
หิมะอาจตกก่อน
ผ่านมาหลายสิบปี สิ่งที่พูดกันมานานมันก็ยังเป็นแค่ฝัน
โดย...ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม
ผ่านมาหลายสิบปี สิ่งที่พูดกันมานานมันก็ยังเป็นแค่ฝัน
เมื่อครั้งเป็นเด็กมักได้ยินเสมอ เมื่อไรหนอ บอลไทยจะได้ไปบอลโลก มาถึงวันนี้ก็ยังวนเวียนกับความฝันนี้ ประหนึ่งว่าชีวิตนี้คงไม่มีโอกาสได้เห็น ถ้าจะจริง คงต้องเปลี่ยนสัญชาติไปอยู่บราซิลไม่ก็ยุโรป ได้ลุ้นสนุกแน่ทุก 4 ปี
20 ปีก่อน ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ก็เล่นบอลงั้นๆ พี่ไทยปราบมาหมด แต่เดี๋ยวนี้สองชาติไปไกลเข้ารอบฟุตบอลโลกทุกสมัย ยังทะลุรอบลึกๆ เกือบถึงขั้นเข้าชิง ส่วนไทยแลนด์ของเราปัจจุบันแม้จะยกระดับ มีบอลอาชีพ ไทยพรีเมียร์ลีกคึกคัก เกิดการตื่นตัวของแฟนคลับในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด แต่กลับมาลุ้นได้แค่ว่าจะชนะเป็นแชมป์ซีเกมส์หรือไม่ ปลายปีที่แล้วกว่าจะคว้าแชมป์สำเร็จก็หืดขึ้นคอ เสมอกับกัมพูชาในรอบแรกลุ้นกันใจหายใจคว่ำ
จะไปข้างหน้าก็ไม่ถึงที่หมาย ยังต้องมาระวังหลังว่าเดี๋ยวเพื่อนมาแย่งแชมป์ซีเกมส์ไป หนักกว่านั้นตอนนี้โจทย์ใหญ่ของคอลูกหนังไทยมาเดิมพันที่การไล่นายกสมาคมฟุตบอล มิฉะนั้นบอลไทยไม่มีทางได้ไปบอลโลกสำเร็จ แต่ที่เห็นคือได้ไปมวยโลกแล้ว เพราะตุ๊บตั๊บกันหลายแมตช์
ไม่รู้อีกกี่ปีที่จะได้เห็นแข้งไทยไปเวิลด์คลาส บ้างไปไกล เชื่อว่าชาติหน้าตอนสายๆ โน้น
ที่เป็นไปได้ยากอีกเรื่อง คือ โอกาสที่ประเทศไทยจะได้เป็นเจ้าภาพจัดโอลิมปิก กีฬาของมวลมหามนุษยชาติ บ้างคาดว่าอย่างเร็วไม่เกิน 3050 ปี แต่บนเงื่อนไขจัดร่วมกันในหมู่ชาติอาเซียน ถ้าประเทศไทยโดดๆ ช้าสุดคงอีก 100 ปีได้
ไม่ต่างจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รถไฟฟ้าความเร็วสูง หลายคนฝันอยากเห็นประเทศทันสมัย มีโครงข่ายรถไฟฟ้าเชื่อมทุกทิศเหมือนจีน ญี่ปุ่น ฝันนี้เหมือนจะจริง เมื่อทุกอย่างใกล้เข้ามากับโครงการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ที่รัฐบาลชุดนี้ผลักดันกฎหมาย มีแผนทำรถไฟฟ้าไปภาคเหนือภาคอีสาน สุดท้ายต้องสะดุดลงจากปัญหาการเมือง และคำถามถึงความเหมาะสมของโครงการที่ไม่เป็นธรรมและคุ้มทุนกับงบประมาณ แต่คุ้มค่ากับคอร์รัปชั่นมากกว่า
อีกฝันที่อยากเห็น ประเทศไทยพ้นจากความยากจน แต่ก็ยังอีกนานแสนนาน
ครั้งหนึ่งรัฐบาลทักษิณถึงขั้นเคยประกาศสงครามกับความยากจน ผ่านมาสิบกว่าปี ปัญหาความยากจนยังมีอยู่ ความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยกับคนจนถ่างกว้างขึ้นเป็น “คนรวยกระจุก คนจนกระจาย” นิตยสารฟอร์บส์จัดอันดับมหาเศรษฐี 50 คนแรกสุดของประเทศปี 2556 มีมูลค่ารวมของทรัพย์สินทั้งหมด 2.6 ล้านล้านบาท คิดเป็น 25% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของไทย
ขณะที่ทรัพย์สินรวมของนักการเมือง สส.สว.ในสภา ป.ป.ช.เปิดเผยออกมาทีไรต้องร้องอื้อหือ ฯพณฯ ผู้แทนของเรามีสินทรัพย์รวมกว่าแสนล้านบาท ในจำนวนนี้มีที่ดินรวมกันกว่า 7 หมื่นไร่ ตีค่าแล้วกว่า 2.5 หมื่นล้านบาท
ไม่มีผู้มีอำนาจชุดใดมาแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมอย่างจริงจัง ทั้งที่มีข้อเสนอจากองค์กรต่างๆ ศึกษาไว้เต็มลิ้นชัก เพราะถ้าแก้ก็จะกระทบต่อสินทรัพย์ของนักการเมืองจากการปฏิรูประบบที่ดิน ภาษีมรดก ภาษีทรัพย์สิน
เลยได้แต่เป็นฝันค้าง ที่อยากเห็นประเทศนี้มีความเท่าเทียมกันเกิดขึ้น
ปัญหาความไม่เป็นธรรมทางสังคมยังเรื้อรัง ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองก็ลากยาวเป็นวิกฤตประเทศตลอดสิบปีมานี้ และเชื่อว่ายากที่บ้านเมืองจะสงบราบคาบเหมือนอดีต ไม่มีม็อบ ไม่มีการชุมนุมปิดถนน วันนี้ใครขึ้นมาเป็นรัฐบาลก็จะผลัดกันไล่ไม่สิ้นสุด ความแตกแยกร้าวลึกถึงครอบครัวอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ไปไกลถึงขั้นบางฝ่ายเสนอแยกประเทศเป็น “ไทยเหนือ” “ไทยใต้”
ประเทศไทยวันนี้ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เพราะโครงสร้างทางสังคมเปลี่ยนแปลง ชนชั้นกลางเพิ่มมากขึ้น ผู้คนเข้าถึงสื่อเพิ่มขึ้นจากโซเชียลมีเดียที่เติบโต คนกลุ่มใหม่ๆ สามารถสร้างอำนาจต่อรอง และทลายการผูกขาดของกลุ่มอิทธิพลเก่าที่เคยชี้นำสังคม
ทุกคนฝันอยากเห็นคนไทยไม่ทะเลาะกันเรื่องการเมืองในครอบครัว และให้ประเทศกลับมาสงบสุขดังเดิม แต่ดูจะเป็นเรื่องยาก บางทีหิมะตกในประเทศไทยอาจเกิดก่อนความขัดแย้งสงบลงก็เป็นได้







