคนไม่ยอมรับนับถือ สุขหรือทุกข์ เป็นหัวหน้าแล้วเขาไม่ยอมรับว่าเราเป็นหัวหน้า ทุกข์ไหม เป็นซีอีโอแล้วเขาบอกว่าเราไม่มีฝีมือ ทุกข์ไหม เป็นนายกฯ แล้วเขาบอกว่าเราไม่มีความสามารถสมตำแหน่ง ทุกข์ไหม เป็นอะไรแล้วทุกข์ ทุกความเป็นมีค่าเป็นความทุกข์
ทุกความเป็นมีค่าเป็นความทุกข์ เป็นสิ่งใดก็ทุกข์เพราะสิ่งนั้น มีคนไปถามหลวงพ่อชาว่า เป็นพระอรหันต์ดีไหม หลวงพ่อชาบอกว่า เป็นพระอรหันต์ก็อย่าเป็น พระอนาคามีก็อย่าเป็น เป็นมนุษย์ก็อย่าเป็น เพราะเป็นอะไรแล้วก็เป็นทุกข์ จริงไหม เป็นคนธรรมดาๆ ก็พอแล้ว ทุกข์ไม่ตกต้องหรอก ทุกข์จะตกต้องคนใหญ่คนโต คนที่ยึดติดถือมั่น กิเลสหนา ตัณหาแน่น จะทุกข์มากกว่าเพื่อน แต่คนที่ไม่ยึดติดถือมั่นมากมายนี่ความทุกข์ไม่ตกต้อง
3.วิภวตัณหา อยู่กับสภาวะที่เราไม่ชอบ ทุกข์ไหม อยู่กับสภาพที่เราไม่ชอบ ทุกข์ไหม อยู่ในสำนักงานที่เราไม่ชอบ ทุกข์ไหม ต้องทนอยู่กับสามีที่เราไม่ชอบ ทุกข์ไหม ไปสอนอยู่ในโรงเรียนที่เราไม่ถูกกับ ผอ. ทุกข์ไหม ไม่ถูกกับเพื่อนร่วมงาน ทุกข์ไหม แต่ต้องอาศัยนั่งรถเขากลับทุกเย็น ทุกข์ไหม ทุกข์ อยู่ในสภาวะไหนที่เราไม่ชอบใจ อึดอัดขัดข้องก็ทุกข์ เห็นหรือยัง ทุกข์ทั้งนั้นแหละ ฉะนั้น ตัณหา คือ ที่มาของความทุกข์







