posttoday
อำนาจกรรม...หลักธรรมที่ต้องรู้!!

อำนาจกรรม...หลักธรรมที่ต้องรู้!!

02 กุมภาพันธ์ 2557

ปุจฉา : ทำไมคนเราเกิดมา จึงมีความแตกต่างกัน!? บางคนอายุสั้น บางคนผิวพรรณงาม

ปุจฉา : ทำไมคนเราเกิดมา จึงมีความแตกต่างกัน!? บางคนอายุสั้น บางคนผิวพรรณงาม บางคนอายุยาวผิวพรรณดี ไม่มีโรคาพยาธิ เหมือนบางคนที่นอนจมอยู่กับโรค... ทำไมบางคนแม้มีโอกาสวาสนา ร่ำรวยทรัพย์สมบัติ มากไปด้วยบริวาร แต่ยังจิตใจต่ำ อับปัญญา... คิดทำพูดแต่เรื่องที่นำไปสู่การเบียดเบียนผู้อื่น... อกตัญญูต่อบ้านเมือง... ไม่รู้สึกรู้สา ไร้ความละอาย ขาดมนุษยธรรมอันชอบธรรม จนกล้าพูดกล้าทำผิดในทุกเรื่อง ดังที่บางคนกล่าวว่า “หากกูอยู่ไม่ได้ ก็อย่าหวังว่าพวกมึง (ประเทศชาติ) จะอยู่อย่างสงบ”

วิสัชนา : เจริญพรสาธุชน ผู้ติดตามอ่าน “ธรรมส่องโลก” บัดนี้ ย่างเข้าสู่ปีที่ ๘ ของการเขียนวิสัชนาธรรมใน นสพ.โพสต์ทูเดย์ นับตั้งแต่รับปากว่าจะเขียนให้ สมัย ณ กาฬ เลาหะวิไลย เป็นบรรณาธิการยุคนั้น หน้าหนังสือพิมพ์ยังพอมีว่าง ยอดจำหน่ายในตลาดก็ยังไม่มาก คล้ายๆ กับ “ไทยโพสต์” ในยุคนี้...แต่ต่อมาด้วยคุณภาพของ “โพสต์ทูเดย์” ความเจริญเติบโตก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว... “คอลัมน์ธรรมส่องโลก” เปิดแสดงบนหน้ากระดาษเปื้อนหมึกมาโดยตลอด มีศรัทธาสาธุชนติดตามอ่านกันมากพอสมควร เรียกว่า เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นยอดขายให้สูงขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบรรดานักวิชาการ นักปฏิบัติธรรมในหมู่นักธุรกิจทั้งหลาย น้อยนิดมากที่มาจากคณะศิษย์ศรัทธาของอาตมา เพราะคนเหล่านี้เขาอยู่ใกล้อาตมาอยู่แล้ว ภารกิจการเขียนจึงเป็นงานหลัก ด้วยเจตนาเพื่อนำหลักธรรมวินัยที่ถูกต้องสู่มหาชนที่ศรัทธาธรรม จะได้มีหลักคิดหลักทำที่ถูกธรรม ไม่ถูกบรรดา... ไอ้ท้วย... ไอ้เถร! ปอกลอกหลอกกิน ด้วยคำเทศนาหวานๆ อาบยาพิษว่านะจ๊ะ คุณโยม!! จนโยมเคลิ้ม ล้วงทิปจนกระเป๋าแห้ง...

งานเขียนของอาตมา สืบเนื่องสู่ปีที่ ๘ นั้น จริงๆ แล้วหนักเอาการ เพราะไม่ใช่... นักลอก... นักรำ... นักร้อง... ที่ใครว่ามาก็ว่าไป หรือไปมีประโยชน์แอบแฝงเขียนหากิน ด้วยความเป็น สมณปฏิปทา อันสมบูรณ์ จึงรับรองได้ว่า ไม่เคยรับเงินทอง ไม่มีเก็บสั่งสม ไม่เคยผูกใจว่าเป็นเจ้าของ แม้ในเขตวัดปกครองของตน... จึงไม่ต้องกล่าวในศีลสิกขาบทข้ออื่นๆ ด้วยเป็น พระสวดปาฏิโมกข์ มาโดยตลอด อันตอกย้ำเรื่อง พุทธบัญญัติ เพื่อการปฏิบัติถูกต้องตรงธรรมไว้พอควร จึงละอายหากบกพร่องแม้เล็กน้อย... ดังนั้น รับรองได้ว่า ไม่มีอามิสประโยชน์จากงานเขียน จะมีก็คงได้แก่ ประโยชน์ธรรม ที่ได้ค้นคว้าศึกษาอยู่ตลอดเวลา เพื่อทรงไว้ซึ่งความรู้ในพระไตรปิฎก ด้วยจะต้องอ้างอิงข้อมูลประกอบการ วิสัชนาธรรม...

และด้วยเหตุปัจจัยหลายประการ อาตมาจึงขอโยม ณ กาฬฯ ว่า... ถ้าเป็นอย่างนี้ ขอถอยการเขียนมาเหลือสัปดาห์ละ ๑ วันแทนการเขียนตีพิมพ์ ๕ วันต่อสัปดาห์ แต่ขอช่วยระบุกำกับให้ชัดเจนว่า ให้สัมปทานพื้นที่การเขียนกว้างยาวเท่าไร... อย่าเปลี่ยนแปลงไปมา จนผู้อ่านมึนงงว่า... อะไรของมันอีกวะ!... ดังนั้น เพื่อรักษาสุขภาพจิตของผู้อ่านที่ติดตามศึกษาธรรมบนหนังสือพิมพ์กันมาโดยตลอดยาวนานหลายปี จึงขอใช้สิทธิโดยยึดหลักพรหมวิหารธรรม เพื่อการเปลี่ยนแปลงตามที่กล่าวมาโดยหยาบๆ พอเป็นกระษัยกิเลส กวนอารมณ์ปุถุชนเล่น...

...กลับมาดูวิสัชนาธรรม ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ ๓๐ ม.ค. ๒๕๕๗ ที่อาตมารับนิมนต์ ผู้อำนวยการพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ คุณอำนาจ เดชะ ไปแสดงพระธรรมเทศนาหน้าพระที่นั่ง โดยมี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เสด็จเป็นองค์ประธานในงานบำเพ็ญกุศลสรีระศพ โยมวิรัติ เดชะ บิดาของ ผู้อำนวยการอำนาจฯ ที่ศรัทธามั่นคงในพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง ณ วัดกิ่วแลน้อย จ.เชียงใหม่... ปุจฉาธรรมดังกล่าว จึงนำไปสู่หัวข้อแสดงพระธรรมเทศนาถวายพระเจ้าหลานเธอฯ และศรัทธาสาธุชนทั้งหลาย โดยนำพระพุทธภาษิตที่ว่า สัพเพ สัตตา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนี กัมมะพันธุกัมมะปฏิสรณา ซึ่งชาวพุทธคุ้นเคยกันดีในความหมายที่ว่า เราท่านทั้งหลาย มีกรรมเป็นของของตน นี่คือประโยคทองเลยที่ต้องเข้าใจ ก่อนจะขยายความเพิ่มว่า... มีกรรมเป็นผู้ให้ผล... มีกรรมเป็นแดนเกิด... มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์... มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย ฯลฯ ... จากพระคาถาดังกล่าว จึงเป็นการแสดงอำนาจของกรรม ที่มีกฎเกณฑ์แน่นอนตายตัว ที่สัตว์ทั้งหลาย ไม่ว่า มนุษย์ เทวดา มาร พรหม จะต้องอยู่ภายใต้อำนาจดังกล่าว ที่แสดงความเป็น กฎ หรือนิยาม ที่พวกต่างศาสนาเรียกว่า ก๊อด อันไม่มีใครๆ ที่จะหลบหลีกเลี่ยงได้ ไม่ว่าจะหนีลงไปในบาดาล แทรกตัวไปอยู่ในปฐพี จะแหวกว่ายลงไปในมหาสมุทร หรือจะนั่งเครื่องบิน Jet เหาะไปมาในอากาศ...เมื่อถึงคราวเวลาที่ต้องรับผลของกรรม ก็จะต้องประสบผลแห่งกรรมนั้นๆ อย่างแน่นอน ทั้งที่เป็นไปในปัจจุบันภพและในอนาคตภพ...

ดังที่เราได้เห็นคุณสมบัติของสัตว์ทั้งหลายในปัจจุบัน ซึ่งแม้จะเกิดจากท้องแม่เดียวกัน แต่ก็ยังมีความแตกต่างกันไป เช่น มีปัญญา โภคะ อายุ วรรณะ ฐานะ โรคา ไม่เหมือนกัน มากบ้าง น้อยบ้าง ตามกำลังของกรรมที่เคยกระทำมา ส่งผลให้สัตว์ทั้งหลายได้รับอย่างไม่เคยว่างเว้นการรับผลกรรมเลย พระพุทธองค์ทรงตรัสในเรื่องความแตกต่างแห่งสัตว์ทั้งหลาย ด้วยพระบาลีที่ว่า...กัมมัง สัดเต วิภะชะติ ยะทิทัง หีนับปะนีตะตายะ แปลว่า กรรมย่อมจำแนกสัตว์ให้เลวดีต่างกัน นี่คือสัจธรรมที่สาธุชนพึงควรจดจำ เพื่อนำไปสู่ อุเบกขาธรรม... กับการใช้ชีวิตอยู่ในโลกนี้ จะได้อยู่อย่างสมบูรณ์ด้วยสติปัญญา ที่จะนำไปสู่ความสุขความเจริญในชีวิตที่แท้จริง

(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท