posttoday
ร่วมปฏิรูปความคิด...สู่การปฏิรูปประเทศ!! (ตอนจบ)

ร่วมปฏิรูปความคิด...สู่การปฏิรูปประเทศ!! (ตอนจบ)

28 มกราคม 2557

บ้านเมืองจะเคลื่อนพ้นวิกฤตการณ์ที่เลวร้ายไปสู่ความสงบ โดยจะจบลงที่มีคนดีๆ ที่เรียกว่า สัตบุรุษ ร่วมกันประชุมในธรรมสภา

โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส

บ้านเมืองจะเคลื่อนพ้นวิกฤตการณ์ที่เลวร้ายไปสู่ความสงบ โดยจะจบลงที่มีคนดีๆ ที่เรียกว่า สัตบุรุษ ร่วมกันประชุมในธรรมสภา เพื่อดำเนินกิจการบริหารประเทศต่อไป... ทั้งนี้ ได้ขยายความนิมิตดังกล่าวตามวิธีพิจารณาธรรมว่า... ในที่สุดของการนำพาสังคมประเทศชาติไปสู่สันติสุขนั้น จะเกิดขึ้นได้เมื่อผู้นำมวลมหาชน ได้รวบรวมบรรดาคนดีมีศีลธรรม ที่เรียกว่า สัตบุรุษ ซึ่งกล้าหาญ เสียสละ และมั่นคงในวิถีธรรม และมีความรอบรู้เรื่องบ้านเมือง... มาประชุมร่วมกัน เพื่อปฏิรูปความคิดเห็นของสังคม เพื่อหลอมรวมความคิดหลากหลายของประชาชนในประเทศ ให้เป็นหนึ่งเดียว มีทิศทางมุ่งสู่จุดประสงค์อย่างเดียวกัน...

การเริ่มต้นด้วยการปฏิรูปความคิดนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญในเรื่องแรก ซึ่งหมายถึง การปฏิรูปจิตวิญญาณภาคสังคมให้ดำรงอยู่ในวิถีธรรม ก่อนจะนำไปสู่การประพฤติปฏิบัติที่มีแนวทาง ทิศทาง และจุดประสงค์ เป็นอันเดียวกัน ทั้งนี้ โดยคัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติพร้อมจากประชาชนทุกหมู่เหล่า (เป็นคนดีมีความรู้ กล้าหาญ เสียสละ...) ซึ่งในปัจจุบันได้ออกมาแสดงตัวกันจำนวนมาก โดยควรเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนนำเสนอบุคคลที่มีคุณค่าอันควรแก่การเข้ามาร่วมเป็นคณะปฏิรูปความคิด เพื่อก้าวสู่การปฏิรูปสังคมประเทศชาติ...

สิ่งที่สำคัญก่อนการปฏิรูปความคิดของมวลมหาชนที่หลากหลาย เพื่อสู่ความเป็นหนึ่งเดียวอย่างมีเอกภาพนั้น คณะผู้นำ/แกนนำภาคประชาชนทุกหมู่เหล่า (ทุกสีเสื้อ) จะต้องช่วยกันให้ความรู้ที่ถูกต้องชอบธรรมแก่ประชาชน โดยเฉพาะกลไกและอำนาจรัฐต้องเข้ามาสนับสนุนกิจกรรมที่ชอบธรรมดังกล่าวอย่างเปิดเผยและบริสุทธิ์ใจ... แต่ไม่ควรเป็นผู้บงการชี้นำอย่างที่เคยกระทำกันมา โดยเฉพาะอำนาจทางการเมืองที่มีบทบาทอยู่ในกลไกการบริหารประเทศ ซึ่งควรถอยออกไปจากการเป็นตัวนำปฏิรูปสังคมสัก ๒๓ ก้าว โดยวางตัวเป็นฝ่ายสนับสนุนและคุ้มครองดูแล... เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่า จะไม่ใช้อำนาจที่มีอยู่เข้ามาก้าวก่ายงานปฏิรูปสังคมภาคประชาชน ในขณะเดียวกันควรแสดงความรับผิดชอบโดยการมีส่วนร่วมสนับสนุนทุกรูปแบบ เพื่อให้กิจการปฏิรูปภาคประชาชนเป็นไปโดยชอบธรรม... บริสุทธิ์ ยุติธรรม และเป็นไปตามความประสงค์ของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศอย่างแท้จริง

บรรดาแกนนำมวลมหาชน ก็สามารถปรับเปลี่ยนบทบาทตนเอง เข้าสู่ฐานะการเป็นที่ปรึกษา เพื่อช่วยดูแลให้การดำเนินกิจการภาคประชาชนสามารถก้าวสู่การปฏิรูปสังคม เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตรงตามวัตถุประสงค์และแนวทางอันควรโดยชอบธรรม ทั้งนี้จะต้องมั่นคงในบทบาทหน้าที่จนกว่างานปฏิรูปสังคมจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ สามารถส่งมอบสังคมประเทศชาติที่ผ่านการปฏิรูปแล้วเข้าสู่ระบบดำเนินงานภาคปกติต่อไปได้...

การใช้โอกาสที่ประชาชนทุกหมู่เหล่าตื่นตัวขึ้นมาเพื่อการร่วมปฏิรูปสังคม... ประเทศชาตินั้น จึงควรเร่งกระทำ โดยเฉพาะการส่งเสริมให้ความรู้ในธรรมวิธีที่ถูกต้องในทุกศาสตร์ศิลป์ เพื่อการพัฒนาสังคมไปในทิศทางความเจริญอย่างเป็นรูปธรรมที่สามารถทำได้จริง... ในห้วงเวลาดังกล่าวนี้ ทุกเวทีประชาชนของกลุ่มคณะต่างๆ จึงควรช่วยกันให้ความรู้ประชาชนในระบบธัมมาธิปไตย ที่สามารถแก้ไขปัญหาระบบโจราธิปไตยที่สร้างเวรานุเวรให้กับสังคมมาโดยตลอด จนสังคมประเทศชาติเข้าขั้นตรีทูตได้อย่างแท้จริง... โดยเฉพาะการวางจุดมุ่งหมายให้ภาคสังคมมีส่วนร่วมในการออกแบบความคิด เพื่อแก้ไขปัญหาการฉ้อราษฎร์บังหลวง การพยายามบ่อนทำลายสถาบันหลักของประเทศ ได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งหากปล่อยปละละเลย ไม่รีบดำเนินการแก้ไข โดยภาคสังคมยังปล่อยให้ภัยมารคุกคามกัดกร่อน จนเสาหลักทั้งสามหักโค่นลง คำว่า “ประเทศไทย” ก็คงจะจบสิ้นไปอย่างแน่นอน...

ยามนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ได้แสดงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยการก้าวข้ามความกลัว... ความเห็นแก่ตัว และออกมาเพื่อร่วมกันมีส่วนร่วมปฏิรูปสังคมอย่างสุดตัว หมู่คนจำนวนมากยอมสละอุทิศแม้กระทั่งชีวิตเพื่อการปฏิรูปประเทศชาติ... จึงควรที่จะให้บรรดาแกนนำแกนนอนแกนตั้งทั้งหลาย ช่วยกันระดมแนวคิด จัดหาผู้มีความรู้ความสามารถ นักวิชาการ นักการศาสนา นักปกครอง นักการเมือง นักสังคม... มาช่วยกันให้ความรู้บนเวทีประชาชนเพื่อนำไปสู่การปฏิรูปความคิดของมวลมหาชนให้ถูกต้องตรงธรรม... มีความศรัทธาในอำนาจธรรม ในนิยามที่ว่า “ธรรม ย่อมชนะอธรรมในทุกกาลสมัย”

ความพร้อมที่เกิดขึ้นในยามนี้ จึงเหมาะสมที่สุด ที่จะพัฒนาจิตวิญญาณของชาวไทย เพื่อสร้างภูมิธรรมให้เกิดขึ้นในจิตใจของทุกๆ คน จึงควรหลีกเลี่ยงการปลูกฝังทัศนคติที่ผิด... จิตอกุศล... ไม่ควรปลูกสร้างความคับแค้นใจ... ความโกรธ... ความพยาบาท ความเกลียดชัง ลงไปในจิตใจของหมู่ชน จนกลายเป็นพลังแห่งอธรรม สู่ความเป็นอสัตบุรุษ แปรรูปร่างเป็นมารชนกันทั้งประเทศ

การด่า...การสาปแช่ง...การพูดส่อเสียด การใส่ร้ายใส่เท็จ...การใช้ปากเป็นหอกดาบไว้ทิ่มแทง ฟาดฟัน ประหัตประหารกัน ไม่ใช่อารยธรรมของชาวพุทธ และมิใช่อารยะขัดขืนที่ถูกต้องตามธรรมวิธี

หากเรานำมวลชนกระทำสัตยาบัน หรือกระทำสัตยาธิษฐาน มั่นคงอยู่ในวิถีธรรม และกระทำความเป็นกุศลทางกายวาจาใจ ร่วมกันเพียงแค่ ๓ วัน ประเทศชาติจะมีทางออก ผ่านพ้นวิกฤตการณ์ จะไม่ดำเนินไปสู่ความหายนะ... เพราะมวลมหาชนจะคืนกลับถิ่นธรรมด้วยสติปัญญาที่กลับคืนมาให้มีคุณภาวะทางจิตสำนึกเหนืออำนาจฝ่ายต่ำที่จะนำดิ่งไปสู่ความเป็นดิรัจฉาน...

โอกาสที่มีแล้วนี้ จึงไม่ควรปล่อยให้ผ่านพ้นไปอย่างไร้สาระธรรม ด้วยการร่วมกันชักนำให้มวลมหาชนได้ศึกษาสัจธรรมเหนือชีวิต ให้เข้าใจในความจริงทั้งปวง ไม่ว่าเรื่องทางโลกหรือเรื่องทางธรรม ซึ่งจะต้องศึกษาคู่กันไปทั้งสองภาคส่วน เพื่อการมีความรู้ที่ถูกต้องตรงธรรม... จะได้นำไปสู่การหลอมรวมความคิดให้เป็นหนึ่งเดียวกัน สัมพันธ์กันอย่างมีความเป็นเอกภาพ... อันจะนำไปสู่พลังความคิดที่ถูกต้องตรงธรรม ยกระดับเป็นพลังธรรม เพื่อขับเคลื่อนสังคมประเทศชาติไปทิศความเจริญเพียงส่วนเดียว

ในเบื้องต้นก่อนการก้าวย่างนำพาสังคมไปสู่กระบวนการปฏิรูป เพื่อความเจริญเทียบเท่านานาอารยประเทศนั้น สิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรจัดปฏิรูปความคิดของมวลมหาชนเจ้าของประเทศ ให้มีคุณความรู้ที่มีคุณภาพ ตรงธรรม... โดยควรจัดตั้งสภาปฏิรูปความคิดประชาชนขึ้น ด้วยการคัดเลือกสัตบุรุษที่มีความรู้พร้อมคุณธรรม มาร่วมเป็นคณะกรรมการปฏิรูปความคิดประชาชน... ก่อนก้าวย่างสู่การปฏิรูปสังคมอย่างมีหลักธรรม ... หากทุกฝ่ายช่วยกันทำให้เกิดขึ้น สังคมก็จะคืนกลับสู่ความสงบเป็นหนึ่งเดียวกันโดยธรรม เรื่องราวทั้งหลายที่เป็นข้อขัดแย้งแตกต่างกันก็จะยุติโดยธรรม และอำนาจธรรมจะกลับมารักษาสังคมประเทศชาติให้มีสันติ... มวลมหาชนในชาติจะดำรงชีวิตอย่างมีความสุข รู้รัก สามัคคีกัน อย่างแน่นอน

ในนาทีนี้ จึงต้องกล้าหาญก้าวย่างออกมาจากอำนาจมารที่รุมเร้าจิตใจหมู่ชนทั้งหลาย ให้มีแต่อคติธรรม... คับคั่งไปด้วยไฟพยาบาท มุ่งจะเบียดเบียนกันส่วนเดียว ด้วยการชักนำกันมาหลอมรวมความคิด ด้วยความรู้ที่ถูกต้องชอบธรรม เพื่อย่างสู่การปฏิรูปความคิดร่วมกัน ก่อนที่จะก้าวสู่การปฏิรูปประเทศไทย...

ขอเจริญพร

ข่าวล่าสุด

คนไทยใช้ AI ดีขึ้น แต่ยังพบช่องว่างระหว่างคนรุ่นใหม่-ผู้สูงวัย ชัด

คนไทยใช้ AI ดีขึ้น แต่ยังพบช่องว่างระหว่างคนรุ่นใหม่-ผู้สูงวัย ชัด