
หริหระสุตระ วินิตเขตคำนวณ คนรุ่นใหม่ (ไม่) ใกล้วัด
ก่อนที่ลมหนาวจะหมดลง ได้มีโอกาสขึ้นเหนือไปสัมผัสอากาศเย็น สดชื่น ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีโอกาสได้สัมผัสความสุข ความสงบ สบายจิตสบายใจด้วย
โดย...นกขุนทอง
ก่อนที่ลมหนาวจะหมดลง ได้มีโอกาสขึ้นเหนือไปสัมผัสอากาศเย็น สดชื่น ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีโอกาสได้สัมผัสความสุข ความสงบ สบายจิตสบายใจด้วย เพราะผู้ชายที่เราพาไปนั้น ชอบเข้าวัด ฟังธรรม อ๊ะๆ อย่าเพิ่งมโนว่าเราควงผู้ชายสูงวัยนุ่งขาว เพราะภาพที่คุณจะได้เห็นนั้น คงสร้างความแปลกใจให้ได้ไม่น้อย ว่าชายคนนี้ นะหรือ เพียงวัย 34 ปี เข้าวัดทำบุญมาแล้วหลายแห่งทุกทิศเมืองไทย
วันนี้จึงอยากให้ทุกคนได้รู้จัก และเห็นอีกมุมชีวิตของผู้ชายคนนี้
“โอม-หริหระสุตระ วินิตเขตคำนวณ” (อ่านว่า หะริหะระสุตระ) ผู้บริหารหนุ่ม บริษัท พรีม่า เฮิร์บ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายครีมนวดสารสกัดเมล็ดลำไย “ลองกานอยด์”
ชื่อชั้นของโอมเป็นที่รู้จักในนักธุรกิจหนุ่มที่รับไม้ต่อมาจากธุรกิจครอบครัว นั่นคือ “ลองกานอยด์” เพราะเขาสามารถช่วยบริหารจากธุรกิจที่มีเงินหมุนเวียนไม่กี่ล้านบาท จากธุรกิจที่ล้มลุกคลุกคลานมา จนวันนี้มีเงินหมุนเวียนเป็นร้อยล้านบาท แต่ไม่เก็บเงินไว้รวยคนเดียว เพราะเขายังส่งต่อแบ่งปันกลับคืนสู่สังคมด้วยการก่อตั้ง “มูลนิธิลองกานอยด์” มูลนิธิที่ช่วยเหลือสังคมในด้านต่างๆ อย่างจริงใจ โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ประสบปัญหาเกี่ยวกับโรคข้อเสื่อม แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการรักษาให้กลับมามีรอยยิ้ม และสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง และยังทำบุญให้กับวัดต่างๆ ทั่วประเทศทุกเดือน
“เมื่อสองปีก่อน ลองกานอยด์โดนโจมตีมาก แต่ผลประกอบการของเราไม่ลดลงเลย แถมผลประกอบการเราเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าด้วยซ้ำ แถมยังมีคนมาให้กำลังใจ ขอให้เราสู้ต่อ ให้เราพัฒนาต่อเนื่อง ทำให้เรารู้สึกว่าถ้าคนไทยไม่รักเรา เราต้องแย่แน่ๆ ผมเลยมองว่าในเมื่อคนไทยไม่ทอดทิ้งเรา เราก็ไม่ทอดทิ้งเช่นกัน ตรงนี้จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ก่อตั้งมูลนิธิ นอกจากช่วยเหลือผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม กล้ามเนื้ออักเสบ ผู้สูงวัย คนยากไร้ ยังให้ทุนนักศึกษาแพทย์จนเรียนจบ มอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ในโรงพยาบาลที่ห่างไกล
ผมมาทำงานตรงนี้ผมมีหลักการ ซึ่งหลักการสำคัญของการทำธุรกิจคือ หนึ่ง ต้องซื่อสัตย์ต่อวิชาชีพตัวเอง ซึ่งผมเป็นนักวิจัย เภสัชกร นักธุรกิจ สอง ขยัน สามคือ ความกตัญญู เรามีวันนี้เพราะลูกค้าเราทั้งหมด เราถึงบริจาคเงินคืนสังคมเรื่อยๆ ในหลายๆ ทางที่เราสามารถเข้าไปทำได้”
นอกจากแวดวงธุรกิจแล้ว โอมยังเข้ามาสู่วงการบันเทิง ด้วยการเป็นผู้ผลิตรายการท่องเที่ยวและควบตำแหน่งพิธีกรเองด้วย แต่รายการท่องเที่ยวสไตล์โอมนั้น เขาพาเข้าวัด ซึ่งไม่ใช่เรื่องไกลตัวของพิธีกรหน้าใหม่คนนี้เลย เพราะตั้งแต่วัยเด็กเขาก็ตระเวนเที่ยววัดทำบุญ ไม่เชื่อถ้ามีโอกาสเจอตัวเป็นๆ กระซิบถามได้วัดไหนดัง พระไหนดี โอมแนะนำได้หมด
ตอนนี้มีทั้งรายการที่ออกอากาศแล้ว และกำลังจ่อคิวออกอากาศ มี “ช่วงวัดดีที่คนลืม” ในรายการยิ้มรับเมืองไทย ทางโมเดิร์นไนน์ ทีวี ส่วน “สกู๊ปไหว้พระเข้าวัด” ของรายการที่นี้หมอชิต ทางช่อง 7 รอออกอากาศเดือน มี.ค. ส่วนรายการเต็มเลยมี “คนดังเที่ยววัด” ช่วงเดือน มิ.ย.คงได้ชมกัน แต่ยังเปิดเผยไม่ได้ครับว่าช่องไหน และอีกรายการหนึ่ง “เดอะ ลอสต์ เอ็มไพร์” ตะลุยนครศักดิ์สิทธิ์ ค้นหาสมบัติศักดิ์สิทธิ์ของนครลี้ลับที่สาบสูญทั่วโลก คงหนีไม่พ้นช่องเดิมที่มีคอนแทกต์กันอยู่
“ทั้งหมดเป็นรายการเกี่ยวกับวัดทั้งหมด เพราะผมคิดว่าถ้าผมจะเข้ามาทำในสิ่งที่ผมไม่เคยทำมาก่อน ผมต้องเริ่มจากสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุด เป็นตัวเองที่สุด เราถึงจะมีความรู้ในเรื่องนั้นๆ และถึงจะทำออกมาได้ดี ผมชอบเข้าวัดจริงๆ ไม่เคยเข้าผับ ไม่เคยสูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า ว่างจากเรียนผมก็ไปนั่งสมาธิที่วัด ผมทำมาตั้งแต่เด็ก และการที่ผมนั่งสมาธิทำให้ผมมีสมาธิเรียนหนังสือจนได้เกียรตินิยม
ผมคิดว่าติดนิสัยการเข้าวัดไปแล้ว ตอนไปเรียนที่ญี่ปุ่นก็เข้าวัดญี่ปุ่น และที่นั่นเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการทำรายการแบบนี้ เพราะวัดที่ญี่ปุ่นสวยมาก เข้ารักษาสมบัติของเขาไว้เยอะมาก ดูแลอย่างดีด้วย ผมเห็นเด็กวัยรุ่นญี่ปุ่นที่แต่งตัวจัดแต่ถึงเวลาเข้าวัด ทุกคนใส่กิโมโนน่ารักมาก วัยรุ่นญี่ปุ่นแม้เขาจะไปช็อปปิ้ง ไปตามแหล่งท่องเที่ยว แต่เขาก็ไปวัดกัน แต่โบราณสถานบ้านเราผมเห็นมีแต่ต่างชาติมาดู เห็นคนไทยน้อยมาก ยิ่งวัยรุ่นยิ่งน้อย ผมจึงอยากทำรายการให้คนไทยหันกลับมาสนใจวัดวาของเรา”
รายการท่องเที่ยวนอกจากจะมีเยอะ การแข่งขันสูง โอมยังทำรายการเกี่ยวกับวัดอีก แบบนี้จะเรียกความสนใจของผู้ชมได้ไหม ทว่าในฐานะผู้ผลิตและออกไอเดียเอง ได้เล็งเห็นช่องทางที่จะเดินไปสู่ความสำเร็จแล้ว
“เวลาที่ผมไปทำบุญจะไม่ไปวัดที่รวย มีคนไปทำบุญเยอะแล้ว แต่ผมจะไปวัดที่คนไม่ค่อยรู้จักอยู่ไกล อาจจะยากหน่อย อย่างตอนนี้เวลาที่ผมไปถ่ายทำรายการ ก่อนที่ผู้ชมจะได้ดู ผมรู้สึกว่าเราได้ทำให้เด็กๆ แถวนั้นหันมาสนใจสิ่งดีมีคุณค่าใกล้ตัวเขาก่อน เวลาเขาเห็นเรามาถ่ายรายการ เขาตื่นเต้นมามุงดู เรามาประชาสัมพันธ์มาบอกว่าวัดในชุมชนของเขาดียังไง เขาก็ภูมิใจ กระตุ้นให้เขาอยากเข้าวัดบ้าง
การนำเสนออย่าง วัดดีที่คนลืม เราจะพาไปวัดในอดีตศักดิ์สิทธิ์ แต่ปัจจุบันคนไม่ค่อยรู้จัก เราเจาะไปในความศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่ เพราะความศักดิ์สิทธิ์นำคนมาเข้าวัด สังเกตว่าจะสอบทีก็เข้าวัด ไม่สบายใจก็เข้าวัด อยากได้อะไรก็เข้าวัด บนบาน เราแฝงคติธรรมตรงนี้ การทำบุญไม่ต้องยิ่งใหญ่ ศรัทธาช่วยคนได้ ขอให้มีความศรัทธาความศักดิ์สิทธิ์ก็เกิดขึ้นได้ อย่างเที่ยววัดไหว้พระ เราเจาะที่พระพุทธรูปหรือเทวรูป ทั้งในวัด โบสถ์พราหมณ์ โบสถ์คริสต์ ดึงตรงนั้นมาให้คนดู ความศักดิ์สิทธิ์ที่สุดที่คนไทยไม่เคยเห็นและห้ามพลาด”
จากการเข้าวัดทำบุญมาตลอดชีวิต โอมบอกว่า สิ่งที่ได้และสำคัญที่สุด คือ สติ “ผมว่าสติคือตัวตั้ง สติมีปัญญาเกิด สติเตลิดปัญญาดับ ตั้งแต่เด็กเวลาผมมีปัญหา ผมมีสติ ค่อยๆ คิด ค่อยๆ ทำไมไม่เคยทำให้คุณพ่อคุณแม่ร้องไห้ ทุกข์ใจเพราะผม ผมเลี่ยงหนทางที่ผิดได้ ชีวิตผมมีความสุข วันนี้จึงอยากเป็นปากเป็นเสียงเป็นแรงกระตุ้นให้คนรุ่นใหม่เข้าวัด ไม่ต้องเสียเงิน วัดเมืองไทยมีมากไปวัดไหนก็ได้ ผมอยากเห็นคนรุ่นใหม่มีค่านิยมที่จะหวงแหนและรักษามรดกของชาติ ทำไมเกาหลีเขาดึงคนไทยไปเที่ยววัดเกาหลีได้ ทั้งๆ ที่เมืองไทยก็วัดมากกว่า สวยๆ ก็มีเยอะ แต่ก่อนที่จะให้คนชาติอื่นมา คนได้เราต้องเที่ยววัดต้องเข้าวัดกันเองก่อน”
รายการจะประสบความสำเร็จ มีคนซื้อโฆษณาเยอะ เรตติ้งสูงหรือไม่นั้น โอมไม่ได้คาดหวังเท่ากับ หนึ่งรายการของเขาจะกระตุ้นให้คนไทยอยากเข้าวัด เป็นแรงบันดาลใจให้เด็กวัยรุ่นอยากไปเที่ยววัดสักครั้งในชีวิต
รู้จัก โอม สักนิด
โอม เป็นบุตรชายคนโตของ ผศ.วรวิชย์ วินิตเขตคำนวณ อดีตอาจารย์ภาควิชาพืชไร่ คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ กับ ศ.(เกียรติคุณ) ดร.อุษณีย์ วินิตเขตคำนวณ อาจารย์พิเศษคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
การศึกษา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เกียรตินิยมอันดับ 2 และได้รับทุนการศึกษาไปฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ด้าน Human Gene Therapy เป็นเวลา 3 ปี ณ มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ เมืองซัปโปโร ประเทศญี่ปุ่น
เป็นผู้จัดการทีมยูโดทีมชาติไทย ชุดไปคว้า 7 เหรียญทอง ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ที่พม่า เมื่อปีที่ผ่านมา
ปัจจุบันโสดสนิท ทานมังสวิรัติ ใจบุญ สร้างกุศล ให้ทุนการศึกษาแก่นักศึกษาแพทย์มหาวิทยาลัยรังสิต จนสำเร็จปีละ 1 ทุน นอกจากนี้ ยังให้ทุนกรมศิลปากร จ.เชียงใหม่ ในการขุดหาโบราณสถานซึ่งเป็นวัดเก่าแก่อายุกว่า 500 ปี ในที่ดินของตัวเอง พร้อมทั้งยกให้กรมศิลปากรเป็นผู้ดูแลอีกด้วย และยังใช้ที่ดินในทำเลรีสอร์ท อำเภอแม่ริมกว่า 10 ไร่ ให้เป็นที่อยู่ของวัวและควายกว่า 100 ตัว ที่ไถ่ชีวิตมาจากโรงฆ่าสัตว์







