posttoday
คิง คาร์ดล...เตรียมเป็นยิ่งกว่าสเปเชียลวัน

คิง คาร์ดล...เตรียมเป็นยิ่งกว่าสเปเชียลวัน

11 พฤษภาคม 2553

นับตั้งแต่ โจเซ มูรินโญ โบกมืออำลาเชลซีไปเมื่อปี 2007 มีกุนซือมากหน้าหลายตา ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมานั่งเก้าอี้นายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น อัฟราม แกรนท์, หลุยส์ เฟลิเป สโคลารี, กุส ฮิดดิงก์ แต่ไม่มีใครเลยที่จะทำให้แฟนบอลสิงห์บลูได้เฮอย่างเต็มที่ได้เหมือนสมัย เดอะสเปเชียลวัน ยังอยู่ในถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์

จวบจนกระทั่งการมาของหนุ่มใหญ่วัย 50 ปี นามว่า คาร์โล อันเชล็อตติ

ชัยชนะมโหฬาร 80 เหนือวีแกน ในเกมนัดสุดท้าย ทำให้เชลซี ซึ่งอยู่ภายใต้ร่มเงาของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มา 3 ปีเต็ม สามารถเชิดหัวขึ้นมาสูดกลิ่นอายความยิ่งใหญ่ของวงการลูกหนังเมืองผู้ดีได้สำเร็จ

“มันเป็นเกียรติมากที่ผมได้อยู่กับสโมสรแห่งนี้และร่วมฝึกซ้อมอยู่กับทีม เราทำงานหนักด้วยกันทุกวัน เราทุ่มเทกันเต็มที่ และผู้เล่นก็ช่วยกันสร้างบรรยากาศที่สุดยอดมาก ผมคิดว่าเราสมควรแล้วสำหรับแชมป์นี้หากมองจากสิ่งที่เราทำมาตลอดทั้งฤดูกาล” อันเชล็อตติ กล่าว

อดีตนายใหญ่เอซี มิลาน กลายเป็นกุนซือชาวอิตาเลียนคนแรกที่พาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก รวมทั้งเป็นกุนซือต่างชาติรายที่ 2 ต่อจากมูรินโญที่พาทีมคว้าแชมป์ได้ทันทีที่มาคุมทีมปีแรก

นอกจากนี้ เชลซีในยุคของอันเชล็อตติยังซิวแชมป์ด้วยสไตล์ เดินหน้าแล้วฆ่ามัน โดยซัดรวมทั้งสิ้น 103 ลูก ทำลายสถิติยิงประตูมากที่สุดของพรีเมียร์ลีกที่แมนฯยูไนเต็ดเคยทำไว้ที่ 97 ลูกเมื่อฤดูกาล 19992000 ลบภาพทีมสิงห์บลูในยุคของมูรินโญ ที่บ่อยครั้งเน้นผลการแข่งขันเสียจนหลงลืมความสนุกของเกมลูกหนังไป

ด้วยเหตุนี้แฟนบอลจึงพร้อมใจมอบสมญานาม คิง คาร์โล ให้กับอันเชล็อตติทันที แต่เขากล่าวอย่างถ่อมตัวว่าคงยังไม่สามารถนำไปเทียบกับมูรินโญที่เป็นตำนานของสโมสรไปแล้ว

“มูรินโญทำผลงานได้อย่างสุดยอดจากการพาทีมคว้าแชมป์ลีกได้ 2 ปีซ้อน ส่วนนี่เพิ่งเป็นแชมป์แรกของผม ซึ่งหวังว่าผมจะทำได้เหมือนกับมูรินโญ”

สถิติอีกหนึ่งอย่างที่ทำให้อันเชล็อตติได้รับการยกย่องเป็นอย่างมากคือ การที่เขาพาทีมไล่ปราบทีมในกลุ่มบิ๊กโฟร์ทั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด อาร์เซนอล และลิเวอร์พูล ได้ทั้งนัดเหย้าและเยือน ซึ่งแม้กระทั่ง อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือขาใหญ่ของทีมผีแดง ยังซูฮกในฝีไม้ลายมือ

“เรายกย่องเชลซีสำหรับการคว้าแชมป์ และผมก็ชื่นชมคาร์โล อันเชล็อตติมาก เพราะเรารู้ว่ามันยากลำบากแค่ไหนกว่าจะคว้าแชมป์ได้” เฟอร์กี กล่าว

นอกจากแชมป์พรีเมียร์ลีกแล้ว เชลซียังมีลุ้นแชมป์เอฟเอคัพ โดยเตรียมลงสนามนัดชิงชนะเลิศกับ ปอร์ตสมัท ในวันที่ 15 พ.ค. ซึ่งหากพวกเขาปราบทีมปอมปีย์ได้ ก็จะเป็นครั้งแรกที่เชลซีควบแชมป์ลีกและเอฟเอคัพได้ในฤดูกาลเดียวกัน ซึ่งแม้แต่มูรินโญก็ยังไม่สามารถทำได้

และเมื่อถึงเวลานั้น ชื่อของ คิงคาร์โล ก็จะเป็นอีกตำนานหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์ของเชลซีแน่นอน และเผลอๆ จะยิ่งใหญ่กว่าชื่อของ เดอะสเปเชียลวัน ด้วยซ้ำ

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์