
บูชาพระโอวาทปาฏิโมกข์...มาฆบูชาประจำปี 2557!!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีศรัทธามั่นคงในพระพุทธศาสนา ม่านมายาบนโลกละครแปรเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
เจริญพรสาธุชนผู้มีศรัทธามั่นคงในพระพุทธศาสนา ม่านมายาบนโลกละครแปรเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามยุคสมัย บางครั้งก็เย็นตาพาสุขใจบางครั้งก็ร้อนใจให้มากชิงชัง... บางครั้งให้งงงันในสิ่งที่ปรากฏ เพราะว่าไม่รู้... ไม่เข้าใจ... ในความเคลื่อนไหวไปมาที่ฉาบทาลงบนม่านมายาในโรงละครชีวิตแห่งนั้น... ความไม่รู้... ความไม่เข้าใจ จึงก่อเกิดขึ้นในดวงจิต ให้ดำรินึกคิดจนตกผลึกเป็นความเห็นผิดๆ แปลกๆ แยกไปจากความจริงที่เป็นธรรม (สัจธรรม) ด้วยเพราะการขาดสติปัญญา จึงไม่รู้จักพิจารณาให้รู้เท่าทันม่านมายาแห่งโลกละครนั้น... ใครชอบสิ่งใด... จึงยึดถือสิ่งนั้น และจะกล่าวว่าสิ่งนั้นจริง... สิ่งนี้ไม่จริง ด้วยเพราะอิทธิพลจากโลกธาตุที่มีความหลากหลายแตกต่างกันไปตามเหตุปัจจัยนั้นๆ สัตว์โลกจึงมากความยึดมั่นถือมั่นมีทิฏฐิความเห็นหลากหลาย ให้เป็นไปตามจริตแห่งจิต ที่สร้างจริยาแห่งชีวิต ดำเนินไปในหลากหลายทิศทางบนโรงละครชีวิตแห่งเดียวกัน...
...ความเป็นอย่างเดียวกันที่นำไปสู่ความหลากหลาย จึงกลายเป็นมหาเหตุของสัตว์โลกที่มากไปด้วยปัญหา หลากหลายไปด้วยนานาอสาระ ยากจะเข้าใจในดีชั่ว... ถูกผิด บาปบุญ... ประโยชน์...ไร้ประโยชน์ ควรหรือไม่ควร...
พระพุทธศาสนาจึงอุบัติเกิดขึ้น ประกาศหลักความรักเพื่อสันติภาพในรูปของพรหมวิหารธรรม... ความรักเพื่อประโยชน์สุข อันได้แก่ สังคหวัตถุธรรม... ความรักเพื่อชีวิตที่สร้างสรรค์ อันได้แก่ อิทธิบาทธรรม เพื่อเป็นหลักธรรมบริหารชีวิต สร้างความสัมพันธ์ในสังคมที่มุ่งสู่ประโยชน์ตนและผู้อื่นอันควรโดยธรรม โดยคำนึงถึง สันติธรรม เป็นจุดหมาย พระผู้มีพระภาคเจ้าทุกพระองค์ จึงวางหลักคำสอนเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติมี ๓ ขั้น เพื่อการพัฒนายกระดับชีวิต (จิตวิญญาณ) ให้เข้าถึงประโยชน์สุด มุ่งสู่ความสิ้นทุกข์ ได้แก่ การละเว้นความชั่วทั้งปวง การทำดีให้ถึงพร้อมในทุกด้าน อันเป็นพื้นฐานที่จะก้าวย่างสู่การยกระดับจิตวิญญาณ เพื่อการก้าวย่างให้ถึงจุดสูงสุด จนถึงความรู้แจ้งอันหมดจด ที่บาลีเรียกว่า ญาณทัสสนวิสุทธิ... เพื่อบรรลุผล วิมุตติธรรม!
หลักคำสอนในพระพุทธศาสนาที่กล่าวมา แสดงความมี อารยธรรม ที่จะนำสัตว์ทั้งหลายดำเนินไปสู่ประโยชน์และสันติอย่างแท้จริง โดยวางหลักการที่เป็น ลักษณะสำคัญของพระพุทธศาสนา ไว้ ๔ ประการอย่างเด่นชัด คือ ขันติธรรม อันเป็นบรมธรรม... พระนิพพาน อันเป็นบรมสุข ซึ่งเกิดได้ด้วย ธรรมวิธี ที่ประกาศหลัก สันติ อหิงสา เป็นพื้นฐาน ด้วยพุทธบัญญัติที่กล่าวว่า ผู้เข้าไปทำร้ายผู้อื่นไม่ชื่อว่า บรรพชิต ผู้เข้าไปเบียดเบียนผู้อื่นไม่ชื่อว่า สมณะ... โดยกำกับความหมายของ บรรพชิต และ สมณะ ในพระพุทธศาสนานี้อย่างชัดเจนว่า เป็นผู้หลีกเว้น... ลอยสิ้นแล้วซึ่งบาปกรรมอกุศลทั้งหลาย... เป็นผู้สงบระงับแล้วจากกิเลสเครื่องเร่าร้อนเศร้าหมองทั้งหลาย... โดยวางหลักปฏิบัติไว้อย่างเปิดเผยว่า หนทางปฏิบัตินี้ เป็นไปเพื่อความเป็นบรรพชิต... เป็นไปเพื่อความเป็นสมณะ ที่มุ่งสู่ บรมสุข (พระนิพพาน) ประกอบตนอยู่ใน บรมธรรม (ขันติธรรม) ซึ่งจักต้องศึกษาปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้าในหลักการ ๓ ข้อที่กล่าวมา อันปรากฏอยู่ในรูป ไตรสิกขา ได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา... ทั้งนี้ ได้ขยายความหลักปฏิบัติในรูปของหลักธรรมในพระโอวาทปาฏิโมกข์ อันเป็นประธานแห่งคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา มี ๖ ประการ ได้แก่ การไม่กล่าวร้าย การไม่ทำร้าย การสำรวมในพระปาฏิโมกข์ อันเป็นประมวลข้อกำหนดความประพฤติ (วินัยแม่บท) การขบฉันพอประมาณ การนั่งนอนในเสนาสนะอันสงัด (เจริญสติทุกขณะ) การประกอบอธิจิต (การฝึกฝนพัฒนาจิต)... ทั้ง ๖ ประการ เป็นการมุ่งเน้นควบคุมพฤติกรรมและพัฒนาพฤติจิต ให้อยู่ในแนวทางคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนาที่อนุวัติตามมัชฌิมาปฏิปทา...
จึงขอยกหลักธรรมดังกล่าว ซึ่งปรากฏอยู่ใน พระโอวาทปาฏิโมกข์ (คำกล่าวสอน+ประธาน) แปลว่า “เป็นประธานแห่งคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนา” มาทำการสักการบูชาเนื่องในโอกาสที่จะถึงวันมาฆบูชา ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๗ นี้ ในปีนี้จะตรงกับวันพฤหัสบดีที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๗ ซึ่งตรงกับวันแห่งความรักของชาวโลกตะวันตกพอดี โดยจะมีการจัดงานเฉลิมฉลองวันมาฆบูชาในประเทศไทย ณ ท้องสนามหลวง กรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ ๑๐๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ อาตมารับนิมนต์ไปแสดงธรรมในค่ำวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ โดย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นองค์ประธาน สดับพระธรรมเทศนา นำพุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่าอบรมจิตภาวนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลฯ อธิษฐานธรรมเพื่อความสุขของแผ่นดินไทย... และในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ อาตมาเดินทางสู่ประเทศอินเดีย เพื่อนำพระสงฆ์ศรัทธาสาธุชน ร่วมจัดเฉลิมฉลองมาฆบูชาโลก ณ วัดเวฬุวันมหาวิหาร แห่งพระนครราชคฤห์ แคว้นมคธในอดีต ปัจจุบันอยู่ในรัฐพิหาร/อินเดีย ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ ๕ โดยการสนับสนุนของรัฐบาลอินเดียที่เห็นความสำคัญของ วันมาฆบูชา ในพระพุทธศาสนา ซึ่งแสดงหลักธรรมแห่ง สันติภาพของประชาคมโลก อย่างแท้จริง... ในห้วงเวลาดังกล่าว มีการจัด อบรมวิปัสสนากรรมฐาน สำหรับศาสนิกชนที่เดินทางไปร่วมงาน โดยมี พิธีรับพระกรรมฐาน ในดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นวัด/มหาวิหารแห่งแรกในพระพุทธศาสนาที่พระพุทธเจ้าประทับเสวยพุทธาภิรมย์อยู่ถึง ๕ พรรษา... จึงขอเชิญชวนสาธุชนผู้สนใจไปร่วมงานได้ตามวันเวลาดังกล่าว เพื่อร่วมกันประกอบการกุศล อุทิศให้กับเจ้ากรรมนายเวรของแผ่นดินไทย... จะได้เลิกเบียดเบียนชาวไร่ชาวนา... จะได้ยุติการคุกคามโกงกินแผ่นดินไทย.. อาตมาจะนำกรวดน้ำอุทิศในแผ่นดินเวฬุวันเอง ซึ่งครั้งหนึ่งในสมัยพุทธกาล พระเจ้าพิมพิสาร เคยกรวดน้ำอุทิศบุญให้หมู่เปรตพระญาติในอดีตของพระองค์ต่อหน้าเบื้องพระพักตร์พระผู้มีพระภาคเจ้ามาแล้ว จนเปรตเหล่านั้นไปผุดไปเกิดสู่ภพภูมิสูงขึ้นไป... จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การทำบุญกรวดน้ำอุทิศบุญ ณ วัดเวฬุวันฯ คราวนี้ คงจะส่งผลให้ฝูงเปรต ผีห่า ซาตานทั้งหลาย ไปผุด...ไปเกิดกันเสียที บ้านเมือง สังคมไทย จะได้กลับมามีความสุขบ้าง...
ขอเจริญพร







