
กฎหมายอวกาศ
อาจดูเหมือนจะเป็นเรื่องไกลตัว หากพูดถึงว่า ประเทศไทยกำลังจะผลักดันกฎหมายอวกาศ เพราะทำให้ต้องจินตนาการไปถึงองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อเล่นว่า นาซา
อาจดูเหมือนจะเป็นเรื่องไกลตัว หากพูดถึงว่า ประเทศไทยกำลังจะผลักดันกฎหมายอวกาศ เพราะทำให้ต้องจินตนาการไปถึงองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อเล่นว่า นาซา
แต่ในความเป็นจริง กฎหมายอวกาศที่กำลังอยู่ระหว่างการเริ่มต้นนั้น คือ พ.ร.บ.ดาวเทียมและกิจการสื่อสารอวกาศ มีจุดประสงค์เพื่อใช้กำกับดูแลการให้บริการดาวเทียมของประเทศทั้งหมด หลังจากที่ผ่านมากิจการดาวเทียมถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในบริการโทรคมนาคม เช่นเดียวกับโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ต
ส่งผลให้การกำกับดูแลกิจการดาวเทียมทำได้ไม่ชัดเจน เพราะการออกประกาศ หรือหลักเกณฑ์ ต่างๆ ต้องเป็นไปตาม พ.ร.บ.กิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 ที่ระบุว่า การให้ใบอนุญาตต้องประมูลเพียงอย่างเดียว
ทั้งที่การให้บริการดาวเทียมมีหลายรูปแบบ และเป็นเรื่องเกี่ยวกับวงโคจรอวกาศซึ่งไม่สามารถประมูลได้ เพราะเป็นสิทธิที่ไทยได้รับจัดสรรตามสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) โดยมีกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เป็นผู้ถือสิทธิวงโคจรของไทยไว้
ดังนั้น การมีกฎหมายกำกับดูแลกิจการดาวเทียมที่ชัดเจนลงไปเลย จะทำให้ทุกอย่างดูง่ายขึ้น และปลดล็อกบริการดาวเทียมให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรี จากปัจจุบันที่มีบริษัทไทยคมให้บริการแต่เพียงผู้เดียว และถูกลากโยงเข้าไปเกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมืองทุกครั้ง
อย่างไรก็ตาม แม้เป้าหมายของกฎหมายอวกาศ คือ ความพยายามในการจัดระเบียบกิจการดาวเทียมให้ดูไม่ผูกขาด แต่การที่กิจการดาวเทียมเป็นกิจการที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงเกินกว่ากิจการประเภทอื่นๆ จึงได้แต่หวังว่า ประเด็นเรื่องกฎหมายกำกับดูแลจะต้องชัดเจน ไม่เว้นช่องว่าง หรือเอื้อให้กับเอกชนแบบที่ผ่านมาอีก







