
อยากสวย
โดย...ปู โลกเบี้ยว
โดย...ปู โลกเบี้ยว
การดูแลตัวเองทั้งร่างกายและจิตใจเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว ใครๆ ก็อยากดูดีกันทั้งนั้นแหละ สมัยนี้ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็เริ่มที่จะสนใจตัวเองมากขึ้น ยิ่งได้เห็นพระเอกนางเอก เหล่าดาราเซเลบทั้งหลายหน้าตาเพอร์เฟกต์ดูดี ก็อยากจะทำตาม ไม่ว่าจะพยายามด้วยวิธีธรรมชาติหรือว่าศัลยกรรมเพื่อความรวดเร็วทันใจ เสียเงินเท่าไรก็ยอม โดยเฉพาะพวกสาวๆ ทั้งหลายที่ต้องการหารายได้งามๆ ด้วยการเป็นพริตตี้แนะนำสินค้า ต่างก็หาทุกวิถีทางดันตัวเองให้ดูดีกันทั้งนั้น
เคยถามน้องๆ พริตตี้ว่ายังอายุไม่ถึงยี่สิบเลย ทำศัลยกรรมทำไม เสียดายความสวยธรรมชาติ น้องๆ บอกว่า ถ้าไม่ทำก็สู้เขาไม่ได้ซิพี่ ถ้าอกตูมหน้าเด้ง สูงยาวขาวใส ก็จะเรียกราคาค่าตัวได้แพงขึ้น สมัยนี้ค่าครองชีพมันสูง ไม่ทำก็ไม่พอกิน น่านนนไง :)
สมัยก่อนคนที่จะมาแนะนำสินค้าต้องมีความกล้าเก่ง ความจำแม่นยำ ดูรวมๆ แล้วดูดี ก็สามารถหางานด้านนี้ได้สบายๆ โดยที่ไม่จำเป็นต้องเอ็กซ์เซ็กแตกโชว์ความวาบหวิวด้วยอ่ะ แต่สมัยนี้จำเป็นต้องบวกความตู้ม ยาว ขาวใสเข้าไปด้วย ยิ่งเห็นเนื้อหนังมังสามากเท่าไร ยิ่งได้งานได้เงินมากเท่านั้น
อย่างพวกคนมีสตางค์ก็สามารถทำสวยทำหล่อได้สิ แล้วแข่งกันทำแบบเอาเป็นเอาตายซะด้วยนะ ทำศัลยกรรมจนกลายเป็นเสพติดอ่ะ เหมือนจะให้ศพไม่เน่าซะงั้นแหละ เล่นตึงกันซะแทบจะปริ แต่พวกที่ไม่มีปัญญาหาเช้ากินค่ำล่ะ ก็มีความอยากสวยอยากงามเหมือนกันนะ เมื่อทุนน้อยก็มักจะได้ของแปลกปลอมแบบไร้มาตรฐาน เข้าหาหมอกระเป๋าหมอเถื่อนราคาถูก จากหน้าธรรมชาติสวยๆ เลยกลายเป็นหน้าพ่อมดหน้าแม่มดซะงั้นแหละ :( ส่วนพวกเงินน้อยมากก็ต้องอาศัยครีมหน้าเด้งหน้าใสตามตลาดนัดไปก่อนไง อันนี้ก็ไม่ได้ไปดูถูกพวกเขานะ แต่กำลังจะยกตัวอย่างของใครบางคนที่โดนมาแล้วให้อ่านกันนะคะ
พี่แม่บ้านที่ดูแลบ้านที่ปูไปใช้ถ่ายทำละครเล่าให้ฟังว่า เมื่อตอนสาวๆ อ่ะอยากสวย ก็แหม! อ่ะนะ ความสวยงามบนใบหน้าคือสิ่งที่ดึงดูดเพศตรงข้าม ไม่ว่าจะเป็นเพศอะไรก็เหอะ ชิมิ เลยไปซื้อครีมบำรุงหน้าขาวใสยี่ห้อขึ้นต้นด้วย อ.อ่าง มาใช้ ซื้อจากร้านขายยาในตลาดสดนะ คนขายเขาแนะนำว่าดี ไม่ใช่ซื้อกองๆ ในตลาดนัดด้วยอ่ะ ตอนแรกที่ใช้ก็ขาวสวยหน้าออกเป็นสีชมพู จนใครๆ ในซอยบ้านทักว่าสวยน่ารัก ยังแนะนำเพื่อนๆ ให้ไปซื้อใช้เลยนะ แต่พอใช้ติดกันนานๆ เข้า จากหน้าสีชมพูกลายเป็นสีแดง แล้วจากนั้นมันก็เริ่มจางจากจุดเล็กๆ ก็ลามจนเกือบทั่วใบหน้า ไม่ได้มีการลอกเป็นขงเป็นขุยให้ปวดแสบปวดร้อนด้วยนะ มันค่อยๆ จางของมันไปเองน่ะซิ พี่สาวพาไปหาหมอโรคผิวหนังเสียเงินไปตั้งสองหมื่นแหนะ หมอก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก ขนาดฉีดยาเร่งสีผิวแล้วนะ บอกผิวถูกทำลายไปแล้วไม่สามารถสร้างสีผิวให้กลับมาเหมือนเดิมได้ พี่สาวก็ให้โทรไปเล่นงานโรงงานที่ผลิตครีม พี่แกเลยกลับไปถามที่ร้านขายยา แต่ที่ร้านบอกว่าไม่รู้จะติดต่อยังไง เพราะยาชุดนี้มีเซลส์มาขายและจากไป แต่ก็ไม่เห็นมีใครกลับมาบอกว่าแพ้ยาขนาดนี้เลยนะ จนทุกวันนี้ก็เลยปล่อยเลยตามเลย
นี่ขนาดเป็นครีมที่ขายในร้านขายยานะ ไม่ใช่พวกครีมกวนเองกองกะดินซะหน่อยยังขนาดนี่เลยอ่ะ อย่าคิดว่าตัวเองหน้าไม่บาง แล้วคิดจะใช้อะไรก็ได้นะ เพราะความซวยมันอาจจะเกิดกับเราเมื่อไรก็ได้น่ะซิ ควรเลือกสรรหน่อย ยิ่งตอนนี้มีขายกันเยอะแยะสารพัดยี่ห้อไปหมด ตามเคเบิลทีวีก็เยอะ หาซื้อได้ง่าย ส่งกันถึงบ้านก็มี
ถ้ารักตัวเองอยากดูแลตัวเองให้ดีก็ต้องเลือกสรรสิ่งดีๆ หน่อยนะ ไม่ใช่อะไรก็ได้หรือตามกระแสตามเพื่อน เพื่อนอาจไม่เป็นอะไร แต่เราล่ะ????







